โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ศปอส.ภ.9 บุกช่วยเยาวชน18 เหยื่อแก๊งคอลฯ ลวงเอี่ยวซิมผี หลอกโอน 2 ล้าน

เดลินิวส์

อัพเดต 06 ส.ค. เวลา 00.24 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. เวลา 21.05 น. • เดลินิวส์
ตำรวจ ศปอส.ภ.9 นำกำลังบุกช่วยเยาวชนชายวัย 18 ปี ในห้องเช่ารายวันย่านหาดใหญ่ สงขลา หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตุ๋นเกี่ยวข้องคดีซิมผี หลอกโอนเงินแสดงความบริสุทธิ์ใจ สูญ 2 ล้านบาท โชคดีช่วยทันก่อนโดนอีก 5 ล้าน

เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 9 (ศปอส.ภ.9) ได้รับแจ้งจากบิดา นายเอ (นามสมมุติ) ว่า บุตรชาย อายุ 18 ปี ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้โอนเงิน 2,000,000 บาท ไปให้แล้วไม่สามารถติดต่อได้ จึงมาประสานขอความช่วยเหลือ

ศปอส.ภ.9 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ รอง ผบช.ภ.9 , พล.ต.ต.มารุต เรืองจินตนา ผบก.สส.ภ. 9 โดยมี พ.ต.อ.จักราวุธ บุญเรือง รอง ผบก.สส.ภ.9 สืบสวนสอบสวนจนพบพิกัดของผู้เสียหายอยู่บริเวณถนนเทียนจ่ออุทิศ ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จึงนำกำลัวไปตรวจสอบ พบรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายจอดอยู่บริเวณหน้าอาคารห้องเช่าแห่งหนึ่ง จึงประสานห้องพักรายวันเข้าตรวจสอบ กระทั่งพบว่าผู้เสียหายพักอยู่เพียงลำพัง โดยขณะเข้าตรวจสอบ ผู้เสียหายกำลังวิดีโอคอลกับคนร้าย โดยเมื่อคนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านหน้าจอโทรศัพท์ ได้รีบปิดการสนทนาและลบบัญชีแอปพลิเคชันไลน์ทันที

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้เสียหายให้การว่า ได้รับโทรศัพท์จากมิจฉาชีพอ้างว่าเกี่ยวข้องกับคดีเปิดซิมการ์ดให้กลุ่มผู้กระทำผิด และมีคดีความเกิดขึ้น ก่อนหลอกให้แสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการโอนเงินจำนวน 2,000,000 บาท จึงนำเรื่องไปหลอกบิดามารดาว่าได้รับทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศและจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนดังกล่าว ทำให้ผู้ปกครองหลงเชื่อและโอนเงินให้ ก่อนที่ผู้เสียหายจะทยอยโอนต่อให้คนร้ายครั้งละ 500,000 บาท รวม 4 ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,000,000 บาท

แต่หลังจากได้เงินแล้ว คนร้ายยังสั่งให้ผู้เสียหายเปิดห้องพัก ตัดการติดต่อกับพ่อแม่ ญาติ ครอบครัวและเพื่อนๆ พร้อมทั้งพยายามหลอกให้หาเงินเพิ่มอีก 5,000,000 บาท แต่เจ้าหน้าที่ ศปอส.ภ.9 สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีก่อนผู้เสียหายจะตกเป็นเหยื่อสูญเงินเพิ่ม จึงนำตัวผู้เสียหายเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝากเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อบุคคลที่โทรศัพท์มาแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานต่าง ๆ พร้อมทั้งช่วยกันสอดส่องดูแลบุตรหลาน หากพบพฤติกรรมต้องสงสัยหรืออาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมงระหว่างการแลกเปลี่ยนข้อมูลและขยายผล เพื่อนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วตำรวจยืนยันว่าจะเร่งติดตามผู้ก่อเหตุอย่างเต็มที่ พร้อมตรวจสอบทุกเบาะแสที่เกี่ยวข้อง เพื่อคลี่คลายคดีและนำทรัพย์สินกลับคืนให้ผู้เสียหายต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...