“น้ำมันดิบโลก” พุ่ง 2% เบรนท์ทะลุ 107 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังเจรจาสหรัฐอเมริกา-อิหร่าน สะดุด
"น้ำมันดิบโลก" พุ่ง 2% เบรนท์ทะลุ 107 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังเจรจาสหรัฐอเมริกา-อิหร่าน สะดุด ขณะการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังจำกัด กดดันอุปทานโลกให้ตึงตัว
วันที่ 27 เมษายน 2569 เวลา 06.13 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในวันจันทร์ โดยพุ่งขึ้นเกือบ 2% หลังการเจรจาสันติภาพระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน ยังไร้ความคืบหน้า ขณะที่การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกจำกัด ส่งผลให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกอยู่ในภาวะตึงตัว
ณ เวลา 23.46 น. ตามเวลา GMT ราคาน้ำมันดิบ Brent crude เพิ่มขึ้น 2.16 ดอลลาร์ หรือ 2.05% แตะระดับ 107.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน ขณะที่ West Texas Intermediate (WTI) อยู่ที่ 96.17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.77 ดอลลาร์ หรือ 1.88%
ความหวังในการรื้อฟื้นกระบวนการสันติภาพลดลงในช่วงสุดสัปดาห์ หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยกเลิกแผนการเดินทางเยือนกรุงอิสลามาบัดของผู้แทนเจรจา Steve Witkoff และ Jared Kushner แม้ว่า Abbas Araqchi รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน จะเดินทางถึงปากีสถานแล้วก็ตาม
นักวิเคราะห์จาก IG อย่าง Tony Sycamore ระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวทำให้แรงกดดันตกอยู่ที่อิหร่านโดยตรง และเวลาสำหรับการตัดสินใจกำลังลดลง พร้อมเตือนว่าอิหร่านอาจจำเป็นต้องปิดการผลิตจากแหล่งน้ำมันเก่า หากพื้นที่จัดเก็บน้ำมันเต็ม
ปัจจุบัน อิหร่านได้จำกัดการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สหรัฐใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน ส่งผลให้ปริมาณการขนส่งผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์นี้ลดลงอย่างมาก โดย ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า เมื่อวันอาทิตย์ มีเรือบรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันเพียงลำเดียวที่เข้าสู่อ่าวเปอร์เซีย
ขณะเดียวกัน Goldman Sachs ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันในไตรมาส 4 โดยคาดว่า Brent จะอยู่ที่ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ West Texas Intermediate (WTI) ที่ 83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากผลกระทบของกำลังการผลิตที่ลดลงในตะวันออกกลาง พร้อมเตือนว่าความเสี่ยงทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มสูงกว่าที่ประเมินไว้ เนื่องจากราคาน้ำมันมีโอกาสปรับขึ้นต่อ ราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปอยู่ในระดับสูง และมีความเสี่ยงต่อภาวะขาดแคลนสินค้า ท่ามกลางขนาดของวิกฤตที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
อ้างอิง : www.reuters.com