โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น" ซูเปอร์ฟู้ดประโยชน์เยอะ วิธีทานให้ได้ผล ใครบ้างควรหลีกเลี่ยง

sanook.com

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
“น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น” ซูเปอร์ฟู้ดจากธรรมชาติ ประโยชน์ล้นตัวพร้อมวิธีทานให้ได้ผลดีที่สุด

"น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น" ซูเปอร์ฟู้ดจากธรรมชาติ ประโยชน์ล้นตัวพร้อมวิธีทานให้ได้ผลดีที่สุด

ในยุคที่เทรนด์การดูแลสุขภาพด้วยวิถีธรรมชาติมาแรง "น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น" (Virgin Coconut Oil) กลายเป็นไอเทมสามัญประจำบ้านที่หลายคนต้องมีติดไว้ แต่ทราบหรือไม่ว่าน้ำมันชนิดนี้แตกต่างจากน้ำมันปรุงอาหารทั่วไปอย่างไร? และทำไมมันถึงถูกขนานนามว่าเป็น "ไขมันดี" ที่คนรักสุขภาพทั่วโลกยอมรับ วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับมหัศจรรย์จากลูกมะพร้าวนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น คืออะไร?

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น คือน้ำมันที่ได้จากการแยกน้ำมันออกจากเนื้อผลของมะพร้าวโดย ไม่ผ่านกระบวนการทางเคมีและไม่ใช้ความร้อนสูง (Cold Process) ซึ่งวิธีนี้จะช่วยคงคุณค่าของสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุไวได้อย่างครบถ้วน มีลักษณะใสเหมือนน้ำ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของมะพร้าวตามธรรมชาติ และที่สำคัญคือมีสารประกอบหลักเป็น กรดไขมันอิ่มตัวสายปานกลาง (Medium Chain Triglycerides หรือ MCTs) ซึ่งร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ทันที ไม่สะสมเป็นไขมันเหมือนไขมันสายยาวในน้ำมันชนิดอื่น

ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นที่วิจัยยืนยัน

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นไม่ได้มีดีแค่กลิ่นหอม แต่ยังมีสรรพคุณที่ครอบคลุมทั้งสุขภาพภายในและความงามภายนอก ดังนี้:

  • ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญและลดน้ำหนัก: กรดลอริก (Lauric Acid) ในน้ำมันมะพร้าวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเมตาบอลิซึม ทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้น และช่วยให้อิ่มนานขึ้น

  • เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: กรดลอริกเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็น "โมโนลอริน" ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อไวรัสบางชนิดได้ดี

  • บำรุงหัวใจและหลอดเลือด: งานวิจัยระบุว่าการทานน้ำมันมะพร้าวช่วยเพิ่มระดับไขมันดี (HDL) ในเลือด ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ

  • บำรุงผิวพรรณและเส้นผม: ด้วยโมเลกุลที่เล็กจึงซึมเข้าสู่ผิวได้ดี ช่วยเติมความชุ่มชื้น ลดการอักเสบของผิว และช่วยให้เส้นผมเงางาม ลดการหลุดร่วง

  • ตัวช่วยดีท็อกซ์ช่องปาก (Oil Pulling): การอมน้ำมันมะพร้าวแล้วกลั้วปาก ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย ลดคราบหินปูน และระงับกลิ่นปากได้อย่างดีเยี่ยม

วิธีการทานและใช้งานให้ถูกจุด

การจะได้รับประโยชน์สูงสุดนั้นขึ้นอยู่กับว่าเรา "ทานอย่างไร" และ "ปริมาณเท่าไหน"

  • ทานสด: แนะนำให้ทานวันละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ก่อนอาหารเช้าหรือตอนท้องว่าง เพื่อช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญและระบบขับถ่าย

  • ผสมในเครื่องดื่ม: หากทานสดไม่ได้ ให้ผสมลงในกาแฟ (Bulletproof Coffee), สมูทตี้ หรือน้ำผลไม้ จะช่วยให้ทานง่ายขึ้นและได้พลังงานที่คงที่

  • ใช้ปรุงอาหาร: สามารถใช้ผัดหรือทอดแทนน้ำมันทั่วไปได้ เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวมีจุดเกิดควัน (Smoke Point) ที่ค่อนข้างสูง จึงไม่เปลี่ยนสภาพเป็นไขมันทรานส์เมื่อถูกความร้อน

  • ใช้ภายนอก: ใช้ทาผิวหลังอาบน้ำเพื่อกักเก็บความชุ่มชื้น หรือใช้หมักผมทิ้งไว้ 15-20 นาทีก่อนสระออก

ข้อควรระวังสำหรับการบริโภค

แม้จะมีประโยชน์มาก แต่เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวเป็น "ไขมัน" ซึ่งให้พลังงานสูง (1 ช้อนโต๊ะให้พลังงานประมาณ 120-130 แคลอรี) จึงควรบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับตับหรือภาวะไขมันในเลือดสูงผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มทานเป็นประจำครับ

การเลือกซื้อควรสังเกตผลิตภัณฑ์ที่บรรจุในภาชนะแก้วหรือพลาสติกคุณภาพดี มีเลข อย. รับรอง และระบุว่าเป็น "น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น 100%" เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับคุณประโยชน์จากธรรมชาติอย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...