‘ราคาน้ำมันโลก’ ผันผวน ตลาดผวาอุปทานน้ำมันตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันโลกเคลื่อนไหวผันผวน ในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (18 ก.ย.) ตามเวลาในสหรัฐ หลังนักลงทุนประเมินผลกระทบต่ออุปทานน้ำมัน จากความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานในซาอุดีอาระเบีย รวมถึงความเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้างขึ้น
ล่าสุด ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 33 เซนต์ หรือ 0.31% อยู่ที่ 104.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) เพิ่มขึ้น 88 เซนต์ หรือ 0.86% อยู่ที่ 102.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากก่อนหน้านี้เบรนท์ร่วงแตะระดับต่ำสุดระหว่างวันที่ 101.92 ดอลลาร์ และ WTI แตะ 99.39 ดอลลาร์
แรงหนุนราคาน้ำมันยังมาจากความกังวลด้านอุปทาน หลังสถานีสูบน้ำ 3 แห่งที่ให้บริการท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ของซาอุดีอาระเบียได้รับความเสียหายจากการโจมตีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยภาพถ่ายดาวเทียมและแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมระบุว่า ความเสียหายอาจมากกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ และยังไม่มีความชัดเจนว่าจะใช้เวลาซ่อมแซมนานเท่าใด
ขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบีย และกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน แลกเปลี่ยนการโจมตีครั้งใหม่บริเวณชายแดนเมื่อวานนี้ (17 ก.ย.) เพิ่มความกังวลต่อความปลอดภัยของเส้นทางขนส่งน้ำมันในภูมิภาค
ด้านซาอุดี อารามโก ได้แจ้งลูกค้ากลั่นน้ำมันในยุโรปอย่างน้อย 2 รายว่า จะไม่สามารถส่งมอบน้ำมันดิบให้ได้ในเดือนหน้า หลังท่อส่งน้ำมันสำคัญไปยังทะเลแดงได้รับความเสียหายจากการโจมตี
ขณะที่ก่อนหน้านี้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน หลังมีรายงานว่าการขนส่งน้ำมันดิบจากศูนย์ส่งออกยานบู ในทะเลแดงถูกระงับ และซาอุดีอาระเบียยกเลิกการส่งมอบบางส่วนให้ยุโรป
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันเริ่มชะลอตัวลง หลังมีรายงานว่าซาอุดีอาระเบียพยายามฟื้นกำลังการส่งน้ำมันผ่านท่อ East-West Pipeline ราวครึ่งหนึ่งภายในไม่กี่วัน แม้แหล่งข่าวยังประเมินระยะเวลาการซ่อม และการกลับมาของปริมาณน้ำมันแตกต่างกัน
อีกปัจจัยที่ช่วยจำกัดแรงกดดันต่อราคาน้ำมันคือ การส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันกลั่นของจีนในเดือนส.ค.เพิ่มขึ้น 12.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่การส่งออกเชื้อเพลิงอากาศยานทำสถิติสูงสุด โดยจีนมีแนวโน้มผ่อนคลายมาตรการควบคุมการส่งออกในเดือนก.ย. เพื่อใช้ประโยชน์จากส่วนต่างราคาที่สูงขึ้นในตลาดต่างประเทศ
ด้านการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังมีความเสี่ยง โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า มีเรือขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์เพียง 4 ลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวานนี้ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 วันที่ราว 16 ลำ ขณะที่เรือขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว 3 ลำกลับมาปรากฏบริเวณนอกช่องแคบดังกล่าว ทั้งนี้ จำนวนเรืออาจเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากเรือบางลำปิดสัญญาณระบุตำแหน่งระหว่างเดินทางในพื้นที่เสี่ยง
นักวิเคราะห์ระบุว่า หากการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับเข้าสู่ภาวะปกติอย่างต่อเนื่อง เบี้ยความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ถูกบวกเข้าไปในราคาน้ำมันอาจลดลง แต่สถานการณ์การขนส่งน้ำมันในภูมิภาคยังคงมีความเสี่ยงสูง
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'มอร์แกน สแตนลีย์' หั่นคาดการณ์ราคาน้ำมันรอบ 2 ชี้เสี่ยงอุปทานล้นตลาด
- 'ซิตี้' คาดราคาน้ำมันต้นปี 70 ร่วง! แตะ 60-65 ดอลลาร์ รับขนส่งฮอร์มุซฟื้นตัว
- 'ซีอีโอน้ำมัน' ชี้ 'สงครามอิหร่าน' เปลี่ยนโครงสร้างพลังงานโลก ดันราคาน้ำมันสูงระยะยาว
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์:https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook:https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg