สนธิ “ทวงประเทศคืน”
“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
ให้ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล”
นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทย
ปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนพระองค์
เข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพ “สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ ๕” แห่งนอร์เวย์
โดยมีกำหนดเดินทางไปราชอาณาจักรนอร์เวย์
ในค่ำวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๙
พระราชพิธีดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันพุธที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๐๐ น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ อาสนวิหารกรุงออสโล
จากภารกิจในครั้งนี้
ทำให้นายกฯ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ไม่สามารถร่วมพิจารณาและลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๗๐ วาระ ๒ และ ๓ ได้
อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้ “นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง
พร้อมคณะรัฐมนตรี
ชี้แจงประเด็นสำคัญแทนต่อสภาฯ อย่างต่อเนื่องและครบถ้วน
ป่านนี้นายกฯ คงถึงนอร์เวย์เรียบร้อยแล้ว
เพราะเดินทางไปแต่เมื่อคืน
จะกลับมาถึงไทย ก็คงราวๆ วันที่ ๑๐-๑๑ กันยา.นั่นแหละ
จะทันได้เห็น “คุณสนธิ ลิ้มทองกุล”
นำมวลชนลงถนนในวันที่ ๑๐ กันยา.
เพื่อไปยื่นหนังสือต่อ “สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล” หรือเปล่าก็ไม่รู้นะ
คุณสนธิบอกด้วยว่า ยื่นหนังสื่อต่อสถานทูตแล้ว
จะเดินทางไปประท้วง “จีนเทา” ต่อที่ชลบุรี!
อืมมมม…ค่อยโล่งใจหน่อย
ที่บอกไปประท้วง “จีนเทา” ที่ชลบุรี
เกรงว่าจะไปที่ “สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำไทย”
ถ้าแบบนั้น เรื่องมันคงจะยุ่ง
แต่เมื่อไปประท้วงที่ชลบุรี นั่นก็สมควรแต่ละกรณีไป
ท่านคงทราบกันแล้วกระมัง จากการแถลงของคุณสนธิที่ “บ้านพระอาทิตย์” เมื่อวาน (๗ ก.ย.๖๙)
ถึงการเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งใหม่ ภายใต้แนวคิด
“เอาประเทศไทยของเราคืนมา”!
และเพื่อจับตาการทำงานของรัฐบาลและองค์กรอิสระ
โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการเลือก สว.
และข้อกล่าวหาเรื่อง“การฮั้วเลือก สว.”
แต่ผมว่านะ…
แค่หัวข้อเคลื่อนไหว ผมก็ว่ามันค้านกับหน้าที่ของคุณสนธิแล้วล่ะ
“ประเทศไทยเราจะหายไปทางไหนได้อย่างไร?”
ถ้าหาย…ถือเป็นความผิดคุณสนธิโดยตรง
เพราะคุณสนธิเป็น….
“ยามเฝ้าแผ่นดิน” มิใช่หรือ?
ฉะนั้น ไม่ต้องไปทวงเอาแผ่นดินคืนกับใคร
ตราบใดที่มีคุณสนธิเป็นยามเฝ้า
ตราบนั้น แผ่นดินไทยยังอยู่ที่เดิม!
แต่ถ้าพูดถึงด้านสิทธิ์
ทุกคนมีสิทธิ์พร้อมที่จะทวงเอาประเทศของเราคืน
ว่าแต่ว่า….
ใคร..ที่ไหนล่ะ มาลักขโมยประเทศของเราไป
ผมก็ยังไม่เห็นชัดนะ
จะว่าพวกยิวที่ลามเป็นขี้กลาก แผ่ขยายไปทั่วประเทศ
ก็ยังไม่ถึงขั้นพูดว่า “ยิวขโมยประเทศ”
เจตนายึดพื้นที่ ขยาย “อาณาจักรยิว” นั่นพอเห็นภาพ
แต่ที่คุณสนธิไปยื่นหนังสือที่ “สถานทูตอิสราเอล”
ผมก็เห็นด้วยนะ ถือเป็นการ “ตัดไฟแต่ต้นลม”
เพราะยิวนี่ นอกจากไว้ใจไม่ได้แล้ว ยังคบไม่ได้ด้วย!
การที่คุณสนธิออกมาครั้งนี้ มีคนข้องใจพอสมควร
บางคนถามผมว่า….
“คุณสนธิเขาจุดม็อบต้องการล้มรัฐบาลอนุทินหรือ?”
ผมก็ตอบเขาไปตรงๆ ว่า “ไม่รู้จริงๆ”
แต่เท่าที่ฟังคุณสนธิแถลง เขาบอกว่า….
“เราไม่ได้ไล่รัฐบาล แต่เราจะบอกรัฐบาลชุดนี้ว่าชั่วตรงไหนบ้าง เป็นการกดดันให้เขาเลิกทำความชั่ว
ถ้าเลิกทำความชั่ว เลิกอุ้มทุนสีเทา จีนเทา ก็จบ”
ผมฟังก็…สาธุ
การบอกให้คนเลิกทำชั่ว ถือเป็นกุศลเจตนา
แต่ถ้าผมจำไม่ผิด…
รัฐบาลนี้ เพิ่งเข้ามาทำงานราวๆ ๕ เดือนนี่เอง!
๕ เดือน…
รัฐบาลจะสะสมแต้มความชั่วได้ขนาดนั้นเชียวหรือ?
ถึงขั้นต้องระดมมวลชนออกมากดดันกันแต่หัววัน?
คุณสนธิน่าจะมีเหตุผลอะไรมากกว่านั้น…ผมคิด
แล้วก็จริงด้วย…
ฟังคุณสนธิแถลงไปเรื่อยๆ ก็เข้าใจ
คือคุณสนธิขยายความในประเด็นนี้ชัดเจนว่า
“การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้….
ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากเหตุการณ์ทาง “การเมืองเฉพาะหน้า”
แต่ต้องการให้สังคม “ย้อนกลับไปดู”
“ต้นเหตุ” ของปัญหาที่ “สะสมมา” เป็นเวลานาน
เพราะมองว่า….
การเมืองไทยมีการ "เปลี่ยนขั้ว" และ “เปลี่ยนรัฐบาล”
แต่ “เครือข่ายอำนาจ” และ “ผลประโยชน์”
ยังคง “เชื่อมโยง” กันอยู่
“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมเคยออกมาต่อสู้กับรัฐบาลและระบอบทักษิณ
เพราะไม่เห็นด้วยกับการทุจริต การใช้อำนาจ
และการทำลายหลักนิติรัฐ และนิติธรรม
แต่ในปัจจุบัน…
กลับมองเห็นปัญหาในลักษณะเดียวกัน
เกิดขึ้นกับรัฐบาลและกลุ่มอำนาจทางการเมืองชุดปัจจุบัน
จึงเห็นว่า ประชาชนไม่ควรเลือกปฏิบัติในการตรวจสอบนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด
การเคลื่อนไหวครั้งใหม่ของผมไม่ได้มุ่งหมายให้เกิดความรุนแรง
แต่ต้องการใช้พลังของประชาชน
“กดดัน” ให้รัฐบาลและ “ผู้มีอำนาจ”
หยุดการกระทำที่ประชาชนเห็นว่าไม่ถูกต้อง”
ประเด็นหลักอยู่ตรงนี้เอง
คุณสนธิหมายถึง “ความชั่ว” ที่หมักหมมมาจากรัฐบาลก่อนๆ
ไม่ใช่ชั่วที่เกิดจากรัฐบาลอนุทิน
แต่…..คุณสนธิบอกว่า….
เมื่อเห็นภูมิใจไทยนำพรรคเพื่อไทยมาร่วมรัฐบาล
ก็เห็นปัญหาในลักษณะเดียวกันในอดีต
คือ “ความชั่ว” แบบเดิมๆ
ที่เกิดขึ้นกับรัฐบาล “ภูมิใจไทย+เพื่อไทย”
และ “กลุ่มอำนาจทางการเมือง” ชุดปัจจุบัน!?
แล้วคุณสนธิก็สรุปว่า…
“ถ้า (รัฐบาลอนุทิน) เลิกทำความชั่ว เลิกอุ้มทุนสีเทา จีนเทา ก็จบ”
อืมมมม…ฟังดูมันครอบจักรวาลดีนะ
อย่าว่าแต่แค่อุ้มทุนสีเทา จีนเทา เลยครับ
มนุษย์เรา ถ้า “เลิกทำชั่ว” อย่างเดียวเท่านั้น
ทุกปัญหาในโลก จบหมด…แก้ได้หมด!
ที่สังคมมันวุ่นทุกวันนี้ ไม่ว่าสังคมไทยหรือสังคมโลก
ก็ไอ้ตัว “ชั่ว” นั่นตัวเดียว เป็นเหตุ!
ก็ยังดีนะ ที่คุณสนธิเพียงโอนความชั่วจากรัฐบาลในอดีตให้เป็นปัญหาของรัฐบาลอนุทิน
ไม่เหมาว่า รัฐบาลนี้ชั่ว!
แต่กระนั้น ใช่ว่ารัฐบาลอนุทินจะไม่มีปัญหาที่สะท้อนความล้มเหลว
คุณสนธิยกเป็นฎีกามาเป็นข้อๆ เลย
นี่…บริหารประเทศ ราคาพลังงานแพง, มีการกักตุนน้ำมัน ปัญหาน้ำท่วม เยียวยาชาวบ้านช้า
มีปัญหาการทุจริตในระบบราชการ
ปัญหาการถือครองที่ดิน
และการเข้ามาประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ
แล้วสรุป ทั้งหมด เป็นความล้มเหลวของรัฐบาล
ในการดูแลผลประโยชน์ของประชาชนไทย!
ถามย้ำ…
ที่เคลื่อนไหว ไม่มีเจตนาโค่นล้มรัฐบาลอนุทินแน่นะ?
แล้ว “ความจริงมีหนึ่งเดียวก็ปรากฏ” ในคำตอบคุณสนธิ
ในวันที่ ๑๔ กันยายน….
“ถ้า กกต.มีมติ ๕ ต่อ ๒ ไม่ส่งฟ้องใครเลย
หรือส่งฟ้องไม่กี่คน ตามที่มีกระแสข่าวออกมา
ก็จะมีการชุมนุมอย่างแน่นอน”
หากรัฐบาลยังดำเนินการที่ผมเห็นว่าไม่เหมาะสม ก็จะมีการชุมนุมหรือเคลื่อนไหวบ่อยขึ้น และอาจกระจายการเคลื่อนไหวไปยังภูมิภาคต่างๆ
“ผมจะเดินสายไปตามภาคต่างๆ จะมีใครฟังมากน้อยขนาดไหนไม่สนใจ ผมบอกแล้วไง ผมเอาปัญญา เอาธรรมให้เขาแล้ว
สิ่งที่ผมพูดมันเป็นความจริง เขาจะเถียงผมไม่ได้
เถียงมาสิ เดี๋ยวผมจะตอบให้ ไม่มีอะไรชนะความจริงได้”
กับข้อคลางแคลงใจของคนส่วนใหญ่ ที่ว่า
จะมีมวลชนที่ไหนมาร่วม….
เพราะเขายังมองไม่เห็นว่า รัฐบาลนี้จะบริหารผิดพลาด-เลวร้ายตรงไหน ที่ถึงขั้นต้องให้ลาออก?
คำตอบชัดๆ ของคนถูกยิง ๒๐๐ นัด แต่ไม่ตาย มีว่า
“ผมไม่แคร์….
ถ้าผมจะทำอะไร ผมทำเพราะผมเชื่อ
ไม่ใช่ทำเพราะมีคนจะเข้าร่วมเยอะ
ผมไม่ต้องการแสง
เพราะตัวผมเป็นดาวฤกษ์ในตัวเองอยู่แล้ว
ไม่ใช่ดาวเคราะห์”!
“แล้วกลุ่มที่จะใช้เคลื่อนไหวครั้งนี้ ใช้ชื่ออะไร?”
คำตอบของดาวฤกษ์ มีว่า…
“มีผมเป็นหนึ่งในเสาหลัก ร่วมกับ “มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน” ของ “นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์”
รวมถึงเครือข่าย คปท.ของ “นายนิติธร ล้ำเหลือ” และ “นายพิชิต ไชยมงคล”
โดยทั้งหมดจะร่วมกันขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด
“รวมพลังการต่อสู้เพื่อเอาประเทศไทยของเราคืนมา”
ครับ….
ก็เป็นกำลังใจให้ท่านทั้ง ๓
เอาประเทศไทยกลับคืนมาสมดังมโนรถ เทอญ.
-เปลว สีเงิน
๘ กันยายน ๒๕๖๙
คนปลายซอย