โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CEA - Netflix ดัน “เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย” สู่เวที IMF-World Bank

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 53 นาทีที่แล้ว

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นต่อศักยภาพ “เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย” ในฐานะหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

โดย CEA ร่วมกับ Netflix ประกาศจัดงาน “CREATIVITY AS CAPITAL: Driving the Next Growth Frontier” ในฐานะ Affiliated Program อย่างเป็นทางการของการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2026 หรือ 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ในวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ณ Andaz Grand Ballroom ชั้น 3 One Bangkok กรุงเทพมหานคร

การจัดงานครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญที่ประเทศไทยกำลังนำเสนอทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ต่อนานาชาติ บนเวที 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings ระหว่างวันที่ 12 - 18 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร

ล่าสุดกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ระบุว่า “อุตสาหกรรมสร้างสรรค์” หรือ “Creative Industries” เป็น 1 ใน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศไทย (Industries of the Future) ร่วมกับอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อุตสาหกรรมบริการดิจิทัล และอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร (Advanced Manufacturing, Sustainable and Wellness Tourism, Digital Services, and Agrifood) โดยมองว่าอุตสาหกรรมเหล่านี้เป็นสาขาที่ไทยมีความได้เปรียบ และมีศักยภาพสูงในการสร้างผลิตภาพ การลงทุน และการสร้างงานที่มีคุณภาพในอนาคต

World Bank Group ชี้ Creative Industries คือหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจแห่งอนาคตของไทย

รายงาน “Building Thailand’s Future Today” ของ World Bank Group ระบุว่าประเทศไทยจำเป็นต้องก้าวไปสู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงขึ้น เพื่อเพิ่มผลิตภาพทั้งความสามารถในการแข่งขันและการสร้างงานที่มีคุณภาพ โดยหนึ่งในกลไกสำคัญคือการพัฒนา “อุตสาหกรรมแห่งอนาคต” ที่ประเทศไทยมีจุดแข็งอยู่แล้ว ซึ่ง Creative Industries เป็น 1 ใน 5 อุตสาหกรรมที่ถูกระบุว่ามีศักยภาพในการขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาวของประเทศ

สำหรับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย ข้อมูลที่นำเสนอโดย World Bank Group สะท้อนให้เห็นถึงฐานเศรษฐกิจที่มีอยู่แล้ว โดยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในกลุ่มหลักคิดเป็นประมาณ 4.6% ของมูลค่าเพิ่มรวม (Gross Value Added: GVA) ขณะที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ในภาพรวมมีมูลค่าสูงถึง 1.7 ล้านล้านบาท หรือ 10.8% ของ GVA ประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไม่ได้เป็นเพียงภาคส่วนทางวัฒนธรรมและสังคม แต่ยังเป็นฐานเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต และสามารถต่อยอดไปสู่ตลาดระดับโลกได้

นอกจากนี้ ข้อมูลของ World Bank Group ยังชี้ให้เห็นการเติบโตของตลาดสร้างสรรค์ไทยในระดับโลก โดยมูลค่าการส่งออกสินค้า Creative Goods เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า จากประมาณ 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 105.44 พันล้านบาท ในปี 2545 เป็น 8.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.70 แสนล้านบาท ในปี 2567

สะท้อนให้เห็นว่าสินค้าจากสร้างสรรค์ไม่ได้มีตลาดจำกัดอยู่เพียงภายในประเทศ แต่ยังมีศักยภาพในการสร้างรายได้จากตลาดต่างประเทศ และขยายตัวเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่มูลค่าของตลาดโลก

ศักยภาพดังกล่าวนำมาสู่การที่ World Bank Group เสนอแนวทางสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย ตั้งแต่การสร้างความเข้มแข็งด้านการคุ้มครองและบังคับใช้ทรัพย์สินทางปัญญา การพัฒนาตลาด Licensing และ IP การขยายแหล่งเงินทุนและการลงทุนสำหรับนักสร้างสรรค์ การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและพันธมิตรระดับโลก ตลอดจนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและเครื่องมือด้านการผลิตดิจิทัล พร้อมยกระดับแบรนด์ประเทศไทยในระดับโลก

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องโดยตรงกับงาน “CREATIVITY AS CAPITAL: Driving the Next Growth Frontier” ที่ CEA ต้องการผลักดันให้เกิดการแลกเปลี่ยนในระดับนานาชาติด้านทิศทางนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย รวมถึงการยกระดับ “Creative Capital” ซึ่งเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ ทุนทางวัฒนธรรม และทรัพย์สินทางปัญญา ให้กลายเป็น “Global Asset” ที่สามารถสร้างมูลค่า ดึงดูดการลงทุน และขยายตลาดได้

CEA เชื่อมั่น “Thailand’s Creative IP” คือทุนใหม่ของการเติบโต

ด้วย CEA มีภารกิจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย การจัดงาน “CREATIVITY AS CAPITAL: Driving the Next Growth Frontier” จึงนับเป็นการยกระดับการประชุมของผู้นำเศรษฐกิจจากทั่วโลก จากเรื่อง “ความคิดสร้างสรรค์” ไปสู่เรื่อง “การลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ” โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้กำหนดนโยบาย สถาบันการเงินเพื่อการพัฒนา นักลงทุน และผู้นำอุตสาหกรรมสร้างสรรค์จากประเทศไทยและนานาประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและค้นหาแนวทางด้านการเปลี่ยน Creative IP ให้เป็นสินทรัพย์ที่สามารถเติบโตและแข่งขันในตลาดโลกได้ ภายในงานประกอบด้วย

1) Keynote Session โดย ผู้แทนอาวุโสจากธนาคารโลก ในประเด็น “Thailand’s New Horizons: The Creative Economy as a Growth Engine”

2) Policy Forum ที่จะชวนมองอนาคตของ Creative Economy ผ่านประเด็นสำคัญ โดยมีผู้แทนจากภาคธุรกิจและองค์กรระดับนานาชาติ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐของไทยที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง

“From Creative Capital to Global Asset” แลกเปลี่ยนแนวทางการเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ ทุนทางวัฒนธรรม และทรัพย์สินทางปัญญา (Creative IP) ของไทย ให้สามารถพัฒนาเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจและมีศักยภาพในการลงทุน พร้อมต่อยอดสู่การเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มและพันธมิตรระดับโลก

“Building the Enabling Environment: IP Framework, Incentives, and Policy Supports for a Competitive Creative Sector” เจาะลึกการสร้างสภาพแวดล้อมด้านนโยบาย ทรัพย์สินทางปัญญา แรงจูงใจ และมาตรการสนับสนุน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย

3) Networking Reception โดย Netflix: “Stories That Move Economies” สร้างเครือข่ายเพื่อเชื่อมโยงผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน และผู้นำในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ พร้อมสร้างโอกาสสำหรับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์

ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการที่นำเสนอผู้ประกอบการสร้างสรรค์ไทยที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ และบุคลากรสร้างสรรค์ที่มีความพร้อมสำหรับการต่อยอดสู่ตลาดโลก เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยมีทั้ง “ทุน” และ “คน” ที่สามารถพัฒนาไปสู่ธุรกิจสร้างสรรค์ที่มีมูลค่าสูง พร้อมเชื่อมโยงเข้าสู่เครือข่ายการลงทุนและตลาดระหว่างประเทศ

การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของ CEA ในการนำเสนอ “Creative Economy” ของไทยสู่เวทีเศรษฐกิจระดับโลก พร้อมสื่อสารให้เห็นว่า ความคิดสร้างสรรค์ไม่เพียงส่งเสริมการสร้างอิทธิพลทางวัฒนธรรม แต่ยังสามารถพัฒนาเป็น Creative Capital และ Creative IP ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ดึงดูดการลงทุน สร้างงาน และขยายโอกาสทางธุรกิจของประเทศไทยในตลาดสากลได้

ทั้งนี้ งานดังกล่าวเป็นโปรแกรม เฉพาะผู้ได้รับเชิญ (Invitation Only) สำหรับผู้แทนที่เข้าร่วมการประชุม 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings ในประเทศไทย และเครือข่ายพันธมิตรอย่างเป็นทางการ งาน “CREATIVITY AS CAPITAL: Driving the Next Growth Frontier” กำหนดจัดขึ้นในวันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00 - 17.30 น. ณ Andaz Grand Ballroom ชั้น 3 One Bangkok ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...