โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

อย่ามองข้าม! 6 สัญญาณเงียบ มะเร็งลำไส้ใหญ่ ใครเป็นรีบพบแพทย์ด่วน ก่อนโรคลุกลาม

News In Thailand

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • oum
อย่ามองข้าม! 6 สัญญาณเงียบ มะเร็งลำไส้ใหญ่ ใครเป็นรีบพบแพทย์ด่วน ก่อนโรคลุกลาม

มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นหนึ่งในโรคร้ายที่คุกคามสุขภาพประชากรทั่วโลก แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ ในระยะแรกเริ่มของโรค มักไม่ปรากฏอาการที่ชัดเจน ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ทันสังเกตความผิดปกติของร่างกาย จนกระทั่งโรคลุกลามเข้าสู่ระยะที่รุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลให้การรักษายากลำบากและลดโอกาสในการหายขาด

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสังเกตสัญญาณเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจเป็นผลมาจากการมีเลือดออกภายในลำไส้อย่างช้าๆ แม้จะยังไม่ปรากฏเลือดปนในอุจจาระให้เห็นด้วยตาเปล่าก็ตาม สัญญาณเหล่านี้อาจดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกับลำไส้โดยตรง ทำให้หลายคนมองข้ามไปอย่างไม่ตั้งใจ

การรับรู้ถึงสัญญาณเตือนเหล่านี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้สามารถเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาได้อย่างทันท่วงที ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการควบคุมโรคและฟื้นฟูสุขภาพให้กลับมาเป็นปกติได้ ผู้ที่พบว่าตนเองมีอาการผิดปกติที่น่าสงสัย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและการตรวจคัดกรองอย่างละเอียด

สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

หนึ่งในสัญญาณแรกๆ ที่หลายคนคาดไม่ถึงคือภาวะ “โลหิตจาง” ซึ่งอาจเป็นผลจากเลือดออกภายในลำไส้ที่สะสมมานานหลายเดือนโดยไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน หากมีอาการอ่อนเพลีย ผิวซีด หรือวิงเวียนศีรษะ ควรรีบพบแพทย์ นอกจากนี้ การเสียเลือดอย่างช้าๆ ยังส่งผลให้ร่างกายเพิ่มปริมาณพลาสมาในเลือดโดยไม่เพิ่มธาตุเหล็กหรือเม็ดเลือดแดง ทำให้ประสิทธิภาพการลำเลียงออกซิเจนลดลง และเกิดอาการหายใจไม่อิ่มหรือเหนื่อยง่ายผิดปกติตามมา

อาการทางระบบขับถ่ายก็เป็นอีกกลุ่มสัญญาณสำคัญที่ควรใส่ใจ หากลำไส้เริ่มมีการอุดตันบางส่วน อาจทำให้รู้สึกท้องอืดหรือปวดเกร็งท้องบ่อยครั้ง และหากมีอาการปวดตื้อๆ บริเวณท้องด้านขวาอย่างต่อเนื่อง อาจบ่งชี้ว่าโรคลุกลามไปถึงตับแล้ว ขณะเดียวกัน อาการท้องผูกรุนแรงและเรื้อรังก็อาจเป็นสัญญาณของการอุดตันในลำไส้เช่นกัน หากเป็นต่อเนื่องควรรีบตรวจวินิจฉัย

ลักษณะของอุจจาระเองก็สามารถบอกความผิดปกติได้เช่นกัน หากอุจจาระมีรูปร่างเรียวเล็กผิดปกติจากเดิม อาจเกิดจากติ่งเนื้อหรือก้อนเนื้อที่ไปกดทับช่องลำไส้ให้แคบลง หรือหากมีอาการท้องเสียเรื้อรังสลับกับท้องผูกก็ควรสังเกตเช่นกัน

นอกจากนี้ สีของอุจจาระที่เปลี่ยนไป เช่น มีสีเข้ม แม้จะไม่เห็นเลือดสีแดงชัดเจน ก็อาจเป็นสัญญาณของเลือดออกในทางเดินอาหารที่ไม่ควรละเลย ทั้งนี้ หากพบอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อเนื่องเป็นเวลานาน ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เพราะการตรวจพบมะเร็งลำไส้ใหญ่ตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้มากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...