โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ราคาข้าวสาลี” พุ่งสูงสุดรอบ 3 ปี หวั่นรัสเซียยกระดับสงครามยูเครน กระทบส่งออกทะเลดำ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 ส.ค. เวลา 11.18 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. เวลา 04.18 น.

ราคาข้าวสาลีชิคาโกพุ่งแตะสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2566 และทะยาน 19% ในเดือน ส.ค. หลังรัสเซียจ่อเพิ่มระดับโจมตียูเครน เสี่ยงกระทบอุปทานจากทะเลดำ

วันที่ 27 สิงหาคม 2569 เวลา 10.24 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ราคาข้าวสาลีในตลาดชิคาโกปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี ท่ามกลางความกังวลว่าสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนอาจทวีความรุนแรงขึ้น และสร้างความเสียหายเพิ่มเติมต่อการส่งออกธัญพืชจากภูมิภาคทะเลดำ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตอาหารสำคัญที่สุดของโลก

ความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่ได้สร้างความเสียหายต่อ ท่าเรือและคลังธัญพืช ส่งผลให้การขนส่งสินค้าจากหนึ่งในภูมิภาคส่งออกสำคัญของโลกลดลงอย่างมาก ขณะที่ล่าสุดมีรายงานว่า รัสเซียกำลังเตรียมเพิ่มระดับการโจมตียูเครน รวมถึงเป้าหมายด้านโครงสร้างพื้นฐาน หลังมอสโกประเมินว่าการเจรจาเพื่อยุติสงครามเข้าสู่ภาวะทางตัน

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดข้าวสาลีโลกพลิกกลับอย่างรวดเร็ว หลังจากก่อนหน้านี้อุปทานที่มีอยู่มากช่วยกดราคาข้าวสาลีให้อยู่ในระดับต่ำ โดย รัสเซียและยูเครนรวมกันมีสัดส่วนมากกว่า 25% ของการส่งออกข้าวสาลีทั่วโลก และยังเป็นผู้ส่งออกสำคัญของข้าวบาร์เลย์ ข้าวโพด และน้ำมันดอกทานตะวัน

ความเสี่ยงด้านอุปทานที่เพิ่มขึ้นจึงสร้างความกังวลว่า โลกอาจเผชิญแรงกดดันเงินเฟ้อด้านอาหารระลอกใหม่ ในช่วงที่ผู้บริโภคกำลังเผชิญต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลางอยู่แล้ว

Chris Nikolaou ผู้จัดการทั่วไปของ Advantage Grain ระบุว่า ตลาดมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ หากความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น พร้อมมองว่าหากสถานการณ์ในทะเลดำยังไม่ได้รับการแก้ไข และการเดินเรือยังเผชิญภัยคุกคามด้านความปลอดภัย ราคาข้าวสาลีก็มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อ

ราคาข้าวสาลีในตลาดชิคาโกพุ่งขึ้นมากถึง 2.6% ในวันพฤหัสบดี แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2566 หลังจากทะยานขึ้นถึง 6.4% ในการซื้อขายวันก่อนหน้า

นับตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม ราคาข้าวสาลีปรับตัวขึ้นแล้วประมาณ 19% โดยมีปัจจัยหลักมาจากความปั่นป่วนของการขนส่งสินค้าในภูมิภาคทะเลดำ ขณะที่ราคาข้าวโพดขยับลดลงเล็กน้อย หลังเพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อวันพุธ

ผลกระทบด้านอุปทานเริ่มปรากฏชัดเจน โดยกระทรวงเกษตรยูเครนคาดว่า การส่งออกสินค้าเกษตรของประเทศในฤดูกาลนี้จะลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่งจากประมาณการเดิม หลังการโจมตีของรัสเซียสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งออก

ด้านการส่งออกข้าวสาลีของรัสเซียในเดือนสิงหาคมก็คาดว่าจะ ลดลงมากกว่า 50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะตลาดซื้อขายล่วงหน้า เนื่องจากรัสเซียและยูเครนเป็นซัพพลายเออร์ธัญพืชรายสำคัญให้กับประเทศใน ตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชีย ซึ่งหลายประเทศพึ่งพาข้าวสาลีราคาถูกจากภูมิภาคทะเลดำ โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ของปี

เมื่ออุปทานจากรัสเซียและยูเครนลดลง ผู้นำเข้าหลายประเทศจึงต้องเร่งหาแหล่งสินค้าทดแทนจากพื้นที่ที่อยู่ไกลออกไป เช่น ออสเตรเลียและอาร์เจนตินา ซึ่งมีราคาสูงกว่าและต้องแบกรับต้นทุนการขนส่งเพิ่มเติม

Nikolaou ระบุว่า โดยปกติรัสเซียและยูเครนเป็นแหล่งธัญพืชต้นทุนต่ำของตลาดโลก แต่เมื่ออุปทานส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าสู่ตลาดได้ ผู้บริโภคและประเทศผู้นำเข้าจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากมากขึ้น

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดจับตาการสู้รบและความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือในทะเลดำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากความขัดแย้งยกระดับขึ้นอีก อาจสร้างแรงกดดันต่อราคาธัญพืชและ เพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้ออาหารทั่วโลก ในระยะต่อไป

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...