โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

“โทน บางแค” ยันจะใช้หนี้ “มาดามเก่ง”จนครบ ปัดใช้กม.เล่นงาน

INN News

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • INN News

"โทน บางแค" ยันเรื่องเช็คเด้งเป็นกิโลไม่ใช่ของตน ปัดใช้ช่องว่างทางกฎหมายเล่นงานเจ้าหนี้ พร้อมชดใช้หนี้ทุกบาทแม้ถูกดำเนินคดี ย้อนคำพูดมาดามเก่ง "ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว"

วันนี้ (7 พ.ค.69) ที่กองปราบปราม นายโทนทอง สุขแก่น หรือ “โทน บางแค” พร้อมนายเฉลิมชัย ศรียุภักดิ์ ทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อนำเอกสารและหลักฐานมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังมีกระแสข่าวและการกล่าวอ้างจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า มีขบวนการเซียนพระร่วมกันฉ้อโกงผู้เสียหาย มูลค่าความเสียหายกว่า 5,000 ล้านบาท

โทน บางแค ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้ร้อนตัวที่เข้ามา พบตำรวจก่อน แต่เป็นการแสดงว่าตนไม่ได้หลบหนี และพร้อมเข้าสู่กระบวนการ หลังจากที่ได้รับข้อมูลจากการแถลงข่าวของมาดามเก่ง และ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ว่าตนเองถูกดำเนินคดีเป็นรายที่ 3 จากการสอบถามพนักงานสอบสวนวันนี้แจ้งว่ายังไม่ยืนยันว่ามีการแจ้งข้อกล่าวหากับตนเอง ตนเลยอยากบอกว่าตนพร้อมให้ความร่วมมือหากมีการดำเนินคดีกับตนเอง / นอกจากนี้บุคคลที่ถูกเอ่ยชื่อตามสื่อต่างๆก็พร้อมเข้ามาแสดงความบริสุทธิ์ใจ เบื้องต้นมีมากกว่า 9 คน และยืนยันว่าตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนกลุ่มนี้

ในส่วนของการชี้แจงของมาดามเก่ง ยอมรับว่ามีบางส่วนที่ตรงกันและบางส่วนที่ไม่ตรงกัน โดยเฉพาะตัวเลขหนี้ยอมรับว่าเป็นหนี้จริงกว่า 800 ล้านบาท มีการทำสัญญาอย่างถูกต้องจนถึงปี 2573 และตนได้จ่ายล่วงหน้าไปจนถึงปี 2570 แล้ว

ตั้งแต่ปี 2565 ที่ตนเริ่มรู้จักกับมาดามเก่งผ่านคนสนิทที่เป็นเซียนพระคนหนึ่ง เริ่มจากการที่มาดามเก่งเข้ามาเพื่อเสนอขายรถ และเซียนพระคนนี้อยู่ในทุกเหตุการณ์ โดยส่วนตัวมีการใช้หนี้ไปแล้วกว่า 500 ล้านบาทเหลือหนี้อีก 300 ล้านบาท และตนเองได้มีการทำสัญญาครบถ้วน แต่ยอมรับว่าช่วงดังกล่าวมีเช็คเด้งจริงแต่เคลียร์กันจบแล้ว แต่ที่มาดามเก่งอ้างว่าเช็คเด้งเป็นกิโล ยืนยันไม่ใช่ของตนเอง และสามารถตรวจสอบได้

ส่วนกรณีที่บอกว่าตนเอาทรัพย์สินค้ำประกันมึงมีมูลค่าต่ำกว่าเงินกู้ยืมนั้น ยืนยันว่า ตึกที่ใช้ในการค้ำประกันมีมูลค่ามากกว่า 100 ล้านบาท เพราะตนเป็นคนซื้อและตกแต่งเอง แต่คนประเมินกับประเมินราคาต่ำกว่ามาตรฐาน หลังจากนั้นนายโทนก็ได้ไปปรับโครงสร้างหนี้จาก 100 ล้านบาท ขอเพิ่มอีก 20 ล้านบาท พร้อมกับเปลี่ยนจากการนำตึกไปค้ำประกัน เป็นสัญญาเป็นเช่าซื้อ โดยมีการผ่อนชำระกับมาดามเก่ง

ซึ่งเรื่องนี้ตนเองไม่ได้กังวลเพราะ เงินที่ยืมมาดามเก่งไปก็เอาไปลงทุนในธุรกิจ ซึ่งการที่มาดามเก่ง เอาเงินมาให้เพราะหวังดอกเบี้ย เพราะมาดามเก่งเป็นนักธุรกิจค้าดอกเบี้ย ซึ่งเรื่องนี้คนในวงการก็รู้อยู่แล้ว และที่มาดามเก่งบอกว่าตนเองเอารถ Bentley ไปใช้ ยืนยันว่าตนเป็นคนซื้อและมีการผ่อนชำระไปจนหมดแล้ว รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆที่เป็นของแบรนด์เนมทุกอย่างด้วย

สำหรับยอดหนี้ 180 ล้านที่มีการนำพระเครื่องไปค้ำประกันโดยมีการอ้างว่ามีมูลค่าสูงถึง 400-500 ล้านบาท ซึ่งในวันนั้นมีเซียนพระเข้าไปประเมินมูลค่าด้วย ชื่อ กมล ตี๋ตื่น ซึ่งตนมองว่า 2 คนนี้เป็นมากกว่าคนสนิทและเพื่อน เพราะวันเกิดเหตุเซียนพระคนนี้เป็นคนจดทุกอย่างว่าราคาเท่าไหร่ ตนมีหน้าที่เซ็นรับสภาพหนี้เท่านั้น

นอกจากนี้นายโทน ยังเล่าเหตุการณ์วันที่ 17 เมษายน ซึ่งก่อนหน้านี้ โดยระบุว่า เนื่องจากมีกระแสข่าวว่าตำรวจจะออกหมายจับเซียนพระ และเพื่อนของตนก็มาบอกว่า ตนคือหนึ่งในนั้น ตนมองว่าไม่ต้องให้ทางตำรวจมาหา แต่ตนจะเข้าไปหาตำรวจเอง จึงได้ประสานป๋อง สุพรรณ ที่สนิทกับบิ๊กเต่า เพื่อขอพบแบบตัวต่อตัว แต่มีการประสานไปถึง 2 ครั้งไม่มีการตอบรับ จนเวลาล่วงเลยไปจนถึงวันที่ 10 เมษายน ป๋อง สุพรรณ ได้โทรศัพท์มาหาตน พร้อมแจ้งว่า "บิ๊กเต่า ให้ไปพบที่สำนักงาน มีอะไรก็ไปคุยและเคลียร์ให้มันจบไป" ส่วนเหตุผลที่อยากเข้าพบบิ๊กเต่า เพราะอยากอธิบายในประเด็นหนี้สินต่างๆ แต่ปรากฏว่าที่สำนักงานฯ ของบิ๊กเต่า ก็พบว่า มีคู่กรณีอยู่ด้วยวันนั้นการเจรจาจึงล้มเหลว

พร้อมยืนยันว่าการรู้จักกับมาดามเก่งไม่เคยคุยธุรกิจในวงเหล้า ทุกครั้งจะมีทนายความของมาดามเก่งอยู่ด้วย และมีการทำร่างสัญญาให้ตลอด แต่ส่วนตัวยินดีชดใช้ทุกบาท โทน ยังยอมรับว่าอั๋นโอกิเป็นน้องรัก และรู้จักกันในวงการพระแต่ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือเป็นขบวนการเดียวกัน ต่างคนต่างทำมาหากิน

การทำสัญญาของตนไม่ได้ใช้กลอุบายทางกฎหมายมาเล่นงานเจ้าหนี้ และยืนยันว่าเป็นหนี้ก็ต้องใช้คืนทุกบาท นอกจากนี้อยากฝากถึงมาดามเก่งว่ายังรักและเคารพ และจะใช้หนี้ให้หมดตามสัญญาอย่างแน่นอน พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า เราไม่ควรมาเจอกันที่ชั้น 27 ในวันนั้น พร้อมย้อนคำพูดมาดามเก่งว่า "ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว" เช่นกัน

เมื่อถามว่า ทราบหรือไม่ว่าวันนี้บิ๊กโจ๊กได้เดินทางเข้ามาให้ปากคำเช่นกัน ได้เดินสวนกันหรือได้เจอกันหรือไม่ นายโทน บอกว่า ไม่ได้เจอและไม่รู้จักกัน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...