โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Atime ชนะประมูลคลื่น 106.5 เอฟเอ็ม ครองยาว 7 ปี ปี 2022 เปิดเกมรุก

Khaosod

อัพเดต 03 มี.ค. 2565 เวลา 04.54 น. • เผยแพร่ 03 มี.ค. 2565 เวลา 03.58 น.

Atime ชนะประมูลคลื่น 106.5 เอฟเอ็ม ครองยาว 7 ปี ปี 2022 เปิดเกมรุกรับการเปลี่ยนแปลงทุกไลฟ์สไตล์ เชื่อมต่อออนแอร์-ออนไลน์ (O2O)

ตามที่ สำนักงาน กสทช.ได้จัดการประมูลคลื่นความถี่ในระบบเอฟเอ็ม สำหรับการให้บริการกระจายเสียง ประเภทกิจการทางธุรกิจ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ โดยการประมูลคลื่นวิทยุในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยในรอบ 92 ปี ทั้งนี้เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านระบบการใช้งานคลื่นความถี่วิทยุกระจายเสียงไปสู่ระบบใบอนุญาต โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมประมูล จำนวน 71 คลื่นความถี่
Atime หนึ่งในค่ายวิทยุรายใหญ่ที่เข้าร่วมประมูลครั้งนี้ ด้วยการยื่นประมูลคลื่นกรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม ที่ราคาสูงที่สุดในกลุ่มคลื่นวิทยุในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล หลังคณะกรรมการ(บอร์ด) กสทช. ส่งหนังสือแจ้งผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ระบบเอฟเอ็มในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

Atime

ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจและเป็นเจ้าตลาดในสื่อวิทยุมานานกว่า 30 ปี ปัจจุบัน Atime มีฐานผู้ฟังจำนวนมากทั้งออนแอร์และออนไลน์แพลตฟอร์มเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสื่อวิทยุให้มีความเคลื่อนไหวสร้างปรากฏการณ์ในแวดวงสื่ออยู่ตลอดเวลา
นายสมโรจน์ วสุพงศ์โสธร กรรมการผู้จัดการบริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ Atime (เอไทม์) กล่าวหลังการรับรองผลการประมูลว่า “ในฐานะผู้นำตลาดและวันนี้กสทช.ประกาศให้มีการประมูลเราก็ทำตามขั้นตอนกฏหมายโดยเอกชนที่ชนะการประมูลจะได้รับใบอนุญาตวิทยุประเภทธุรกิจได้รับสิทธิใช้ใบอนุญาต 7 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2565 เป็นต้นไป การเป็นเจ้าของคลื่นวิทยุเต็มรูปแบบครั้งแรก จากเดิมที่เป็นคลื่นวิทยุของหน่วยงานรัฐ ข้อนี้ส่งผลดีเมื่อเราเป็นเจ้าของร้อยเปอร์เซ็นต์สามารถบริหารจัดการวางแผนพัฒนาได้เต็มรูปแบบที่เรารู้กรอบเวลาและวางแผนล่วงหน้าได้ระยะยาว โดยตลอดระยะเวลาที่ Atime เป็นผู้ดำเนินการบริหารคลื่นกรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม มี Market Share และฐานคนฟังจำนวนมากที่สุด แบรนด์ดิ้งแข็งแรงและมีกลุ่มแฟนที่ Loyalty ยังไง Atime ก็เดินหน้าทำต่อ ซึ่งที่ผ่านมายังคงมีกำไรและมีรายได้เป็นอันดับหนึ่งอยู่ในกลุ่มวิทยุอีกด้วย”

Atime


“ผมมองว่าสื่อวิทยุยังคงเป็นสื่อหลักของคนปัจจุบันตราบใดที่คนยังฟังเพลงฟังข่าวสารในขณะขับรถ ยังเปิดฟังเพลงขณะทำงาน อ่านหนังสือ ยังไงวิทยุก็ยังเป็นสื่อที่อยู่กับชีวิตประจำวันของคนอยู่ เพียงแต่ว่าตัวรับสารเปลี่ยนไป ถ้าฟังในรถก็ยังคงเป็นเครื่องรับวิทยุ ฟังที่ทำงานที่บ้านคงเป็นเรื่องของการฟังผ่านออนไลน์ แอพพลิเคชั่น Atimeonline หรือ เว็บไซต์ www.atime.live ของเราที่สามารถฟังได้ตามแต่ไลฟ์สไตล์ซึ่งเราพัฒนารองรับไว้หมดแล้ว เพราะฉะนั้นจากการสำรวจสื่อที่เป็นเรื่องเสียงโดยเฉพาะวิทยุก็ยังพัฒนาต่อไปในรูปแบบต่างๆ ได้ เพราะประโยชน์ของสื่อที่เป็นเสียงบางทีมันสามารถทำอะไรควบคู่ไปได้ด้วยกันได้เป็น Multifuction ที่คนยุคนี้ต้องทำอะไรๆพร้อมกัน เพราะฉะนั้นสื่อที่เป็นเสียงเช่นวิทยุก็เป็นอีกสื่อหนึ่งที่จะยังอยู่กับไลฟ์สไตล์คนปัจจุบันไปอีกนาน”

Atime


นายสมโรจน์กล่าวเสริมถึงแผนในปี 2565 จากนี้ว่า “Atime เราวางแผนกันมาล่วงหน้าค่อนข้างนานแล้ว ปีนี้เราประกาศตัวเลยว่า Atime ไม่ใช่แค่วิทยุแต่เราเป็น The Entertainment Creator ที่ ทำคอนเทนท์ที่ให้ความบันเทิงในทุกรูปแบบ เชื่อมต่อออนแอร์-ออนไลน์ (O2O) ไม่ใช่เฉพาะเสียงไม่ใช่เฉพาะวิทยุอย่างเดียวมี แอพพลิเคชั่น ที่เรากำลังพัฒนาอยู่ซึ่งอีกหน่อยแอพพลิเคชั่นเหล่านี้ก็ไม่ใช่แค่ฟังได้แค่วิทยุ กรีนเวฟ และ อีเอฟเอ็ม เท่านั้น เราเพิ่มออนไลน์สเตชั่นขึ้นอีก 3 คลื่น อาทิ White POP เสิร์ฟแนวเพลงป๊อป / Hot Wave ที่เราเอากลับมาทำเป็นออนไลน์ สเตชั่น เป็นกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น และ Cassette เอาใจคอเพลงเก่ายุค 80-90 และอีกคลื่นออนไลน์เดิมที่เราทำรีแบรนด์ดิ้ง Chill ที่จะเป็นคลื่นที่มีเพลย์ลิส และ มีเนื้อหาไลฟ์สไตล์ที่เป็นเทรนด์ใหม่ๆไม่ซ้ำใคร เรียกว่าเราเพิ่มความหลากหลายเหล่านี้เพื่อคนฟังในปีนี้เลย นอกจากนี้ยังวางแผนเพิ่มสื่อที่เป็นเสียงเช่น พอดแคส และ ออดิโอบุ๊ค ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์ใหม่ที่เติบโต ลงในแอพพลิเคชั่นเวอร์ชั่นใหม่ของ Atime ที่กำลังจะเปิดตัวในเดือนเมษายนนี้ด้วย”

Atime


“ปัจจุบันนี้เรายังเป็นผู้ผลิตรายการทีวี แฉ ทางช่องจีเอ็มเอ็ม 25 แล้วก็มีรายการ คชาภาพาไปมู ทางช่องไทยรัฐทีวี อีกหนึ่งรายการ ซึ่งในอนาคตวางแผนจะทำรายการทีวีเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีซีรี่ส์ที่เราเริ่มเข้ามาทำทั้งบน OTT แพลตฟอร์ม และออกอากาศทางทีวีด้วย เช่นที่ผ่านมาอย่างซีรี่ส์ อังคารคลุมโปง เดอะ ซีรีส์ ซึ่งจะเป็นเรื่องราวต่อยอดมาจากรายการทอล์กจากวิทยุของคลื่นอีเอฟเอ็ม ซึ่งก็ได้รับความนิยมหลังจากออกอากาศเรตติ้งค่อนข้างดีและยังสามารถได้อันดับหนึ่งบนแอพ AIS PLAY ด้วยในช่วงที่ออกอากาศ โดยหลังจากนี้เราก็จะมีซีรีส์เรื่องใหม่ที่ต่อยอดจากวิทยุอีกและอยู่ในระหว่างการคิดและพัฒนา เช่น ใต้โต๊ะทำงาน ก็จะกลายมาเป็นซีรีส์เช่นเดียวกัน ตอนนี้ถ่ายทำไปแล้วและเตรียมออกอากาศในเดือนพฤษภาคมนี้ และที่กำลังออนแอร์อยู่ทางช่องวัน31 AIS PLAY ก็เป็นซีรีส์ที่เราร่วมกับบริษัทของดีเจเอกกี้เปิดค่ายในนาม Atime26 ผลิตซีรีส์วาย "OUR DAYS รักได้ไหมนายไม่ยิ้ม และต่อจากนี้วางแผนผลิตคอนเทนต์ซีรีส์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ว่าจากนี้เราคือ The Entertainment Creator”

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...