โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“สส.ณัฐพล” อัดนโยบายท่องเที่ยวทุ่มแต่จัดงานอีเวนต์ ใช้งบฯ ไม่ตรงจุด

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

“ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล” สส.พรรคประชาชน ซัดนโยบายท่องเที่ยวอนุทินฯ เหมือนแนวคิดรัฐบาลชุดเก่าๆ กระจายงบลงท้องถิ่นน้อยไป ใช้งบไม่ตรงจุด ควรเน้นพัฒนาพื้นที่มากกว่าทุ่มจัดงานอีเวนต์ ที่ประสบความสำเร็จน้อยนิด

วันที่ 9 เมษายน 2569 ที่ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชั้น 2 อาคารรัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ เขต 3 พรรคประชาชน ได้อภิปรายว่าช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวบ้านเราน้อยลง เพราะความน่าสนใจของบ้านเราลดลง ไม่มีจุดขายใหม่ ๆ นักท่องเที่ยวขาดแรงจูงใจที่จะมาซ้ำ และประเทศเพื่อนบ้านเราก็ทำการท่องเที่ยวได้ดีกว่าเรา จากข้อมูลพบว่า รายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 70% กระจุกอยู่แค่ใน 5 จังหวัดหลัก ส่วนรายได้อีก 30% ก็คือจังหวัดอื่น ๆ ที่เหลือกว่า 70 จังหวัดที่ต้องแบ่ง ๆ กันไป ในบางพื้นที่ก็โดนทุนต่างชาติเข้ามาแย่งส่วนแบ่งรายได้ออกไป

ในบางพื้นที่มีนักท่องเที่ยวมาก แต่ความสามารถในการรองรับของเมืองยังจำกัด ทำให้หลายจังหวัดในบางพื้นที่ไม่สามารถสร้างการท่องเที่ยวได้ ที่ผ่านมาการแก้ไขจากภาครัฐนั้นมีการดำเนินการล่าช้า ควบคุมนอมินีไม่ได้ ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานช้า งบส่วนใหญ่หมดไปกับการจัดอีเวนต์ ทำ Soft Power ไปหลายพันล้าน แต่มีผลสำเร็จเป็นรูปธรรมไม่กี่งาน

นายณัฐพลกล่าวว่า สำหรับนโยบายแรกที่รัฐบาลจะพัฒนาให้ไทยเป็นจุดหมายในการเดินทางแบบ 365 วัน ในหลักการถือว่าตอบโจทย์ในการเพิ่มการกระจายตัวของการท่องเที่ยว เพียงแต่ว่าวิธีการที่จะทำนั้น จากที่จะสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ประทับใจ สร้างความปลอดภัย ต่อยอดจุดแข็ง เช่น ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ศิลปะ วัฒนธรรม วิถีไทย ผสมผสานสินค้าและบริการไทย เช่น ผลไม้ไทย อาหาร สปา สินค้า GI เพื่อเพิ่มมูลค่าตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ

ซึ่งหลายพื้นที่เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว แต่ทำไมหลายพื้นที่เหล่านั้นถึงยังไม่กลายเป็นที่หมายแบบ 365 วัน อย่างเชียงใหม่บ้านของตนมีการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มีศิลปะวัฒนธรรม มีอาหาร มีครบ มีมานานแล้ว แต่สาเหตุที่ทำให้เชียงใหม่ไม่สามารถเที่ยวได้ 365 วัน เนื่องจากฝุ่น PM2.5 กล่าวคือ การที่จะทำให้ไทยเป็นที่หมายแบบ 365 วันได้ การเพิ่มผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวมันไม่พอ แต่ต้องหาอุปสรรคอื่น ๆ ที่ทำให้คนไม่ไปเที่ยว และแก้อุปสรรคเหล่านี้ไปพร้อมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยว นโยบายจึงจะสำเร็จ

นโยบายด้านที่ 2 การจัดให้มีระบบประกันภัยนักท่องเที่ยวภาคบังคับ ซึ่งตนเห็นด้วย เมื่อสัปดาห์ก่อน ตนเห็นข่าวว่ารัฐมนตรีท่านหนึ่งจะชงเรื่องให้ ครม. เคาะเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน 300 บาทจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งตามกฎหมายว่าด้วยค่าเหยียบแผ่นดินระบุไว้ว่า ค่าเหยียบแผ่นดินที่เก็บได้สามารถนำไปใช้ในการทำประกันภัยให้กับนักท่องเที่ยวได้ เรื่องนี้อยากให้ตอบให้ชัดว่าจะดำเนินการเรื่องประกันภัยนักท่องเที่ยวอย่างไร ตนอยากให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องตอบให้ชัด เพราะเรื่องนี้จะส่งผลต่อการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

นโยบายด้านที่ 3 ด้านการจัดการทุนนอมินีและการทบทวน Free Visa เกือบ 3 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ทำให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น แต่ที่เพิ่มคือ ธุรกิจนอมินีสีเทาสีดำที่มีอยู่ตามหัวเมืองท่องเที่ยวต่าง ๆ สิ่งที่ต้องทำคือ ต้องแก้ พ.ร.บ.ธุรกิจต่างด้าว โดยนิยามคำว่า “นอมินี” ให้ชัดเจนขึ้น กำหนดให้การกระทำแบบนอมินีมีความผิดมากขึ้น และต้องบังคับใช้อย่างจริงจัง เราถึงจะมีอาวุธไปจัดการเรื่องนี้

นโยบายด้านที่ 4 ด้านการพัฒนาเชิงกายภาพทางการท่องเที่ยว ในคำแถลงเขียนอย่างไรก็ไม่ผิด การพัฒนาเชิงกายภาพเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำ แต่ถ้อยคำที่เอามาเขียน เหมือนนำนโยบายเก่าที่ควรเสร็จนานแล้ว มาเขียนใหม่ในวันนี้ เพราะงบประมาณในแต่ละท้องถิ่นไม่เพียงพอ และงบการท่องเที่ยวลงไปไม่ถูกจุด

นายณัฐพลกล่าวต่อว่า หากเรากระจายงบประมาณสู่ท้องถิ่นอย่างจริงจัง ใส่ใจกับงบท่องเที่ยวทุกก้อนให้ตอบโจทย์กับการพัฒนาเชิงกายภาพมากกว่าการจัด Event และไม่ปล่อยให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ปล่อยให้มีเงินทอน ไม่ปล่อยให้มุ้งบ้านใหญ่ไม่กี่มุ้งดึงงบเข้าจังหวัดตัวเอง ณ เวลานี้ การท่องเที่ยวท้องถิ่นเราเจริญแล้ว ไม่ต้องรอให้มีกฎหมายใหม่ก็ได้

นายณัฐพลกล่าวว่า สิ่งที่สามารถทำได้เลยในงบประมาณปี พ.ศ.2570 คือ การปฏิรูประบบงบประมาณในภาพรวมให้กระจายมากขึ้น และปฏิรูปการใช้งบด้านการท่องเที่ยวด้วย มิเช่นนั้น รายได้ที่พยายามหามาใหม่ จะถูกใช้ไปแบบเดิม ซึ่งจะยังไม่ตอบโจทย์

นโยบายด้านที่ 5 นโยบายด้านการเงิน สิ่งที่ตนอยากเห็นคือ มาตรการเชิงรับที่เจาะจงสำหรับภาคการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการท่องเที่ยวต้องรวมตัวกันออกมาเรียกร้องอยู่หลายครั้งกว่ามาตรการเยียวยาจะออกมา และยิ่งตอนนี้มีวิกฤติสงคราม มีวิกฤติราคาน้ำมันที่มันส่งผลกระทบแล้ว รัฐบาลต้องมีมาตรการช่วยเหลือเจาะจงไปยังผู้ประกอบการรถทัวร์ รถบัส รถตู้ รถแท็กซี่ ได้แล้ว เพราะคนกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันไปแล้ว

มาตรการทางการเงินเชิงรับสำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ คือสิ่งที่รัฐบาลต้องเตรียมได้แล้ว ต่อให้ทำเที่ยวไทยคนละครึ่งขึ้นมา แต่คนไทยจะเอาเงินที่ไหนมาควักจ่ายอีกครึ่งหนึ่งเพื่อไปเที่ยว ตนคิดว่าในเวลานี้ มาตรการเชิงรับที่เจาะจงไปยังผู้ประกอบการท่องเที่ยวจะตอบโจทย์และแบ่งเบาภาระให้พวกเขาได้มากกว่า

นโยบายด้านกฎหมายที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวในคำแถลงฉบับนี้ มีอยู่ 2 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง คือ กฎหมายว่าด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลและกฎหมายโรงแรม ซึ่งตนก็ทราบมาว่าทางกฤษฎีกามีร่างหลักการ พ.ร.บ.เศรษฐกิจดิจิทัลไว้แล้ว พยายามดันเข้า ครม. เมื่อสมัยรัฐบาลก่อนหน้ามาแล้ว แต่ก็ได้ยินแว่ว ๆ มาว่าโดนทุนแพลตฟอร์มใหญ่ขวางไว้ ซึ่งในเมื่อรัฐบาลนี้พูดแล้วว่าจะทำ ตนหวังว่ารัฐบาลจะใจแข็งพอ ไม่ยอมให้ใครมาขวาง

นโยบายด้านสุดท้าย เป็นเรื่องใหม่สุดของรัฐบาลนี้ คือเรื่องการควบรวมกระทรวงท่องเที่ยวและกระทรวงวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน แต่การควบรวม 2 กระทรวงมันก็มีหลายประเด็นที่ต้องคิด เรื่องการควบรวม รัฐบาลเคยออกมาบอกว่ายังไม่ได้ทำการศึกษา และต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๆ 6 เดือน สำหรับตน ในเมื่อเรื่องนี้ก็ต้องทำการศึกษาอยู่แล้ว ตนอยากเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในสภาชุดนี้ เพื่อที่เราจะได้ศึกษาเรื่องนี้กันแบบมีส่วนร่วม และเราอาจจะเจอทางเลือกอื่นที่ดีกว่าการควบรวม 2 กระทรวงนี้ก็ได้

นายณัฐพลกล่าวปิดท้ายว่า สุดท้ายนี้ ตนอยากย้ำเตือนรัฐบาลนี้ว่า ตอนนี้กระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั้งหมด ตามนโยบายที่แถลงมานั้น อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของพรรคภูมิใจไทยทั้งหมดแล้ว ซึ่งถ้าครั้งนี้ยังไม่สามารถทำการท่องเที่ยวให้ดีได้อีก นโยบายที่เขียนมาเยอะแบบพลัส ๆ มันก็จะมีผลลัพธ์แค่ไมนัสเท่านั้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “สส.ณัฐพล” อัดนโยบายท่องเที่ยวทุ่มแต่จัดงานอีเวนต์ ใช้งบฯ ไม่ตรงจุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...