โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เด็กผู้อพยพเสี่ยงถูกเนรเทศ หลังสหรัฐฯ ปล่อยสัญญาช่วยเหลือหมดอายุ

SpringNews

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เด็กผู้อพยพหลายหมื่นคนซึ่งเดินทางมายังสหรัฐอเมริกาโดยลำพัง กำลังเผชิญความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียสิทธิความช่วยเหลือทางกฎหมายในศาลตรวจคนเข้าเมือง และอาจถูกเนรเทศส่งกลับประเทศต้นทางอย่างรวดเร็ว เนื่องจากรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปล่อยให้สัญญาช่วยเหลือทางกฎหมายที่ทำไว้กับเครือข่ายองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรเกือบ 100 แห่งทั่วประเทศหมดอายุลงในวันศุกร์นี้

การยกเลิกสัญญาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเด็กที่อพยพเข้ามาโดยไร้ผู้ปกครองประมาณ 20,000 คน ซึ่งเดิมทีภายใต้สัญญานี้ กลุ่มทนายความสามารถช่วยอบรมให้ความรู้ด้านสิทธิทางกฎหมาย ตลอดจนเข้าเป็นตัวแทนต่อสู้คดีในศาลตรวจคนเข้าเมืองให้พวกเด็กๆ ได้ ทว่าเมื่อสัญญาหมดลง กลุ่มทนายความก็ไม่แน่ใจว่าจะยังได้รับอนุญาตให้เข้าไปเยี่ยมและให้ความช่วยเหลือเด็กในศูนย์พักพิงได้อีกหรือไม่

เมลิสซา โลเปซ ผู้อำนวยการบริหารองค์กร Estrella El Paso ซึ่งดูแลเด็กผู้อพยพ 243 คนในเท็กซัสและนิวเม็กซิโก เตือนว่า การที่เด็กต้องขึ้นศาลโดยไม่มีทนายความคอยช่วยอธิบายข้อกฎหมายที่ซับซ้อน จะทำให้เด็กๆ ไม่ว่าจะวัยรุ่นหรือเด็กทารก มีโอกาสสูงมากที่จะถูกสั่งเนรเทศส่งกลับไปยังประเทศที่หนีภัยมา โดยเธอมองว่านี่คือความพยายามของรัฐบาลในการขัดขวางการทำงานเพื่อเร่งกระบวนการเนรเทศ

นอกจากปัญหาเรื่องสัญญาหมดอายุแล้ว องค์กรช่วยเหลือทางกฎหมายหลายแห่งยังเปิดเผยว่า รัฐบาลทรัมป์ได้ระงับการจ่ายเงินค้างชำระมานานกว่าครึ่งปี โดยอ้างการเรียกร้องข้อมูลลูกความเชิงลึกซึ่งผิดหลักจริยธรรม ส่งผลให้องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรต้องแบกรับภาระทางการเงินอย่างหนัก หลายแห่งจำต้องเริ่มปลดพนักงาน พักงาน หรือแม้กระทั่งประกาศปิดสำนักงานลง

สำหรับกลุ่มเด็กและเยาวชนไร้ผู้ปกครองเหล่านี้ ส่วนใหญ่เสี่ยงชีวิตเดินทางไกลหลายพันไมล์มาจากกลุ่มประเทศสามเหลี่ยมภาคเหนือของอเมริกากลาง (NTCA) ได้แก่ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส และเอลซัลวาดอร์ รวมถึงเม็กซิโก

โดยสาเหตุหลักที่พวกเขาต้องละทิ้งบ้านเกิด เนื่องจากต้องหลบหนีความรุนแรงจากแก๊งอาชญากรรม ยาเสพติด การขู่กรรโชกทรัพย์ ความยากจนข้นแค้น การขาดโอกาสทางการศึกษา รวมไปถึงความหวังที่จะเดินทางมาตามหาเพื่อรวมตัวกับพ่อแม่หรือญาติที่เข้ามาตั้งรกรากในสหรัฐฯ อยู่ก่อนแล้ว

แม้ว่าภายใต้กฎหมายสหรัฐฯ เช่น พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมว่าด้วยการคุ้มครองเหยื่อการค้ามนุษย์ปี 2008 จะกำหนดให้รัฐบาลต้องอำนวยความสะดวกในการจัดหาตัวแทนทางกฎหมาย และให้เด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่จำกัดน้อยที่สุดระหว่างยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัยหรือคุ้มครองพิเศษ แต่การขาดแคลนทนายความกะทันหันในครั้งนี้ อาจทำให้เด็กหลายคนถูกสั่งเนรเทศทันที แม้จะอาศัยและศึกษาอยู่ในสหรัฐฯ มานานหลายปีก็ตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...