โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สีหศักดิ์” เผยผลหารือ "หวัง อี้" ขอจีนช่วยเจรจาอิหร่าน เปิดทางขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

PPTV HD 36

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ไทย-จีน ยกระดับหุ้นส่วนเศรษฐกิจใหม่ มุ่งเป้าเทคโนโลยีสีเขียวและดิจิทัล “สีหศักดิ์” ขอจีนช่วยเจรจาอิหร่าน เปิดทางขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

เวลา 20.00 น. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลภายหลังหารืออย่างไม่เป็นทางการกับ นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่

โดย นายสีหศักดิ์ ระบุว่า เมื่อช่วงเช้าได้หารือกันไปรอบหนึ่งแล้ว และเมื่อสักครู่ก็ได้หารือกันอีกรอบหนึ่ง ขณะเดียวกัน นายหวัง อี้ ก็ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี และได้มีการหารือกันด้วย ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน เนื่องจากปีที่ผ่านมาเราได้เฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน แต่จริง ๆ แล้วความสัมพันธ์มีรากฐานมายาวนาน ซึ่งจีนพูดเสมอว่าความสัมพันธ์ไทย-จีน เสมือนเป็นพี่น้องและญาติมิตรที่ใกล้ชิดกัน อีกทั้งยังเป็นแบบอย่างที่ดี ของความสัมพันธ์ที่จีนอยากจะมีกับอาเซียนทุกประเทศ

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เราพยายามมองไปข้างหน้า เพราะตนคิดว่ารัฐบาลชุดนี้มุ่งที่จะดำเนินนโยบายที่ต่อเนื่องไปข้างหน้า และคงมีเสถียรภาพทางการเมืองพอสมควร เพราะฉะนั้นในการมองไปข้างหน้า คือเราจะทำแผนปฏิบัติการเพื่อเป็นแนวทางสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสองในอีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อครอบคลุมความสัมพันธ์ในทุกมิติ รวมทั้งความร่วมมือในระดับภูมิภาคและในระดับระหว่างประเทศ

ส่วนมิติใหม่ ๆ ของความสัมพันธ์ จะต้องไปสู่การทำให้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาร่วมกัน โดยเฉพาะเราต้องมองไปสู่อนาคตในเรื่องของนวัตกรรม เทคโนโลยี ดิจิทัล และการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งจีนมีบทบาทสำคัญในเรื่องของพลังงานโซลาร์และรถยนต์อีวี ซึ่งจีนก็เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากอยู่แล้ว และยังประสงค์ที่จะลงทุนในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

ขณะที่เรื่องภูมิภาค จีนถือว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งเสริมเสถียรภาพของภูมิภาค รวมถึงระดับโลกที่เราเป็นห่วง เนื่องจากปัจจุบันระเบียบโลกที่เน้นกติการะหว่างประเทศกำลังถูกบั่นทอน ดังที่จะเห็นได้จากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเราเห็นว่าทุกประเทศที่มีความเห็นตรงกันควรมุ่งที่จะรักษาระเบียบโลกให้อยู่ในกติกาและกฎหมายระหว่างประเทศในการดำเนินความสัมพันธ์ ไม่ใช่เรื่องของการใช้อำนาจเป็นใหญ่

สำหรับกรณีตะวันออกกลาง เราก็มีความเป็นห่วงและได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี ถึงผลกระทบต่อประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ด้วย โดยเฉพาะพลังงาน ที่ขณะนี้เรามีปัญหาเรื่องของเรือที่บรรทุกแก๊ส น้ำมัน และปุ๋ย เช่นเดียวกับจีน ทั้งที่จีนมีจำนวนเรือมากกว่าไทย แต่เขามีการสื่อสารและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับอิหร่าน นอกจากนี้ยังประสงค์ที่จะให้สันติภาพเกิดขึ้นโดยเร็ว ทางนายกรัฐมนตรีจึงได้ขอให้ฝ่ายจีนช่วยพูดอีกทางหนึ่งในเรื่องของพลังงาน และเรือให้เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ เพราะปัจจัยเรื่องน้ำมัน แก๊ส และปุ๋ยในประเทศไทยมีความสำคัญ เนื่องจากเราผลิตและส่งออกอาหาร หากขาดปุ๋ยเราก็จะมีข้อจำกัด

นายสีหศักดิ์ กล่าวเสริมอีกว่า ก่อนที่นายหวัง อี้ จะมาประเทศไทย ได้เดินทางไปยังกัมพูชามาก่อน ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนจึงอยากเห็นความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ได้รับการฟื้นฟูในฐานะเพื่อนบ้าน ซึ่งเขาเห็นว่าความสัมพันธ์ที่ดี และสันติภาพระหว่างประเทศทั้งสองจะเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อความมั่นคงของภูมิภาค

พร้อมย้ำว่า “เรื่องนี้ตนและนายกรัฐมนตรียืนยันว่า ประเทศไทยเรามีนโยบายที่จะอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านด้วยสันติภาพ และความมั่นคงร่วมกัน เราไม่ได้ปฏิเสธการเจรจาเลยกับกัมพูชา เพียงแต่ว่าในการเจรจานั้น เรื่องของความจริงใจต่อการที่เราจะสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันก่อน ตนเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เราสามารถเจรจาในเรื่องต่าง ๆ ได้ อย่างเช่น JBC เป็นต้น แต่ในช่วงนี้การประชุมควรจะเน้นการเจรจา ขณะเดียวกันเราควรจะพูดคุยในเรื่องของความร่วมมือชายแดน ความมั่นคงชายแดน การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจด้วยมาตรการต่าง ๆ ทุกอย่างจะได้คืบหน้า”

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ฝ่ายจีนไม่เห็นด้วยที่จะนำเอาประเด็นปัญหาทวิภาคีไปสู่เวทีระหว่างประเทศ โดยเห็นว่าปัญหาทวิภาคีก็ต้องแก้ไขโดยการเจรจาทวิภาคี เพราะฉะนั้นหากฝ่ายกัมพูชามุ่งแบบนั้นจริงด้วยความจริงใจ ไม่มีการกดดันประเทศไทย ตนคิดว่าการเจรจาต่าง ๆ ก็จะคืบหน้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ส่วนอีกเรื่อง นายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่า ตนเพิ่งเดินทางไปเยือนเมียนมา และนายหวัง อี้ ก็จะเดินทางไปยังเมียนมา จึงได้เล่าให้ฟังว่าตนไปมาแล้ว และผลการเยือนเป็นอย่างไร ซึ่งนโยบายของไทยคือเราอยากนำเมียนมากลับมาสู่อาเซียน แต่ในขณะเดียวกัน เมียนมาก็ต้องตอบสนองต่อข้อกังวลของอาเซียนด้วยทั้งสองทาง ฉะนั้นยืนยันว่าประเทศเมียนมามีความสำคัญต่ออาเซียน และจะทำให้อาเซียนมีความเข้มแข็ง แต่ทางเมียนมาก็ต้องแสดงถึงการตอบสนองต่อข้อกังวลต่าง ๆ ซึ่งไทยพร้อมที่จะสร้างสะพานระหว่างเมียนมากับอาเซียน

สำหรับฝ่ายจีน มีข้อเสนอที่จะเป็นตัวกลางในการพูดคุยด้วยหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า จีนบอกไม่แทรกแซง และมีความปรารถนาดี หากไทยอยากจะให้ช่วยอำนวยความสะดวกเหมือนที่เคยช่วยเมื่อปีที่แล้ว เขาก็ยินดี แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับทั้งสองประเทศ ซึ่งจีนย้ำว่าเขาไม่ประสงค์ที่จะแทรกแซง แต่อยากจะเห็นทั้งสองประเทศแก้ไขปัญหาด้วยการเจรจาทวิภาคี

ส่วนมีการเสนอขยายความร่วมมือระหว่างไทย-จีนหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เราต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสมัยใหม่ เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งจะเป็นประเด็นใหม่ ๆ ในการร่วมมือระหว่างไทยกับจีน โดยเฉพาะในเรื่องของเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งจีนมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน พลังงานโซลาร์ รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า ที่จีนเป็นอันดับหนึ่งในตอนนี้ และในประเทศไทยจีนก็เข้ามาลงทุนจำนวนมาก ซึ่งในวันนี้นายกรัฐมนตรีก็ได้ขับรถอีวีของจีนพา นายหวัง อี้ ไปยังร้านอาหาร

ส่วนกรณีนักท่องเที่ยวจีนที่หดหายไปในหลายจังหวัดของไทย ได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้ตนจึงมาหารือในที่ที่สวยงามและมีบรรยากาศดี ซึ่งเขาก็แฮปปี้มากที่พาเขามาที่จังหวัดกระบี่ เพราะเขาไม่เคยมาและก็ประทับใจ จึงเชื่อว่าเขาคงไปเล่าต่อว่า ประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง

นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ ยังยอมรับด้วยว่า ได้มีการหารือถึงเรื่องของสแกมเมอร์ต่อจากที่ได้มีการจัดประชุมระหว่างประเทศตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว เพื่อสร้างความเป็นหุ้นส่วนระดับโลกในการต่อต้านขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะออนไลน์ ซึ่งจีนต้องการที่จะสร้างเครือข่ายระหว่างประเทศในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นไทยกับจีนจึงเห็นตรงกัน และย้ำว่าจะร่วมมือกันในการขับเคลื่อนต่อไป

ทั้งนี้ มีโอกาสในการร่วมมือระหว่างไทย จีน กัมพูชา และเมียนมา ในการแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์หรือไม่ นายสีหศักดิ์ ระบุว่า สำหรับโอกาสในการมีความร่วมมือหลายฝ่าย เช่น ไทย กัมพูชา เมียนมา และจีน ในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ ปัจจุบันยังไม่มีกรอบความร่วมมือแบบ 3 หรือ 4 ฝ่ายอย่างเป็นทางการ

แต่อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์กับเมียนมามีทั้งประเด็นภายในประเทศ และประเด็นสำคัญเรื่องชายแดน ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รอไม่ได้ เราจึงเดินหน้าในเรื่องการปราบปรามอาชญากรรม เช่น แก๊งสแกมเมอร์ ยาเสพติด ปัญหามลพิษทางอากาศและน้ำ รวมถึงการฟื้นฟูการค้าชายแดน ซึ่งในปัจจุบันจีนมีการหารือกับเมียนมาและกัมพูชา ขณะที่ไทยก็มีการหารือกับเมียนมา และมีความประสงค์จะร่วมมือกับกัมพูชาในเรื่องเหล่านี้ด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กต.กางแผนอพยพคนไทยจากอิหร่านไปตุรกี ก่อนบินกลับไทย!

“สีหศักดิ์” เผย กัมพูชาควรตระหนักว่าโลกรู้แล้วว่าชอบแต่งเรื่อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “สีหศักดิ์” เผยผลหารือ "หวัง อี้" ขอจีนช่วยเจรจาอิหร่าน เปิดทางขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...