โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พนักงานฝ่ายปกครอง vs ข้อห้ามพกปืน เปิดสิทธิ “กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน”

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 13 ส.ค. เวลา 03.35 น.
เปิดข้อกฎหมายกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน มี ใช้ และพกอาวุธปืนได้แค่ไหน แยกปืนราชการกับปืนส่วนตัว พร้อมทำความเข้าใจ ป.3 ป.4 และ ป.12 หลังกรณีงานวันกำนันผู้ใหญ่บ้านเกาะพะงัน

กรณีมีการเผยแพร่ภาพงานครบรอบ 134 ปี “วันกำนันผู้ใหญ่บ้าน” ที่อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีรายงานว่าภายในงานมีการจับรางวัลปืนลูกซองยาวจำนวน 5 กระบอก ทำให้ประเด็นเรื่องอาวุธปืนของกำนันและผู้ใหญ่บ้านได้รับความสนใจอีกครั้ง

โดยเฉพาะข้อสงสัยว่า ในฐานะ “พนักงานฝ่ายปกครอง” กำนันและผู้ใหญ่บ้านสามารถมี ใช้ หรือพกพาอาวุธปืนได้แตกต่างจากประชาชนทั่วไปอย่างไร

การทำความเข้าใจเรื่องนี้ต้องแยกอย่างน้อย 3 ประเด็น คือ การใช้อาวุธปืนของทางราชการเพื่อปฏิบัติหน้าที่ การมีและใช้อาวุธปืนส่วนบุคคล และการพกพาอาวุธปืนในพื้นที่สาธารณะ เนื่องจากแต่ละกรณีอยู่ภายใต้เงื่อนไขทางกฎหมายที่แตกต่างกัน

จุดเริ่มต้นจากงานวันกำนันผู้ใหญ่บ้านเกาะพะงัน

วันที่ 10 สิงหาคม 2569 มีการจัดงานเนื่องในโอกาสครบรอบ 134 ปี วันกำนันผู้ใหญ่บ้าน บริเวณลานภายในศูนย์ราชการ หน้าที่ว่าการอำเภอเกาะพะงัน โดยกำนันและผู้ใหญ่บ้านจากเกาะพะงันและเกาะเต่าร่วมกันเป็นเจ้าภาพ

ต่อมาวันที่ 12 สิงหาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก “สื่อเถื่อน” เผยแพร่ภาพพร้อมระบุว่า ภายในงานมีการจับรางวัลปืนลูกซองยาวจำนวน 5 กระบอก แบ่งเป็นผู้ได้รับรางวัลจากเกาะเต่า 4 กระบอก และเกาะพะงัน 1 กระบอก

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเรื่องจำนวนและการแบ่งรางวัลดังกล่าวมีต้นทางจากโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ ขณะที่ยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับ แหล่งที่มาของปืนทั้ง 5 กระบอก สถานะทางทะเบียน ตลอดจนกระบวนการส่งมอบหรือโอนกรรมสิทธิ์

จุดนี้มีความสำคัญ เพราะการได้รับอาวุธปืนเป็นรางวัลกับการมีสิทธิครอบครองและพกพาอาวุธปืนตามกฎหมาย เป็นคนละขั้นตอนกัน

กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ใช้ปืนราชการได้หรือไม่?

ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 มีบทบัญญัติเกี่ยวกับบทบาทของฝ่ายปกครองในการรักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงการใช้อาวุธปืนของทางราชการสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่คำว่า “ปฏิบัติหน้าที่” และ “อาวุธปืนของทางราชการ”

สิทธิในการใช้อาวุธของทางราชการเพื่อปฏิบัติภารกิจ ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่า ผู้ดำรงตำแหน่งกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านจะสามารถนำอาวุธปืนส่วนบุคคลติดตัวไปได้ทุกสถานที่และทุกเวลา

ปืนราชการกับปืนส่วนตัว ต้องแยกออกจากกัน

หากเป็นอาวุธปืนของทางราชการ การเก็บรักษา การเบิกจ่าย และการนำไปใช้ต้องเป็นไปตามอำนาจหน้าที่และระเบียบของกระทรวงมหาดไทย

แต่หากเป็น ปืนส่วนตัว จะเข้าสู่ระบบใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ เช่นเดียวกับการครอบครองอาวุธปืนของบุคคลทั่วไป เพียงแต่บุคคลที่มีสถานะเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองอาจอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์เฉพาะบางประการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น การกล่าวว่า “กำนันหรือผู้ใหญ่บ้านมีสิทธิใช้ปืน” จำเป็นต้องระบุให้ชัดว่ากำลังกล่าวถึงปืนประเภทใด และใช้ในสถานะใด

ป.3 ป.4 ป.12 ต่างกันอย่างไร?

ใบอนุญาตเกี่ยวกับอาวุธปืนที่มักถูกกล่าวถึงมี 3 ประเภทสำคัญ

  • ป.3 เป็นใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน
  • ป.4 เป็นใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน
  • ป.12 เป็นใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว

จุดที่ต้องทำความเข้าใจคือ การมี ป.4 ไม่ได้เท่ากับการมี ป.12

ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนอย่างถูกต้อง จึงไม่ได้มีสิทธินำอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยอัตโนมัติ การพกพาต้องพิจารณาข้อกำหนดของกฎหมายและข้อยกเว้นในแต่ละกรณีเพิ่มเติม

พกปืนในที่สาธารณะ กฎหมายกำหนดไว้อย่างไร?

พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ กำหนดหลักเกี่ยวกับการพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย เว้นแต่เป็นกรณีที่เข้าข้อยกเว้นหรือมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์

นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการนำอาวุธปืนไปโดยเปิดเผยในสถานที่ชุมนุมชนบางประเภท

เมื่อใช้หลักดังกล่าวกับกำนันและผู้ใหญ่บ้าน จึงต้องพิจารณาว่า บุคคลนั้นกำลัง ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย หรือเป็นการนำ ปืนส่วนบุคคล ออกไปนอกบริบทของการปฏิบัติงาน

สถานะการเป็นพนักงานฝ่ายปกครองจึงไม่ควรถูกตีความว่าเป็นใบอนุญาตให้พกอาวุธปืนส่วนบุคคลได้โดยไม่มีข้อจำกัด

ทำไมรัฐบาลยังคุมเข้ม แม้ฝ่ายปกครองมีหน้าที่รักษาความสงบ?

วันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืน โดยมีแนวทางกำชับเจ้าหน้าที่รัฐไม่ให้พกพาอาวุธปืนไปในพื้นที่สาธารณะหรือออกนอกเคหสถาน หากไม่ได้อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่

กรมการปกครองยังเพิ่มความเข้มงวดตั้งแต่การอนุญาต การซื้อขาย การครอบครอง และการปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมาย รวมถึงระงับการอนุมัติโครงการปืนสวัสดิการใหม่ และการออกใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน หรือ ป.3 เป็นการชั่วคราวตามมาตรการที่กำหนด

อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลมีแนวทางปรับปรุงพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ และนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ควบคุมการอนุญาตและซื้อขายแบบ Real-time โดยกำหนดกรอบเสนอร่างกฎหมายแก้ไขภายใน 60 วัน

สาระของมาตรการจึงอยู่ที่การเพิ่มการกำกับดูแลอาวุธปืนตั้งแต่ต้นทาง ขณะเดียวกันยังคงแยกกรณีการใช้อาวุธตามความจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ออกจากการพกพานอกหน้าที่

“ปืนรางวัล” มีที่มาอย่างไร?

การมอบอาวุธปืนแก่กำนันและผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยมมีการดำเนินการมาแล้วในอดีต เนื่องในวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งตรงกับวันที่ 10 สิงหาคมของทุกปี

ตัวอย่างในปีงบประมาณ 2565 กรมการปกครองจัดซื้ออาวุธปืน 3 ประเภท รวม 266 กระบอก ประกอบด้วยปืนสั้นลูกโม่สเตนเลสขนาด .38 นิ้ว 126 กระบอก ปืนลูกโม่เหล็กรมดำขนาด .38 นิ้ว 132 กระบอก และปืนลูกซองยาว 5 นัด จำนวน 8 กระบอก ใช้งบประมาณรวมกว่า 7 ล้านบาท

ข้อมูลย้อนหลังยังพบว่า ในช่วง 4 ปีของรัฐบาลชุดก่อน มีการจัดซื้ออาวุธปืนเพื่อเป็นรางวัลรวมกว่า 1,000 กระบอก ใช้งบประมาณรวมเกือบ 28 ล้านบาท

เดือนตุลาคม 2566 นายอนุทิน ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เคยกล่าวถึงแนวคิดยกเลิกการแจกปืนในวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน เพื่อให้การจำกัดอาวุธปืนดำเนินการอย่างจริงจัง

ต่อมามีข้อมูลการประกวดราคาจัดซื้ออาวุธปืนสำหรับรางวัลกำนันและผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยมประจำปี 2567 ได้แก่ ปืนสั้นลูกโม่ .38 จำนวน 255 กระบอก และปืนลูกซองยาว 5 นัด ขนาด 12 เกจ จำนวน 9 กระบอก

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการจัดซื้อในอดีต ยังไม่สามารถใช้ยืนยันได้ว่า ปืนลูกซอง 5 กระบอกที่ปรากฏในงานเกาะพะงันปี 2569 มาจากโครงการดังกล่าว จนกว่าจะมีข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

หากจับรางวัลได้ปืน หมายความว่าเป็นเจ้าของทันทีหรือไม่?

ในทางข้อมูลต้องแยกคำว่า “ได้รับรางวัล” ออกจาก “ได้รับอนุญาตให้ครอบครอง”

แม้บุคคลจะได้รับเลือกหรือจับสลากได้อาวุธปืน แต่การได้มาและครอบครองยังต้องดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ และระบบใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง

กรณีเกาะพะงันจึงมีข้อมูลอย่างน้อย 3 ส่วนที่ควรรอการยืนยันจากหน่วยงานรัฐ ได้แก่

  • ปืนลูกซองทั้ง 5 กระบอกมีที่มาจากโครงการหรือบุคคลใด
  • การส่งมอบและโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ได้รับรางวัลจะดำเนินการตามขั้นตอนใด
  • ผู้ได้รับรางวัลมีหรือจะต้องดำเนินการเรื่องใบอนุญาตประเภทใดภายใต้มาตรการที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

ตราบใดที่ข้อมูลส่วนนี้ยังไม่ครบ การสรุปว่าการจับรางวัลปืนดังกล่าว “ถูกกฎหมาย” หรือ “ผิดกฎหมาย” จึงยังไม่มีข้อเท็จจริงเพียงพอรองรับ

สรุปข้อกฎหมาย “ใช้ตามหน้าที่” ไม่เท่ากับ “พกได้ตลอดเวลา”

เมื่อแยกข้อมูลทั้งหมดออกจากกัน จะเห็นว่า สถานะของกำนันและผู้ใหญ่บ้านมีความเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนจริง เนื่องจากมีภารกิจด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย และกฎหมายกำหนดช่องทางสำหรับการใช้อาวุธปืนของทางราชการในการปฏิบัติหน้าที่

แต่ ปืนราชการ ปืนส่วนตัว การซื้อ การมีและใช้ และการพกพา เป็นคนละส่วนในทางกฎหมาย

การมีใบอนุญาต ป.4 ไม่ได้หมายความว่ามีสิทธิพกปืนไปในพื้นที่สาธารณะได้ทั่วไป ขณะที่สิทธิของพนักงานฝ่ายปกครองในการใช้อาวุธปืนก็มีเงื่อนไขเชื่อมโยงกับหน้าที่และระเบียบของทางราชการ

ส่วนกรณีปืนลูกซอง 5 กระบอกในงานวันกำนันผู้ใหญ่บ้านเกาะพะงัน ประเด็นสำคัญในขณะนี้จึงไม่ควรเริ่มจากการตัดสินว่า “แจกปืนได้หรือไม่ได้” แต่ควรรอข้อเท็จจริงว่า ปืนมาจากไหน มีทะเบียนอย่างไร ใครเป็นผู้จัดหา และกระบวนการส่งมอบให้ผู้ได้รับรางวัลเป็นไปตามกฎหมายในขั้นตอนใด

เมื่อข้อมูลเหล่านี้ครบถ้วน จึงจะสามารถพิจารณาสถานะทางกฎหมายของกรณีดังกล่าวได้อย่างเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...