โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ ยัน รัฐบาลไม่มีแผนสำรอง หลังฝ่ายค้าน ยื่น ศาล รธน. วินิจฉัย พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน

The Reporters

อัพเดต 12 พ.ค. เวลา 07.33 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. เวลา 07.33 น.

นายกฯ ยัน รัฐบาลมีแผนเดียว ไม่มีสำรอง หลังฝ่ายค้าน ยื่น ศาล รธน. วินิจฉัย พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน โว “ถ้าไม่มั่นใจคงไม่ออก”

วันนี้ (12 พ.ค. 69) เวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้านส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ วงเงินไม่เกิน 400,000 ล้านบาท ว่าเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยฝ่ายค้านให้เหตุผลว่า ไม่เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วน โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ฝ่ายบริหารหรือรัฐบาล ในฐานะผู้บริหารราชการแผ่นดิน เห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

เมื่อถามว่า การที่ฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้ จะทำให้โครงการที่รัฐบาลวางไว้สะดุดหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ไม่ครับ” เพราะพระราชกำหนดมีผลบังคับใช้แล้ว และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นที่เรียบร้อย เพียงแต่อาจมีความล่าช้าบ้าง หากสมาชิกรัฐสภาที่สามารถรวบรวมรายชื่อได้ 1 ใน 5 ส่งเรื่องเข้ามา ซึ่งจะทำให้ประธานสภาต้องบรรจุวาระดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาเป็นวาระแรก แต่ยืนยันว่าเป็นคนละส่วนกัน โดยด้านหนึ่งคือการนำเงินไปช่วยเหลือประชาชน ซึ่งยังคงดำเนินการต่อไป

เมื่อถามว่า นายกรวีร์มีการเตรียมรับมือหากมีฉากทัศน์ที่แย่ที่สุดอย่างกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าการออก พ.ร.ก. กู้เงินขัดรัฐธรรมนูญ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลต้องทำหน้าที่ที่ต้องทำ คือการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร

ส่วนจะต้องมีแผนสองหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า “มีแผนเดียว คือช่วยเหลือพี่น้องประชาชน”

เมื่อถามว่า การออก พ.ร.ก. ถูกพนันด้วยตำแหน่งของคณะรัฐมนตรีทั้งหมด นายกรัฐมนตรีมีแผนรองรับใช่หรือไม่ หากศาลรัฐธรรมนูญชี้เป็นอย่างอื่น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “มาถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่มั่นใจก็อย่าออก พ.ร.ก. เท่านั้นเอง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...