มติปชป. ร่วมลงชื่อกับ ปชน. ยื่นสอบ ป.ป.ช. คดีศักดิ์สยาม เผยพบหลักฐานใหม่
ปชป. มีมติร่วมลงชื่อกับ “ปชน.” ยื่นสอบ ป.ป.ช. คดีศักดิ์สยาม พร้อมยื่นตรง ป.ป.ช. อีกชุด หลังพบหลักฐานใหม่ หนุนแก้ รธน. ม.236 ตัดอำนาจประธานรัฐสภาใช้ดุลพินิจ หวั่นไม่เป็นกลาง-เอื้อพวกพ้อง
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 28 เม.ย. 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการประชุม สส.ของพรรค โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยมี สส. เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
จากนั้น เวลา 16.20 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส. บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมได้หยิบยกเรื่องผลคำวินิจฉัยของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม
โดยฝ่ายกฎหมายของพรรคที่ได้รับมอบหมายให้ไปศึกษาประเด็นรายละเอียด พบว่ามีประเด็นใหม่ ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจในการดำเนินการของพรรค โดยที่ประชุมมีมติ 2 เรื่อง คือ 1.เห็นว่าการวินิจฉัยของ ป.ป.ช. ยังมีประเด็นที่น่าสงสัย และมีหลักฐานใหม่เกิดขึ้น
เนื่องจากข้อสงสัยหรือข้อกล่าวหาในการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ที่ยกคำร้องคดีนายศักดิ์สยาม สวนทางกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในรายละเอียดยังมีความพยายามจงใจที่จะมองข้ามบางประเด็น และหยิบประเด็นเฉพาะ ซึ่งเป็นประเด็นที่เป็นประโยชน์กับผู้ถูกร้องมาวินิจฉัย
ดังนั้น เพื่อให้เกิดความกระจ่างชัด ทางพรรคจึงร่วมลงชื่อกับพรรคประชาชน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 ยื่นต่อประธานรัฐสภา เพื่อยื่นให้ศาลฎีกาเป็นผู้ไต่สวนอิสระ
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ในประเด็นที่ฝ่ายกฎหมายของพรรคได้ชี้ให้เห็นว่าเป็นเจตนาที่อาจจะถือว่าเป็นเจตนาพิเศษที่ ป.ป.ช. จงใจที่จะมองข้ามแล้วหยิบเฉพาะประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ถูกร้อง เบื้องต้นพรรคจะตั้งคณะทำงานยกร่าง โดยมีตน และนายราเมศ รัตนชเวง ฝ่ายกฎหมายของพรรค ร่วมกันยกร่างคำร้องกับพรรคประชาชน
2.ประเด็นที่ยังไม่มีใครพูดถึงคือการวินิจฉัยของ ป.ป.ช. ยังมีอยู่ 2 ประเด็น คือ 1.หลักฐานใหม่ คือหลักฐานที่มีการเผยแพร่ผ่านทางสำนักข่าวบางสำนักว่า ในช่วงเวลาที่นายศักดิ์สยาม ดำรงตำแหน่งรมว.คมนาคม ได้มีการออกหนังสือฉบับหนึ่งว่าภายใต้หน่วยงานที่ตนเองกำกับดูแล หากมีการประมูลจัดซื้อจัดจ้างประการใดก่อนที่จะมีการดำเนินการจะต้องแจ้งต่อรัฐมนตรีให้ทราบก่อน
ซึ่งเรื่องนี้อาจจะเข้าข่ายการแทรกแซง หรือการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ซึ่งเป็นประเด็นหนึ่งที่ป.ป.ช. ได้วินิจฉัยว่าไม่มีการใช้อำนาจรัฐมนตรีแทรกแซง โดยดูจากพฤติกรรมที่ไม่มีการไปสั่งการ แต่หนังสือฉบับดังกล่าวถือว่าเป็นหลักฐานใหม่
และ 2.ประเด็นที่ ป.ป.ช. จงใจมองข้ามคือเรื่องการขัดกันของผลประโยชน์ คือ บริษัทที่ไปรับงานในกระทรวงที่นายศักดิ์สยามกำกับดูแล ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญชัดเจนว่า มีผู้ถือหุ้นแทนหรือนอมินี แต่เจ้าของที่แท้จริงยังคงเป็นนายศักดิ์สยาม
ฉะนั้น เมื่อเจ้าของที่แท้จริง คือ นายศักดิ์สยาม แล้วบริษัทนี้ไปรับงานในหน่วยงานที่ตนเองกำกับดูแลย่อมเป็นการขัดกันของผลประโยชน์อย่างชัดเจน ซึ่งประเด็นนี้ทาง ป.ป.ช. ไม่ได้วินิจฉัยให้ชัดเจน โดยจงใจที่จะมองข้ามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
“พรรคประชาธิปัตย์จะยื่น 2 เรื่องนี้ถึง ป.ป.ช. เนื่องจากมีหลักฐานใหม่ เพื่อให้ ป.ป.ช. ทบทวนคำวินิจฉัยที่มีอยู่เดิม” นายสาทิตย์ กล่าว
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีข้อกังวลว่า หากยื่นเรื่องตามมาตรา 236 ต่อประธานรัฐสภา ซึ่งรัฐธรรมนูญระบุว่าเป็นดุลยพินิจของประธานรัฐสภา ถ้ามีเหตุอันควรสงสัยถึงจะยื่นประเด็นนี้อาจจะกระทบต่อการคานอำนาจระหว่างรัฐสภากับองค์กรอิสระ ตามกลไกของรัฐธรรมนูญหรือไม่
เพราะที่ผ่านมานายอภิสิทธิ์ ก็เคยแสดงความคิดเห็นว่า ควรมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ ซึ่งขณะนี้พรรคประชาชนเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรานี้ไปแล้ว ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จะสนับสนุนให้ดำเนินการแก้ไขในมาตราดังกล่าวต่อไป เพราะต่อไปการตรวจสอบองค์กรอิสระจะได้ไม่ต้องให้ประธานรัฐสภาใช้ดุลยพินิจ
เพราะขณะนี้หลายฝ่ายกังวลว่า หากนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา มีความไม่เป็นกลาง เข้าด้วยกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็อาจจะชะลอเรื่องดังกล่าวได้ ซึ่งในอดีตก็เคยเกิดขึ้นมา
เมื่อถามว่าการวินิจฉัยของ ป.ป.ช. ในครั้งนี้ มองว่าเป็นการฟอกขาวให้กับนายศักดิ์สยามหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า เรื่องนี้คงเป็นข้อสงสัยของสังคม พรรคประชาธิปัตย์ที่ยึดการเมืองสุจริต เราถือว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องทำให้เกิดความกระจ่างชัด ในเมื่อมีช่องทางตามกฎหมายและตามรัฐธรรมนูญที่ทำได้เราก็ดำเนินการได้เลย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มติปชป. ร่วมลงชื่อกับ ปชน. ยื่นสอบ ป.ป.ช. คดีศักดิ์สยาม เผยพบหลักฐานใหม่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th