ปัตตานีพลิกฟื้นหาดร้าง ชู ‘แฆแฆ’ จัด ‘เทศกาลตกหมึก-แคมป์ปิ้ง’ ดึงนักท่องเที่ยวไทย-มาเลย์ สัมผัสเสน่ห์ทะเลใต้่
สุกรี มะดากะกุล รายงาน
บรรยากาศชายหาดทะเล อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี แสงไฟจากเรือตกหมึกเกือบร้อยลำที่ส่องประกายอยู่กลางทะเลยามค่ำคืน เสียงคลื่นซัดฝั่งสลับกับเสาะของนักลับกับเสท่องเที่ยว และกลิ่นอาหารทะเลสดจากร้านค้าริมชายหาด กลายเป็นภาพจำใหม่ของจังหวัดปัตตานี เมืองชายแดนใต้ที่วันนี้กำลังพยายามพลิกมุมมองจาก พื้นที่ปลายด้ามขวาน สู่ เมืองท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมชุมชน
เมื่อช่วง18.00 น.วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 บริเวณหาดแฆแฆ ตำบลบ้านน้ำบ่อ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานเปิดงาน “Pattani Squid Fishing and Camping Festival” เป็นเทศกาลแคมป์ปิ้งและตกหมึกปัตตานี ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักจากหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอปะนาเระ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน นักท่องเที่ยว และนักกีฬาตกหมึกที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
นางปัณณานันท์ ทองหยู สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปัตตานี ร่วมอบต.ปะนาเระ กับภาคีเครือข่ายและนักกิจกรรมในพื้นที่ จัดงานดังกล่าวขึ้นระหว่างวันที่ 8–10 พฤษภาคม 2569 ณ หาดแฆแฆ (มุมใหม่) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ และยกระดับภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นทั้งในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ
การจัดงานครั้งนี้เป็นความพยายามในการใช้ทุนทางธรรมชาติและวิถีชุมชน มาเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ กระจายโอกาส และเปิดพื้นที่ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวของตัวเอง
อดีตหาดแถบนี้เคยเป็นที่ท่องเที่ยวอันโด่งดังมาก่อน เป็นชายหาดที่สภาพแวดล้อม มีทั้งป่าเขา นา เล ต้นตาลโตนด แต่จากสถานการณ์เหตุความรุนแรงชายแดนใต้ ทำให้พื้นที่นี้เงียบเหงา ไม่มีนักท่องเที่ยวมานาน บางแห่งถูกทิ้งร้าง เงียบเหงา การสร้างกิจกรรมครั้งนี้เพื่อหวังพลิกฟื้นให้ ‘แฆแฆ’ กลับมาคึกคักเหมือนเดิม ดังความหมายเดิม ‘แฆแฆ’ แปลว่า เสียงดัง ครึกโครม
กิจกรรมไฮไลท์ ที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือการแข่งขันตกหมึก Khea Khea Squid Fishing ที่จัดขึ้นทั้งหมด 2 รอบ โดยรอบแรกเป็นการแข่งขันของชาวประมงเรือเล็ก เรือกอและ เรือประมงพื้นบ้านในชุมชน เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม มีเรือเข้าร่วมมากถึง 102 ลำ ก่อนต่อยอดสู่การแข่งขันของบุคคลทั่วไปในวันที่ 9 พฤษภาคม ซึ่งมีผู้เข้าร่วมอีก 17 ลำ
ทันทีที่ท้องฟ้าเริ่มมืด แสงไฟจากเรือตกหมึกหลายร้อยดวงก็เริ่มส่องสว่างกลางทะเลปะนาเระ กลายเป็นภาพงดงามที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้มานั่งชมริมชายหาด ให้เลือกบันทึกภาพ บางคนเลือกนั่งฟังเสียงคลื่นและสัมผัสบรรยากาศสงบของทะเลยามค่ำคืน ซึ่งแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ทั่วไป
ผลการแข่งขันปีนี้สร้างความตื่นตาตื่นใจไม่น้อย เมื่อผู้ชนะสามารถจับปลาหมึกได้มากถึงประมาณ 100 กิโลกรัมจากเรือลำเดียว ขณะที่จำนวนปลาหมึกจากเรือทุกลำรวมกันกว่า 1,000 กิโลกรัม สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่อำเภอปะนาเระ และศักยภาพของการท่องเที่ยวเชิงประมงพื้นบ้านที่กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากกิจกรรมตกหมึกแล้ว ภายในงานยังอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันทำอาหาร เชฟกระทะหมึก ที่นำปลาหมึกสดจากทะเลมาแปรรูปเป็นเมนูสร้างสรรค์ กิจกรรม Chef Table ริมทะเล ที่ยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นสู่เมนูระดับพรีเมียม รวมถึงกิจกรรม Coastal Camp ที่เปิดพื้นที่ให้สายแคมป์ได้สัมผัสธรรมชาติริมทะเลอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน ยังมีกิจกรรมปั่นจักรยานท่องเที่ยวชุมชนระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร พานักท่องเที่ยวสัมผัสวิถีชีวิตของคนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด รวมถึงกิจกรรมกีฬาทางน้ำ Khea Khea Surfing Games ที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ทดลองเล่นเซิร์ฟ พร้อมการสาธิตจากผู้เชี่ยวชาญ
อีกมุมหนึ่งที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน คือกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมของกลุ่มทะเลจร ที่นำขยะทะเลและฝาขวดพลาสติกมาแปรรูปเป็นพวงกุญแจและรองเท้าแตะ สะท้อนแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ที่ให้ความสำคัญทั้งเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของชุมชน
ตลอดทั้งงานยังเต็มไปด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ทั้งซีลัต ดีเกฮูลู และดนตรีมลายู ที่ช่วยเติมสีสันและสะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ชายแดนใต้ได้อย่างโดดเด่น ขณะที่ร้านจำหน่ายอาหารทะเล อาหารพื้นบ้าน และสินค้าชุมชนกว่า 70 บูธ ต่างได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก สร้างบรรยากาศการค้าขายที่คึกคักตลอดทั้งวัน
ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า จังหวัดปัตตานีมีความพร้อมด้านทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตชุมชน ที่สามารถต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ได้อย่างมีศักยภาพ การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเชื่อมั่น และผลักดันให้ปัตตานีกลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางสำคัญของการท่องเที่ยวภาคใต้
ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป นักท่องเที่ยวจำนวนมากเริ่มมองหาประสบการณ์ใหม่ที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ ผู้คน และวัฒนธรรมท้องถิ่น และดูเหมือนว่า Pattani Squid Fishing and Camping Festival กำลังตอบโจทย์นั้นได้อย่างลงตัว
สิ่งที่เกิดขึ้นริมทะเลปะนาเระในค่ำคืนดังกล่าว ไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลตกหมึกธรรมดา แต่กำลังกลายเป็นภาพสะท้อนของปัตตานีในมิติใหม่ เมืองแห่งทะเล วิถีชุมชน และความหวังทางเศรษฐกิจ ที่กำลังส่องแสงไม่ต่างจากเรือตกหมึกกลางทะเลในยามค่ำคืน