ยิ่งพูด ยิ่งสับสน! ท่าทีแข็งกร้าว-โพสต์โซเชียล “ทรัมป์” ฉุดเจรจาอิหร่านสะดุด
ยิ่งพูด ยิ่งสับสน! ท่าทีแข็งกร้าว-โพสต์โซเชียล "ทรัมป์" กลายเป็นอุปสรรคต่อการเจรจา ขณะอิหร่านชี้การคุกคาม-ปิดล้อม ทำให้ยากบรรลุข้อตกลง
วันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 03.48 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ความพยายามฟื้นการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านกำลังเผชิญอุปสรรคสำคัญ หลังเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายระบุว่า ท่าทีแข็งกร้าวและข้อความบนโซเชียลมีเดียของโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลลบต่อกระบวนการทางการทูต
เจ้าหน้าที่สหรัฐ เปิดเผยว่า การโพสต์ผ่าน Truth Social รวมถึงการเดินหน้าปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรืออิหร่าน ได้บั่นทอนความพยายามเจรจาที่ดำเนินผ่านตัวกลางอย่างปากีสถาน ฝั่งอิหร่านมองว่า ข้อความของทรัมป์ที่ขู่ว่าอาจทำลายประเทศหรือส่งกลับไปยุคหินเป็นการสร้างความอับอายต่อผู้นำ และลดแรงจูงใจในการบรรลุข้อตกลง
แม้ทั้งสองฝ่ายจะเข้าสู่ข้อตกลงหยุดยิงมานานกว่า 2 สัปดาห์ แต่ยังคงเผชิญทางตันเกี่ยวกับกรอบการเจรจายุติความขัดแย้ง ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนหลายพันราย และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
สถานการณ์ตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซยังดันราคาน้ำมันเบรนท์ขึ้นแตะระดับราว 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สหรัฐเข้าตรวจค้นเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน และเตหะรานตอบโต้ด้วยการยิงใส่เรือและยึดเรือพาณิชย์
นักการทูตยุโรป ระบุว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ความคืบหน้าแทบไม่เกิดขึ้น โดยการสื่อสารต่อสาธารณะของทรัมป์เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้การเจรจาชะงัก
ด้าน ทำเนียบขาว ยืนยันว่าทรัมป์ไม่ได้มุ่งปกป้องความรู้สึกของผู้นำอิหร่าน แต่จริงจังกับการบรรลุข้อตกลงที่รับประกันความมั่นคงของสหรัฐฯ
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยกล่าวว่าอารยธรรมทั้งระบบอาจสูญสิ้นในคืนเดียว ซึ่งฝ่ายบริหารเชื่อว่าท่าทีแข็งกร้าวช่วยกดดันให้อิหร่านยอมเข้าสู่ข้อตกลงหยุดยิง
อย่างไรก็ตาม ความเห็นในทีมทรัมป์ยังแตกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งต้องการยืดเวลาการปิดล้อม เพื่อเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจให้อิหร่านยอมอ่อนข้อ
อีกฝ่ายเตือนว่า หากยืดเยื้อนานเกินไป อาจกระทบเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะราคาน้ำมัน ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ทรัมป์เองยืนยันว่าไม่ได้อยู่ภายใต้แรงกดดันให้รีบทำข้อตกลง พร้อมชี้ว่าอิหร่านต่างหากที่กำลังเผชิญข้อจำกัดในการส่งออกน้ำมัน
ด้านMasoud Pezeshkian ระบุว่า อิหร่านพร้อมเจรจากับสหรัฐ แต่การปิดล้อมและการคุกคามเป็นอุปสรรคหลัก
ขณะเดียวกันอิหร่านต้องการข้อตกลงที่ครอบคลุมทั้งการยกเลิกคว่ำบาตร โครงการนิวเคลียร์ และความมั่นคง รวมถึงการรับประกันว่าจะไม่ถูกโจมตีอีก ซึ่งสหรัฐและอิสราเอลยังไม่ยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว
นักวิเคราะห์ มองว่า มีความเป็นไปได้ที่ทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงชั่วคราว เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซและยุติการปิดล้อม ก่อนจะเจรจาประเด็นใหญ่ต่อในระยะยาว
อเล็กซ์ วาตันกา ผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่าน ระบุว่า “สไตล์การสื่อสารของทรัมป์กำลังบั่นทอนความพยายามทางการทูตของตัวเอง” พร้อมชี้ว่า การเจรจากับอิหร่านต้องใช้วิธีการที่เงียบและไม่เผชิญหน้าผ่านสื่อ
ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง และความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทิศทางของการเจรจาครั้งนี้จึงมีนัยสำคัญต่อทั้งภูมิรัฐศาสตร์และตลาดโลกในระยะต่อไป
อ้างอิง : www.bloomberg.com