5 ทริคซักผ้าให้หอมนาน ไร้กลิ่นอับ ตามสูตรร้านซักอบรีด
หมดปัญหาซักผ้าแล้วมีกลิ่นอับแม้จะเทน้ำยาปรับผ้านุ่มลงไปเยอะแค่ไหนกลิ่นหอมก็ยังจางหายไปอย่างรวดเร็ว สวนทางกับการส่งผ้าไปที่ร้านซักอบรีดที่มักจะได้ผ้าหอมฟุ้งติดทนกลับมาเสมอ ความจริงแล้วเคล็ดลับระดับมืออาชีพไม่ได้พึ่งพาเทคโนโลยีซับซ้อน แต่ใช้เพียงของใช้ใกล้ตัวราคาประหยัดไม่ถึง 20 บาท มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาด
5 เคล็ดลับซักผ้าให้หอมสะอาด ไร้กลิ่นอับชื้น ทำตามได้ง่ายๆ ที่บ้าน
• ใช้เบกกิ้งโซดาลดความกระด้างของน้ำ:ตัวการหลักของผ้าเหม็นอับคือคราบไขมันและเหงื่อไคลสะสม ให้ใส่เบกกิ้งโซดา1 ช้อนโต๊ะพร้อมน้ำยาซักผ้าเพื่อปรับสภาพน้ำและขจัดคราบไขมันในเส้นใย ช่วยให้ผ้าสะอาดล้ำลึกพร้อมรับกลิ่นหอมได้เต็มที่
• ใช้น้ำส้มสายชูแทนการโหมใส่น้ำยาปรับผ้านุ่ม:การใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มมากเกินไปทำให้เกิดสารตกค้างจนผ้าเป็นเมือกและอับชื้น ลองเปลี่ยนมาใส่น้ำส้มสายชู2-3 ช้อนโต๊ะในช่องใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มเพื่อล้างผงซักฟอกตกค้าง ทำให้ผ้านุ่มฟูและกรดอ่อนๆ ยังช่วยกำจัดแบคทีเรียต้นเหตุกลิ่นไม่พึงประสงค์
• แช่น้ำอุ่นผสมเกลือเม็ดก่อนซักจริง:ผ้าที่มีกลิ่นอับฝังลึกหรือชุดกีฬา ให้นำไปแช่ในน้ำอุ่นผสมเกลือแกงทิ้งไว้ 15-20 นาทีก่อนซักตามปกติ เกลือจะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ล็อกสีผ้าไม่ให้หมอง และช่วยให้ความหอมติดทนนานขึ้น
• ฉีดสเปรย์ความหอมก่อนตาก:เคล็ดลับเด็ดหลังการซัก ให้นำน้ำยาปรับผ้านุ่มครึ่งฝาผสมน้ำสะอาดใส่ขวดสเปรย์ ฉีดพ่นบางๆ บนเสื้อผ้าก่อนนำไปตากแดดหรือตากลม ความร้อนและลมจะช่วยผลักกลิ่นหอมแทรกซึมเข้าสู่เนื้อผ้าได้ดียิ่งขึ้น
• ไม่ใส่ผ้าแน่นเกิน 3 ใน 4 ของถัง:การใส่ผ้าอัดแน่นเกินไปทำให้เครื่องหมุนเวียนน้ำและกระจายน้ำยาได้ไม่ทั่วถึง ควรใส่ผ้าเพียง 2 ใน 3 หรือไม่เกิน 3 ใน 4 ของถังซักผ้าเพื่อเปิดทางให้น้ำและอากาศไหลเวียนสะดวก ผ้าจึงสะอาดหมดจดและลดกลิ่นอับชื้นได้อย่างแท้จริง
การดูแลเสื้อผ้าให้หอมสะอาดเหมือนส่งร้านซักรีดไม่ใช่เรื่องยากและไม่ต้องจ่ายแพง เพียงนำของใช้ในครัวเรือนมาปรับใช้ให้ถูกวิธี ก็ช่วยแก้ปัญหาผ้าไม่หอมได้อย่างตรงจุดและประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างยอดเยี่ยม