ผู้นำอิตาลีเสนอ ‘อียู’ ระงับระเบียบวินัยการคลัง หากวิกฤติพลังงานทวีความรุนแรง
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ว่านายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี ผู้นำอิตาลี กล่าวต่อรัฐสภาว่า หากวิกฤติในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอีก สหภาพยุโรป (อียู) ควรพิจารณาการตอบสนองอย่างจริงจัง ให้คล้ายกับแนวทางที่ใช้ในการรับมือกับโรคโควิด-19
ในกรณีนั้น เธอกล่าวว่า ควรมีการหารือเกี่ยวกับการระงับ “ข้อตกลงว่าด้วยเสถียรภาพและการเติบโต” (Stability and Growth Pact) เป็นการชั่วคราว โดยไม่เพียงแต่ยกเว้นแค่บางรัฐสมาชิก แต่ประกาศเป็นมาตรการทั่วไป
อนึ่ง ประเทศสมาชิกอียูมีข้อผูกพันต่อกฎระเบียบวินัยทางการคลัง ที่กำหนดให้ต้องรักษาระดับการขาดดุลภาครัฐ ให้ต่ำกว่า 3% ของผลผลิตทางเศรษฐกิจ และหนี้สาธารณะไม่เกิน 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)
อย่างไรก็ตาม อียูสามารถระงับกฎเหล่านี้ได้ในสถานการณ์พิเศษ และวิกฤติการณ์ต่าง ๆ เช่นเดียวกับในช่วงที่เกิดการระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งหลายประเทศต้องพยุงเศรษฐกิจที่กำลังประสบปัญหาของตน
ด้านนายวัลดิส ดอมบรอฟสกิส หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจของอียู กล่าวต่อสมาชิกรัฐสภายุโรป ว่า เงื่อนไขในการเปิดใช้งานข้อกำหนดการยกเว้นทั่วไป คือ “ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรง” ในยูโรโซน หรือสหภาพยุโรปโดยรวม แต่ในขณะนี้ อียูยังไม่ได้อยู่ในสถานการณ์นั้น
เขาเสริมว่า กฎของอียูอนุญาตให้ประเทศสมาชิกมีความยืดหยุ่นทางการคลังบ้าง เพื่อบรรเทาผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจ.
เครดิตภาพ : AFP