แฟร์มอน บางกอก สุขุมวิท รวมชีวิตชีวาและเสน่ห์ของย่าน
ย่านสุขุมวิท ได้ชื่อว่า มีชีวิตชีวาและมีสีสันมากที่สุดของกรุงเทพฯ ด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ธุรกิจ ความคิดสร้างสรรค์ และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยของกรุงเทพฯ มาบรรจบกัน แฟร์มอนท์ โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ทส์ เป็นส่วนหนึ่งของแอคคอร์ ร่วมกับ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดตัวแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท (Fairmont Bangkok Sukhumvit) อย่างเป็นทางการ ถือเป็นโรงแรมแฟร์มอนท์แห่งแรกในประเทศไทย
เจอโรม โลบิเยร์ ผู้จัดการทั่วไป แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท กล่าวว่า แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท คือ สถานที่ที่หล่อหลอมขึ้นจากพลังของกรุงเทพฯ และจิตวิญญาณของสุขุมวิท ที่นักเดินทางจากทั่วโลกและชุมชนท้องถิ่นสามารถมาพบปะ เชื่อมโยง เฉลิมฉลอง และสัมผัสสิ่งที่ดีที่สุดของเมือง ไม่ว่าจะมาเพื่อประสบการณ์อาหารชั้นเลิศ ช่วงเวลาแห่งการดูแลสุขภาวะ หรือการเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษของชีวิต เราพร้อมต้อนรับทุกคนด้วยบริการที่จริงใจและอบอุ่นจากหัวใจ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่นิยามความเป็นแฟร์มอนท์มาตลอด โดยยึดถือแกนหลัก 5 ประการ ได้แก่ ศิลปะ , แฟชั่น , อาหารและการกินดื่ม , ความยั่งยื่น และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมองค์ประกอบเหล่านี้หล่อหลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์แบบ โดยออกแบบให้เป็น “A blooming stage for celebration” หรือ “เวทีแห่งการเฉลิมฉลองที่กำลังผลิบาน”ใจกลางกรุงเทพฯ
เรื่องราวและแรงบันดาลใจการออกแบบผ่านสถาปัตยกรรม ศิลปะ และวัฒนธรรมที่ซ่อนอยู่ในแต่ละพื้นที่ ถ่ายทอดผ่านงานออกแบบตกแต่งภายใน บริษัท PIA Interior จำกัด นิศารัตน์ ถิรสุนทรากุล ผู้จัดการโครงการ บริษัท PIA Interior จำกัด เล่าเบื้องหลังงานออกแบบว่า ทีมผู้ออกแบบลงพื้นที่จริงและเดินสำรวจหาไอเดีย ไปสัมผัสจิตวิญญาณของย่านสุขุมวิท ย้อนไปในอดีต คือ ทุ่งบางกะปิเดิม ซึ่งยังไม่มีถนนสายสุขุมวิท ไม่ได้ศิวิไลซ์เหมือนปัจจุบัน อัตลักษณ์ของย่านแทรกด้วยชุมชน บ้านเรือนที่มีองค์ประกอบของธรรมชาติ สวนสาธารณะ พื้นที่สีเขียว เมื่อตัดถนนนำความเจริญเข้ามา ผสมผสานความเป็นไทยและตะวันตก ถือเป็นจุดเริ่มต้นนำดอกไม้ ถนนสุขุมวิท ความเป็นไทย เสน่ห์ของย่านมาตีความใหม่ผ่านงานดีไซน์ โดยมีดอกไม้เป็นสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงเรื่องราวไว้ด้วยกัน
“ เลือกดอกไม้มงคล 8 ชนิด ประกอบด้วยดอกราชพฤกษ์ ดอกรัตนพฤกษ์ ดอกรัก ดอกมะลิ ดอกกล้วยไม้ ดอกราชาวดี ดอกปีป และดอกแก้ว นำองค์ประกอบของดอกไม้ เส้นโค้ง รูปทรงโค้ง เส้นสายความเป็นไทย ร้อยเรียงเป็นเรื่องราวให้น่าสนใจ โดยไม่ทิ้งดีเอ็นเอของสุขุมวิท หลอมรวมผลงานการออกแบบและความงามของพฤกษชาติในยุคที่สังคมเจริญรุ่งเรือง และศิลปะการจัดดอกไม้ก้าวไปสู่อีกขั้น “ นิศารัตน์ กล่าว
ทรงศักดิ์ รุ่งเกียรติวงศ์ ผู้ออกแบบหลัก กล่าวว่า ตัวโรงแรมถ่ายทอดความงดงามของพรรณไม้ไทย ผ่านการสอดแทรกแรงบันดาลใจจากดอกไม้หลากหลายชนิดและถนนสุขุมวิทในช่วงปี ค.ศ. 1950-1960 พร้อมนำลวดลาย รูปแบบรั้วบ้านที่เห็นได้ตามบ้านช่อง ร้านรวงต่าง ๆ บนถนนสุขุมวิท เก็บรายละเอียด มาตีความใหม่ และถ่ายทอดไว้ทั่วทั้งโรงแรม ตั้งแต่โคมไฟระย้าในล็อบบี้ที่ออกแบบด้วยแรงบันดาลใจจากดอกราชพฤกษ์ ดอกไม้ประจำชาติของไทย ผสานรูปทรงพวงมาลัย สื่อถึงการต้อนรับแบบไทยและความสุข บริเวณล็อบบี้มีสวนสวย แนวคิดจากสวนในบ้านย่านสุขุมวิท ร้านอาหาร Harper’s ใช้รูปทรงกลีบดอกรัตนพฤกษ์ส่วน AELA Social Bar ได้แรงบันดาลใจจากดอกราชพฤกษ์Fairmont Spa แรงบันดาลใจจากดอกมะลิ สัญลักษณ์แห่งการต้อนรับและความบริสุทธิ์ในวัฒนธรรมไทย
“ ห้องพักทุกห้องล้วนได้รับแรงบันดาลใจจากดอกแก้วถ่ายทอดผ่านรายละเอียดของการออกแบบและองค์ประกอบต่างๆ อย่างละเมียดละไม สะท้อนเสน่ห์ของดอกไม้หนึ่งในเรื่องราวสำคัญของโรงแรม ไปจนถึงผลงานศิลปะที่สร้างขึ้นเฉพาะสำหรับโรงแรมอย่าง DONG SCULPTURE และ A LA MODE ด้วยเส้นสายเชิงประติมากรรมและลวดลายดอกไม้ที่ละเอียดอ่อนแบบไม่ตะโกน ทั้งภายในห้องพักและพื้นที่ส่วนกลาง งานออกแบบผสานความสง่างาม ความสะดวกสบาย และความอบอุ่นของบ้านพักอาศัยให้เข้ากันกับบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาของพื้นที่โดยรอบ สร้างสรรค์พื้นที่ที่เหมาะสมแก่การพักผ่อนส่วนตัว ไปจนถึงการพบปะสังสรรค์ ทำให้แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท มีความน่าสนใจและแตกต่างจากที่อื่น“ ทรงศักดิ์ กล่าว
แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท ตั้งอยู่ใจกลางสุขุมวิท เปิดประตูเข้ามานอกจากจะได้สัมผัสจังหวะอันมีชีวิตชีวาของเมืองอย่างใกล้ชิดผ่านศิลปะ สถาปัตยกรรมแล้ว ยังเป็นศูนย์กลางแห่งสีสันและสุนทรียรส รายล้อมไปด้วยร้านอาหารชั้นดีและหลากหลาย ตั้งแต่สตรีทฟู้ดไปจนถึงร้านอาหารมิชลิน ความบันเทิง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นของย่าน พร้อมห้าง สรรพสินค้าระดับโลก แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท เปรียบเสมือนประตูสู่การค้นพบเสน่ห์อันหลากหลายของกรุงเทพฯ โดยมีประสบการณ์ด้านอาหารเป็นหัวใจสำคัญ ที่พร้อมนำเสนอผ่านห้องอาหารและบาร์
ไม่ว่าจะเป็น Harper’s ที่ตีความบราสเซอรีสไตล์อเมริกาเหนือ–ฝรั่งเศสขึ้นใหม่ ผสานความสง่างามแบบปารีสเข้ากับความโก้แบบนิวยอร์ก ขณะที่ AELA Social Bar พร้อมเปลี่ยนบรรยากาศจากเลานจ์หรูในช่วงกลางวันสู่ค็อกเทลบาร์ซิกเนเจอร์ของโรงแรมหลังพระอาทิตย์ตก ส่วน CAYA Pool Club นำรสชาติจัดจ้านมีชีวิตชีวาของสตรีทฟู้ดไทยมาตีความผ่านอาหารร่วมสมัยและค็อกเทล ได้รับแรงบันดาลใจจากตลาดกลางคืน เอกลักษณ์ของกรุงเทพฯ
เวลเนสอีกองค์ประกอบสำคัญที่นิยามประสบการณ์ของแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท ภายใต้แนวคิด Wellness Without Walls ผสานการดูแลด้านสุขภาวะเข้ากับทุกช่วงของการเข้าพักพิถีพิถัน ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสปาและฟิตเนส ตั้งแต่ทรีตเมนต์เพื่อการฟื้นฟู การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างมีเป้าหมาย จนถึงใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ ทั้งภายในห้องพักและทั่วโรงแรม ช่วยดูแลสุขภาพและความสมดุลของตนเองได้ Fairmont Spa เป็นพื้นที่สงบสำหรับการพักผ่อน พร้อมทรีตเมนต์ที่ได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็น body treatment หรือ facial treatment โรงแรมร่วมงานกับแบรนด์ 111skin จากประเทศอังกฤษ และแบรนด์ Of the Islands เวลเนสร่วมสมัยจากเนเธอร์แลนด์ที่นำพลังแห่งการฟื้นฟูของแมกนีเซียมมาใช้ส่งเสริมการผ่อนคลายและการฟื้นฟูร่างกาย
อีกความพิเศษยูนิฟอร์มจาก Asava พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง Asava Group กล่าวถึงแนวคิดการออกแบบชุดยูนิฟอร์มสำหรับพนักงานว่า สิ่งสำคัญคือการผสมผสานระหว่างความประณีตและความหรูหราระดับโลก เข้ากับเสน่ห์ความเป็นไทย ผ่านงานฝีมือที่พิถีพิถัน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากงานออกแบบภายในของโรงแรมเองที่นำดอกไม้ไทยมาเป็นจุดเด่น จึงถ่ายทอดชุดยูนิฟอร์มออกมาผ่านโทนสีโบราณที่มีความ "กล่ำ" สุกงอมตามธรรมชาติอย่างน้ำตาล โดยจับคู่กับสีเหลืองหรือสีเบอร์กันดี เพื่อสะท้อนบุคลิกที่สะพรั่งด้วยเอกลักษณ์ของความรุ่มรวย และยกระดับให้มีความเป็นสากล ในขณะที่รูปลักษณ์และฟังก์ชันการใช้งานต้องเดินควบคู่กันได้อย่างลงตัว ดังนั้น ตัวชุดจึงไม่ได้ตอบโจทย์แค่ความสวยงามทางสุนทรียศาสตร์หรือความคล่องตัวในการใช้งานจริงเท่านั้น แต่ยังแฝงความอ่อนช้อยในทุกการเคลื่อนไหว เพื่อส่งเสริมให้ผู้สวมใส่เกิดความสง่างาม ภาคภูมิใจ และสามารถถ่ายทอดศิลปะแห่งการต้อนรับแบบไทย ตลอดจนสะท้อนตัวตนอันหรูหราและทรงคุณค่าของแบรนด์ให้แขกผู้มาเยือนได้สัมผัสอย่างสมบูรณ์แบบ
งานออกแบบตกแต่งภายในจากมวลดอกไม้ในแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท ไม่ใช่เพียงการตกแต่งที่สวยงามทันสมัย แต่หยิบยกประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และจิตวิญญาณของพื้นที่มาถ่ายทอดในรูปแบบของโรงแรม