โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ราชทัณฑ์รับบกพร่องจริง ลืมส่งเอกสารแจ้งสิทธิยื่นสู้คดีให้ ‘แป้ง นาโหนด’

The Bangkok Insight

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

ราชทัณฑ์รับบกพร่องจริง ปมจนท.เรือนจำบางขวางลืมส่งเอกสารแจ้งสิทธิยื่นสู้คดีให้ "แป้ง นาโหนด" ส่วนปมคลิปเสียงพบญาติลักลอบบันทึก

จากกรณีที่กรมราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัว นายเชาวลิต ทองด้วง หรือ “เสี่ยแป้ง นาโหนด” อายุ 41 ปี ผู้ต้องขังคดีอุกฉกรรจ์ คดีความผิดฐานปล้นทรัพย์ ความผิดต่อเสรีภาพ และ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ กำหนดโทษ 20 ปี 16 เดือน ปัจุจบันถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง ซึ่งเป็น 1 ใน 5 เรือนจำความมั่นคงสูงของประเทศไทย เนื่องจากก่อนหน้านี้ นายเชาวลิต ได้เคยก่อเหตุหลบหนีออกจากสถานคุมขัง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ขณะรักษาตัวนอกเรือนจำฯ เมื่อวันที่ 22 ตุ.ค. 2566 และได้ไปหลบซ่อนตัวในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด

ก่อนเจ้าหน้าที่สืบสวนสะกดรอยติดตามเจอ และมีการปะทะกัน ทำให้นายเชาวลิตได้หลบหนีต่อไปยังประเทศอินโดนีเซีย ก่อนถูกจับกุมตัวได้เนื่องจากไปทำร้ายผู้หญิงในโรงแรม จากนั้นทางการไทย นำโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีต รมว.ยุติธรรม ประสานงานกับทางการอินโดนีเซีย ร่วมกันนำตัวนายเชาวลิตกลับไทยมาดำเนินคดี และส่งตัวคุมขังในเรือนจำความมั่นคงสูงอย่างเรือนจำกลางบางขวาง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2567 ที่ผ่านมา

ก่อนที่จะปรากฏกระแสข่าวฮือฮาว่าญาติของนายเชาวลิต ได้แอบลักลอบบันทึกเสียงสนทนาระหว่างการเยี่ยมญาติผ่านวิดีโอคอลไลน์ ซึ่งเป็นบทสนทนาที่นายเชาวลิต ได้กล่าวอ้างร้องเรียนถึงกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม 3 ประเด็นสำคัญ เพื่อเรียกร้องสิทธิผู้ต้องขัง ประกอบด้วย

การถูกเจ้าหน้าที่เรือนจำฯ กลั่นแกล้งทางคดี โดยอ้างว่าเป็นการแกล้งให้ฎีกาขาดจากเรือนจำกลางบางขวาง จนต้องยื่นเรื่องใหม่ไปยังประธานศาลฎีกา และยังมีอีกหลายคดีที่ไม่ให้ส่ง จึงมองว่าเจ้าหน้าที่แกล้งให้เสียสิทธิการต่อสู้คดี

  • ขอความเป็นธรรมต่อกระทรวงยุติธรรม ว่ายังมีผู้ต้องขังเด็ดขาดเสียสิทธิทางคดีจำนวนมากจากการถูกกลั่นแกล้ง
  • ร้องเรียนเรื่องเจ้าหน้าที่เรือนจำฯ ปล่อยให้ผู้ต้องขังเล่นคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือตามข้อห้ามของกระทรวงยุติธรรม โดยอ้างว่าเป็นการใช้ติดต่อสื่อสารเกี่ยวกับคดียาเสพติดที่จับมาจากต่างประเทศ

ล่าสุด พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้สั่งการให้เรือนจำกลางบางขวาง จัดทำรายงานเหตุทุกประเด็นที่เกิดขึ้นรายงานไปยังกรมราชทัณฑ์ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมกับผู้ร้องและผู้ถูกร้อง ก่อนมีการร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป ตามที่ได้มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าวันที่ 25 เมษายน 2569 แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ภายหลังจากเหตุการณ์ร้องเรียนที่เกิดขึ้นของนายเชาวลิต ทองด้วง หรือแป้งนาโหนด ยอมรับว่ากรมราชทัณฑ์ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเมื่อ 24 เมษายน 2569 ทางเรือนจำกลางบางขวางได้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกประเด็นและรายงานมายังอธิบดีกรมราชทัณฑ์ตามที่มีการกล่าวหาทั้ง 3 ประเด็น

ซึ่งก็ได้รับทราบความคืบหน้าข้อเท็จจริง มูลเหตุพอสมควร โดยรายละเอียดทั้งหมดนี้จะถูกใช้พิจารณาในชุดคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่จะมีผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ เป็นประธาน ซึ่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์เตรียมลงนามคำสั่งแต่งตั้งจากร่างเสนอคำสั่งในวันจันทร์ที่ 27 เม.ย.นี้

และเมื่อมีการลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วนั้น ภายในวันดังกล่าว คณะกรรมการฯ จะลงพื้นที่ไปยังแดน 10 เรือนจำกลางบางขวาง เพื่อพูดคุยและสอบถามข้อมูลโดยตรงจากนายเชาวลิต เพื่อให้ความเป็นธรรมจากกรณีที่นายเชาวลิต รู้สึกว่าตนถูกกระทบสิทธิผู้ต้องขัง โดยจะมี ผบ.เรือนจำกลางบางขวาง ให้ความอำนวยสนับสนุนเรื่องข้อมูลต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย

แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เผยอีกว่า สำหรับเรื่องคลิปเสียงสนทนาระหว่างญาติและนายเชาวลิต ขณะที่มีการเยี่ยมญาติทางวิดีโอคอลไลน์ ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นการที่ญาติลักลอบแอบบันทึกเสียงสนทนาดังกล่าวออกมาเผยแพร่ เนื่องด้วยบริบทและสภาพห้องเยี่ยมญาติของเรือนจำกลางบางขวาง จะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 16 เครื่อง สำหรับให้ผู้ต้องขังได้เยี่ยมญาติออนไลน์

ซึ่งผู้ต้องขังทุกคนจะได้รับความเป็นส่วนตัวจากกันด้วยการใส่หูฟังเวลาสนทนา และจะมีผู้คุมคอยเดินตรวจตราความเรียบร้อย โดยหากพบว่ามีการนัดแนะแอบส่งของผิดกฎหมาย หรือมีลักษณะสุ่มเสี่ยงเป็นการพูดคุยลักษณะพิรุธ เจ้าหน้าที่จะตัดสัญญาณทันที

อย่างไรก็ตาม กรณีของญาตินายเชาวลิต ที่ญาติมีการลักลอบแอบบันทึกเสียงสนทนาออกมาเผยแพร่ ถือเป็นการละเมิดกฎของเรือนจำที่ห้ามบันทึกภาพและเสียง แต่อย่างไรก็ดี การที่เรือนจำฯ จะมีมาตรการงดเยี่ยมญาติในส่วนของนายเชาวลิต หรือปรับลดชั้น หรือย้ายแดนขังทันที หรือดำเนินคดีอาญากับญาตินั้น อาจยังไม่ใช่ในตอนนี้ เพราะโดยปกติแล้วหากเกิดเหตุการณ์ที่มีการละเมิดกฎของเรือนจำฯ จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในชั้นเรือนจำฯ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เรียบร้อยก่อน

และยิ่งในกรณีข้อร้องเรียน 3 ประเด็นของนายเชาวลิต ก็ยิ่งต้องรอการตรวจสอบจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่จะลงนามโดยอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เรียบร้อยก่อนเช่นเดียวกัน จึงจะมีคำสั่งหรือมาตรการต่อการเยี่ยมญาติของนายเชาวลิตต่อไป เพราะต้องย้ำว่า ในข้อร้องเรียนของผู้ต้องขัง ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของการถูกกระทบสิทธิ ดังนั้น กรมราชทัณฑ์มีหน้าที่ต้องให้ความเป็นธรรม ด้วยการพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ผู้ร้องด้วย

แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เผยอีกว่า ส่วนเรื่องกรณีที่นายเชาวลิตอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางบางขวางกลั่นแกล้ง ไม่ส่งเอกสารเรื่องการต่อสู้คดีที่สามารถให้ผู้ต้องขังยื่นฎีกาได้นั้น จากการตรวจสอบพบว่า เป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางบางขวางจริง เนื่องจากมีเอกสารจำนวนมาก จึงทำให้เจ้าหน้าที่ลืมส่งเอกสารแจ้งแก่นายเชาวลิต เป็นเหตุให้กระทบสิทธิของนายเชาวลิตโดยตรง

ซึ่งตอนนี้ทางเรือนจำฯ ได้แก้ปัญหาโดยการส่งเอกสารหารือกับทางศาลฎีกาเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างรอการตอบกลับจากศาลฎีกา ซึ่งในความบกพร่องส่วนนี้ของเจ้าหน้าที่ ทางเรือนจำฯ ก็ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว

แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม ระบุด้วยว่า ประเป็นที่นายเชาวลิต ประสงค์ย้ายออกจากเรือนจำกลางบางขวาง เพื่อขอไปคุมขังเรือนจำกลางคลองเปรมนั้น ผลการตรวจสอบจากเรือนจำกลางบางขวางรายงานมาว่า นายเชาวลิต มีพฤติกรรมสร้างตัวเป็นอิทธิพลในแดน

บ้างมีปากเสียงทะเลาะกับเพื่อนผู้ต้องขังรายอื่น ๆ บ้างทำร้ายร่างกายเพื่อนผู้ต้องขังด้วยการเตะ ทำให้นายเชาวลิตถูกลงโทษแยกขังที่แดน 10 ของเรือนจำกลางบางขวาง จึงอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดความเครียดจากการถูกควบคุมเข้มงวด และเข้าใจคลาดเคลื่อนไปอีกว่าตนเองถูกเจ้าหน้าที่เรือนจำกลั่นแกล้งตัดสิทธิเรื่องยื่นอุทธรณ์ฎีกาคดี

แต่ความเป็นจริงแล้ว เจ้าหน้าที่ยอมรับว่าบกพร่องเรื่องการแจ้งเอกสารจริง แต่ไม่ใช่การกลั่นแกล้งอย่างแน่นอน เพราะมีเอกสารจำนวนมากเข้ามา เมื่อรวบรวมไว้จึงลืมว่าฉบับใดเป็นขั้นตอนใดของผู้ต้องขังรายใดบ้าง ส่วนจะถึงขั้นต้องอนุญาตให้นายเชาวลิตได้ย้ายเรือนจำหรือไม่นั้น

อย่างไรก็ต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เป็นที่ยุติก่อน เพราะพฤติกรรมของนายเชาวลิต หากต้องย้ายเรือนจำฯ ก็ต้องไปคุมขังอยู่ในเรือนจำระดับซูเปอร์แม็กซ์ หรือเรือนจำความมั่นคงสูงสุด เช่น เรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรี เรือนจำกลางคลองไผ่ จ.นครราชสีมา เรือนจำกลางระยอง จ.ระยอง หรือเรือนจำกลางพิษณุโลก จ.พิษณุโลก

เพราะที่ผ่านมา ผู้ต้องขังรายใดก็ตามที่กระทำผิดวินัยผู้ต้องขังในเรือนจำทั่ว ๆ ไป ก็มักจะถูกส่งตัวมาที่เรือนจำกลางบางขวาง เพราะเรือนจำกลางบางขวาง ถือเป็นเรือนจำที่ค่อนข้างเข้มงวดในการดูแลสวัสดิภาพและพฤติกรรมนิสัยของผู้ต้องขังอยู่แล้ว

ฉะนั้น ระหว่างนี้นายเชาวลิต จะยังอยู่ในความดูแลของเรือนจำกลางบางขวางเช่นเดิม และย้ำว่านายเชาวลิต จะไม่มีการถูกเพ่งเล็งจากการเรียกร้องและร้องเรียนเรือนจำฯ อย่างแน่นอน เพราะเจ้าหน้าที่ผู้คุมมีหน้าที่ดูแลสวัสดิภาพของผู้ต้องขังทุกรายให้ประพฤติตนอยู่ในระเบียบของราชทัณฑ์

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...