โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปรับแนวคิดพอร์ตลงทุน เมื่อ AI เปลี่ยนเศรษฐกิจ

THE STANDARD

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ปรับแนวคิดพอร์ตลงทุน เมื่อ AI เปลี่ยนเศรษฐกิจ

ทุกครั้งที่โลกเจอนวัตกรรมใหญ่ระดับเปลี่ยนยุค ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์สันดาปทศวรรษ 1920 หรือคอมพิวเตอร์ในยุค 1980 สิ่งที่ตามมาคือคำถามเดียวกันว่า

“นี่คือของจริงที่จะเปลี่ยนเศรษฐกิจตลอดกาล หรือแค่ฟองสบู่ที่รอวันแตก”

ในยุคเรา แน่นอนว่า AI กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงในทุกจุดของเศรษฐกิจโลก พร้อมกับฟองสบู่ตลาดการเงินที่ยิ่งใหญ่กว่าในอดีต

นักลงทุนไทยควรเข้าใจการเปลี่ยนแปลง และความแตกต่างของ AI เพื่อหาคำตอบเรื่องกลยุทธ์การลงทุนไปพร้อมกัน

เริ่มด้วยด้านการเติบโต ครั้งนี้ขับเคลื่อนด้วยการลงทุน ไม่ใช่การบริโภค

เม็ดเงินลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานของ AI กำลังดันเศรษฐกิจสหรัฐฯ ให้โตขึ้นราว 0.25% ต่อไตรมาส

ขณะที่การบริโภคของประชาชนยังโตช้า และได้อานิสงส์เพียงทางอ้อมจากความมั่งคั่งของคนถือหุ้น

ผมมองว่านี่คือความเปราะบางของเศรษฐกิจ AI รอบนี้ เพราะการเติบโตที่พึ่งพาการลงทุนฝ่ายเดียว มักไม่ยั่งยืนเท่าการบริโภคที่กระจายตัวไปทั่วเศรษฐกิจ

ด้านที่สอง เงินเฟ้อสูงจากต้นทุนเทคโนโลยี เป็นตัวแปรใหม่ที่ต้องระวังมากที่สุด

การแย่งกันซื้อชิป หน่วยความจำ และไฟฟ้าสำหรับศูนย์ข้อมูล จะผลักต้นทุนขึ้นทั้งระบบ และเมื่อเงินเฟ้อรอบนี้ไม่ได้มาจากค่าจ้าง หรือกำลังซื้อของประชาชนเหมือนในอดีต เครื่องมือของธนาคารกลางอย่างดอกเบี้ย จึงอาจไม่สามารถลดความร้อนแรงของเงินเฟ้อลงได้ง่าย ๆ

ด้านที่สาม นโยบายการคลังผ่อนมากเกินไปก่อนหน้านี้ ทำให้กันชนของเศรษฐกิจบางลง

จุดเริ่มต้นของ AI อยู่ในช่วงที่การคลังของประเทศใหญ่กำลังแบกภาระขาดดุลหนัก

แม้ในกรณีที่ดี AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ เร่งการเติบโต อาจช่วยการลดขาดดุลงบประมาณในอนาคตได้ แต่ในทางปฏิบัติ ความเสี่ยงด้านการคลัง และความผันผวนจากเงินเฟ้อจะสูงขึ้นก่อน ผลที่ตามมาคือพันธบัตรที่เคยเป็นกันชนยามหุ้นตก อาจไม่สามารถทำหน้าที่ได้ดีเหมือนเดิม

เมื่อเราเข้าใจลักษณะของเศรษฐกิจ AI แล้ว ก็ต้องเดากันต่อว่าตลาดจะมองโลกสวยได้นานแค่ไหน และอะไรจะทำให้ตลาดเข้าสู่โหมดสิ้นหวังได้

ในมุมมองของผม การเติบโตกับเงินเฟ้อสามารถจับคู่กันเป็นหนึ่งฉากทัศน์ระยะสั้น และสองฉากทัศน์ระยะยาว

ระยะสั้น มีความเป็นไปได้สูงที่เราจะเข้าสู่โหมด Reflation ที่มีการเติบโตเร็วและเงินเฟ้อสูง

เพราะเม็ดเงินลงทุนของ AI ดันทั้งการเติบโตและเงินเฟ้อขึ้นพร้อมกัน เราจึงอยู่ในภาวะ Expansion ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีโอกาสคงดอกเบี้ยในระดับสูง ทำให้ความผันผวนเกิดขึ้นรุนแรง แต่ถ้าการเติบโตยังไม่ลดลง ตลาดก็มักจะกลับมาได้เสมอ

จุดที่ต้องจับตาคือระยะยาว เมื่อการเติบโตชะลอลงตามวัฏจักร คำถามสำคัญคือเงินเฟ้อจะยอมลงตามหรือไม่

กรณีเสี่ยง ถ้าเงินเฟ้อไม่ลดลง ตลาดอาจเข้าสู่โหมด Stagflation ที่หุ้นและบอนด์จะปรับตัวลงพร้อมกันเมื่อเข้าสู่ช่วงปรับฐาน ทำให้เกิดภาวะสิ้นหวังโดยไม่ทันตั้งตัว

แต่ถ้าผลิตภาพจาก AI เกิดขึ้นจริง เงินเฟ้อก็อาจคลายตัวลงพร้อมกัน และเราจะได้เห็นโหมดโลกสวย (Goldilocks) แทนที่ หมายความว่าทั้งหุ้น บอนด์ และสินทรัพย์ทางเลือกจะเติบโตพร้อมกันอย่างต่อเนื่อง

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน สิ่งที่เราทำได้เลยคือลงทุนทั้งกับความจริงและความหวัง แค่ต้องจัดสัดส่วนให้เหมาะสม

นักลงทุนหลายท่านอาจคิดว่า เรามีทางเลือกแค่ลงทุนหุ้น AI หรือไม่ลงทุนเลยเพราะกลัวฟองสบู่แตก

แต่ข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 1950 บอกเราว่า การลงทุนในพอร์ตแบบกลาง ๆ ที่ไม่เลือกข้าง ในจังหวะที่น้ำหนักหุ้นเทคโนโลยีสูงผิดปรกติ กลับให้ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงดีกว่าพอร์ตที่เกาะกระแสเทคโนโลยีอย่างเดียว หรือพอร์ตที่ถือแต่เงินสด

เหตุผลแรก แน่นอนว่าคือผลลัพธ์จากความกล้ารับความเสี่ยง ข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 1900 บอกเราว่าหุ้นมักทำผลงานดีที่สุดในช่วงปีสุดท้ายก่อนตลาดกระทิงจะจบ และกลุ่มที่นำตลาดขึ้น มักนำต่อไปจนถึงจุดสูงสุด

แต่เหตุผลที่สอง คือการหลบออกจากตลาดก่อนเวลาเหมาะสม ถือเป็นความเสี่ยงอีกแบบที่แพงไม่แพ้กัน

ดังนั้น ผมเชื่อว่ากลยุทธ์ที่เหมาะสม คือการรักษาสมดุลสามด้านไปพร้อมกัน

หนึ่ง กระจายภูมิภาค ลดการพึ่งพาสหรัฐฯ และเงินดอลลาร์ที่มากเกินไป เพราะ AI ทำให้ดอลลาร์ผูกติดกับหุ้นเทคโนโลยีมากขึ้น วันไหนหุ้นเทคสะดุด ดอลลาร์ก็อาจสะดุดตาม

สอง กระจายลงทุนตามสไตล์หุ้น อย่าถือแต่หุ้นแรงตามกระแสฝ่ายเดียว ให้มีหุ้นผันผวนต่ำและหุ้นปันผลสูงผสมอยู่ เพื่อรับมือหากตลาดกลับทิศ

สาม เพิ่มสินทรัพย์ทางเลือก ทั้งสินทรัพย์จริงอย่างโครงสร้างพื้นฐาน อสังหาริมทรัพย์ และพลังงาน เพื่อป้องกันเงินเฟ้อจากการลงทุนของ AI

โดยสรุป AI คือแรงเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจที่ไม่ย้อนกลับแล้ว

อย่างไรก็ดี หนทางข้างหน้าแม้จะไม่ซับซ้อน แต่ก็ไม่ง่าย นักลงทุนที่ฉลาดไม่ใช่คนที่ทายถูกว่าอนาคตจะโลกสวยหรือสิ้นหวัง แต่คือคนที่สร้างพอร์ตที่อยู่รอดได้ในทุกฉากทัศน์ครับ

ภาพกราฟิกแสดงแนวคิด AI กับการเชื่อมโยงข้อมูลและเศรษฐกิจโลก 1

ภาพ:Summit Art Creations / Shutterstock

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...