โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

EA–AMITA ผนึก กระทรวงอุตสาหกรรม พัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลแบตเตอรี่ เปลี่ยนของเสียเป็นวัตถุดิบ

Wealthy Thai

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 21 ก.ค. เวลา 09.38 น.

บริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ AMITA บริษัทในกลุ่มบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ร่วมกับกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม ลงนามบันทึกความเข้าใจ เพื่อร่วมกันต่อยอดเทคโนโลยีรีไซเคิลแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเสื่อมสภาพไปสู่การประยุกต์ใช้ในระดับอุตสาหกรรม
พิธีลงนามได้รับเกียรติจาก นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ พร้อมด้วย นายกิตติพันธุ์ บางยี่ขัน ผู้อำนวยการกองนวัตกรรมวัตถุดิบและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ตลอดจนคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากทั้งสองฝ่ายเข้าร่วม
ความร่วมมือครั้งนี้จะผสานองค์ความรู้ด้านการคัดแยกและรีไซเคิลของ กพร. เข้ากับประสบการณ์ด้านการพัฒนาและผลิตแบตเตอรี่ของ AMITA โดยนำแบตเตอรี่เสื่อมสภาพและวัสดุจากกระบวนการผลิตมาศึกษาและพัฒนา เพื่อให้ได้สารตั้งต้นหรือ Precursor ที่สามารถนำไปทดลองผลิตเป็นแบตเตอรี่ใหม่ รวมถึงร่วมประเมินความเป็นไปได้ของเทคโนโลยี พัฒนาบุคลากร และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อสนับสนุนระบบรีไซเคิลแบตเตอรี่ของประเทศอย่างครบวงจร
นายฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า

“ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการจัดการแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพ แต่เป็นการเปลี่ยนของเสียให้กลับมาเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า สร้างองค์ความรู้และความมั่นคงด้านวัตถุดิบให้แก่ประเทศไทย
เมื่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานเติบโต ปริมาณแบตเตอรี่ที่สิ้นอายุจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย หากไม่มีการเตรียมระบบรองรับตั้งแต่วันนี้ อาจกลายเป็นทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และต้นทุนของประเทศในอนาคต”
แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนที่หมดอายุไม่ใช่ขยะทั่วไป เนื่องจากอาจเกิดความร้อน การลัดวงจร หรือไฟไหม้ หากจัดเก็บและกำจัดอย่างไม่เหมาะสม ขณะเดียวกัน ภายในแบตเตอรี่ยังมีวัตถุดิบสำคัญที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ การรีไซเคิลจึงช่วยทั้งลดปริมาณของเสีย ลดการสูญเสียทรัพยากร และลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศ
ความร่วมมือดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ EA ในการพัฒนาระบบนิเวศพลังงานสะอาดอย่างครบวงจร ตั้งแต่พลังงานหมุนเวียน แบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ไปจนถึงการลดก๊าซเรือนกระจกและการบริหารจัดการทรัพยากรตลอดวงจรชีวิต
ที่ผ่านมา EA มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากยานยนต์ไฟฟ้าและการสร้างคาร์บอนเครดิตในระดับสากล การต่อยอดสู่เทคโนโลยีรีไซเคิลแบตเตอรี่จึงสะท้อนแนวคิดที่ว่า การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดจะต้องไม่จบเพียงการลดคาร์บอนในระหว่างการใช้งาน แต่ต้องครอบคลุมถึงการผลิต การใช้ทรัพยากร และการจัดการเมื่อผลิตภัณฑ์สิ้นอายุด้วย
“EA เชื่อว่าความเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดไม่ได้วัดจากขนาดของธุรกิจเท่านั้น แต่ต้องวัดจากความสามารถในการสร้างประโยชน์ให้ประเทศ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และวางรากฐานให้คนรุ่นต่อไป
AMITA มีทั้งบุคลากร เทคโนโลยี ประสบการณ์ด้านการผลิต และความพร้อมในการนำผลการวิจัยไปทดสอบและต่อยอด เพื่อให้ความร่วมมือครั้งนี้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม” นายฉัตรพลกล่าว
EA และ AMITA เชื่อมั่นว่า การผสานศักยภาพของภาครัฐกับภาคอุตสาหกรรมจะช่วยผลักดันงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริง สร้างบุคลากรและองค์ความรู้ภายในประเทศ ตลอดจนวางรากฐานให้อุตสาหกรรมแบตเตอรี่ของไทยเติบโตอย่างมั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...