โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

วินาทีสลด หนุ่มสาวนั่งบนรางรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก ถูกขบวนรถพุ่งชนดับสลดทั้งคู่

Thaiger

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวประเทศไทย

หนุ่มสาววัย 24 ปี นั่งบนรางรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก ถูกขบวนรถพุ่งชนดับสลดทั้งคู่ เผยคลิปวงจรปิดสุดสะเทือนใจ ตำรวจเร่งตรวจหาสารมึนเมาหาสาเหตุ

เกิดเหตุสลดในระบบรถไฟใต้ดินนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อชายและหญิงวัยรุ่นสองคนลงไปนั่งบนรางรถไฟ ก่อนถูกขบวนรถไฟใต้ดินพุ่งชนเสียชีวิตทั้งคู่ช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ผู้เสียชีวิตทั้งสองรายมีอายุ 24 ปีเท่ากัน ฝ่ายชายมาจากเมืองแซร์วิลล์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ ฝ่ายหญิงมาจากเมืองเดย์ตัน รัฐนิวยอร์ก ทั้งคู่อยู่บนรางรถไฟใกล้กับสถานีสปริงสตรีต ย่านดาวน์ทาวน์แมนฮัตตัน เมื่อเวลาประมาณ 03.15 น. ขบวนรถไฟใต้ดินสาย 4 มุ่งหน้าลงใต้แล่นเข้ามาด้วยความเร็ว พุ่งชนร่างของทั้งสองอย่างแรงจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ภาพจากคลิปวิดีโอบันทึกวินาทีสะเทือนขวัญ เผยให้เห็นทั้งสองคนนั่งนิ่งอยู่บนราง มองตรงไปยังขบวนรถไฟที่กำลังแล่นตรงเข้ามา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่พบหลักฐานหรือร่องรอยบ่งชี้ว่าทั้งคู่ถูกผลักหรือพลัดตกลงมาจากชานชาลา ทีมสืบสวนกำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีภาวะมึนเมาสุราก่อนเกิดเหตุหรือไม่ ตำรวจยังขอสงวนการเปิดเผยชื่อผู้เสียชีวิตเพื่อรอแจ้งญาติอย่างเป็นทางการ

เหตุการณ์นี้นับเป็นอีกหนึ่งความสูญเสียบนรางรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สั่งปิดสถานีชั่วคราวเพื่อเข้าเคลียร์พื้นที่และนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาชันสูตร เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพิ่งเกิดเหตุคนงานหญิงของระบบขนส่งมวลชนนิวยอร์กถูกรถไฟชนเสียชีวิตขณะปฏิบัติงานที่สถานี 161st Street-Yankee Stadium สะท้อนปัญหาความปลอดภัยบนรางรถไฟใต้ดินที่เกิดขึ้นซ้ำซากตลอดช่วงที่ผ่านมา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...