โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

หอม-กระเทียม บ้านหินเหิบ คุณภาพเจ๋งส่งออก “อินโดฯ”

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 11 ส.ค. 2564 เวลา 06.22 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2564 เวลา 06.17 น.

บ้านหินเหิบ ต.แหลมทอง อ.ภักดีชุมพล เป็นแหล่งปลูกหอม ปลูกกระเทียมแหล่งใหญ่ของจังหวัดชัยภูมิ รวมแล้วมีเนื้อที่ปลูกมากถึง3 พันไร่ แต่ละบ้านจะมีที่โรงเก็บหอมกระเทียมอยู่ข้างบ้านขนาดใหญ่บ้างเล็กบ้างตามกำลังทรัพย์

นอกจากจะปลูกหอมกระเทียมส่งขายต่างประเทศแล้ว ยังปลูกพริกเม็ดใหญ่แบบพริกชี้ฟ้าอีกด้วย ชอบใจตรงที่โรงเรียนบ้านหินเหิบซับภูทองของตำบลนี้ จะปั้นกระเทียมอันเบ้อเริ่มเป็นสัญลักษณ์ให้ผู้มาเยือนได้ทราบว่าที่นี่คือแหล่งปลูกหอม กระเทียม ซึ่งเกษตรกรปลูกกันมานานกว่า10 ปีแล้ว

ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรที่อพยพมาจากจังหวัดอื่นๆ ในภาคอีสาน แล้วมาจับจองที่ดินทำกิน อย่างคุณเจริญชัย พรมลี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 แหลมทอง ก็ยังมีที่ดินถึง 90 ไร่

ผู้ใหญ่ เจริญชัย เล่าให้ฟังว่า พื้นที่ที่บ้านหินเหิบถือว่าอุดมสมบูรณ์สามารถทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปีเพราะมีลำน้ำจากเขาไหลผ่าน  เริ่มจากเดือนเมษายนจะลงพริกก่อน ซึ่งเป็นพริกชี้ฟ้าลูกผสม และพริกขี้หนูลูกผสมของซุปเปอร์ฮอต พันธุ์นี้ดีสามารถต้านทานโรค และเป็นที่ต้องการของตลาด ขายได้กิโลกรัม (ก.ก.) ละ 20-25 บาท หรือบางปีบางช่วงผลผลิตน้อยก็อาจจะสูงถึง 80 บาท ถ้าราคาอยู่ตัว 40 บาท ถ้าจะให้มีกำไรมากก็น่าจะได้ประมาณก.ก.ละ 50 บาท

สำหรับเทคนิคการปลูกพริกนั้น เริ่มจากการเตรียมดิน ไถดิน ตากดิน ตามด้วยการหว่านปูนขาว 10 วัน และพรวนดินอีกครั้ง เพื่อกันเชื้อรา จากนั้นไถตากแดดประมาณ 15-20 วัน แล้วมาทำเป็นร่อง จ้างแรงงานขุดหลุมเตรียมดิน เตรียมวางระบบน้ำแล้วจึงค่อยปลูก พริกจะใช้ระยะเวลาให้ผลผลิตประมาณ 3 เดือน เมื่อเก็บพริกได้จะมีพ่อค้ามารับซื้อ

ช่วงปลูกการดูแลรักษา ให้ปุ๋ยน้ำธรรมดา ปุ๋ยสูตร 16-16-8 ช่วงจะออกดอกใช้สูตร 15-15-15 ตอนจะเก็บผลผลิตใช้สูตร 13-13-21 และใช้ปุ๋ยชีวภาพบ้าง ซื้อมากระสอบละ 200-300 บาท

“ถ้าจะปลูกพริกต้องเตรียมดินให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดเชื้อ โดยต้องเตรียมดินไถกลบ 15 วันเชื้อราจะไม่เกิด”

ผู้ใหญ่เจริญชัย บอกปลูกพริกในเนื้อที่ 13 ไร่ และมีหอมกระเทียมด้วย การปลูกพืชเหล่านี้แม้บางปีจะได้เงินก้อนโต แต่บางปีก็อาจจะเจอขาดทุนบ้าง เคยปลูก 17 ไร่ ลงทุนไปแสนห้า ขาดทุนไปเยอะ แต่ในพื้นที่ปลูกนับว่าใช้อย่างคุ้มค่าทีเดียว เพราะหลังจากปลูกพริกเสร็จก็จะเตรียมดินเพื่อปลูกกระเทียมต่อด้วยการปลูกหอม

การปลูกกระเทียมนั้นต้องใส่ปุ๋ย 2 ครั้ง ช่วงแรกใส่ตอน 15 วัน และใส่อีกครั้ง ตอนกระเทียมเป็นหนุ่มประมาณ 2 เดือนครึ่งใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 เพื่อบำรุงหัว พออายุได้ 95-100 วันก็เก็บเกี่ยวได้ โดยกระเทียมที่ปลูกเป็นพันธุ์พื้นบ้าน เมื่อหัวโตได้ที่ จะต้องจ้างแรงงานเก็บ ซึ่งจะใช้แรงงาน 20 คนไม่เกิน 1 ไร่

“ ขายได้ก.ก.ละ 18-20 บาท ได้กำไรนิดหน่อย เคยขายได้สูงสุด ขายได้ก.ก.ละ 25-27 บาท  ถือว่าราคาดีมาก ราคาต่ำสุดอยู่ที่ 13 -15 บาท พูดถึงราคาที่อยู่ได้ ต้องราคาขายสดไม่ต่ำกว่า 15 บาท แห้ง 20 บาท กระเทียมนั้นเป็นพืชที่ไม่ต้องดูแลเป็นพิเศษเพราะไม่ค่อยมีศัตรูพืช แต่อย่ามีฝนเยอะเพราะหัวจะเน่า”

กระเทียมกับหอมนั้นจะปลูกในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยพอลงกระเทียมอาทิตย์หนึ่งก็ปลูกหอมอีกแปลงหนึ่งตาม  ใน เรื่องการเตรียมดินปลูกหอมนั้นผู้ใหญ่เจริญชัยแจกแจงว่า เหมือนกับกระเทียม พอปลูกเสร็จก็ใช้ฟางคลุม รดน้ำให้สม่ำเสมอ หอมจะใช้เวลา 75 วัน จึงเก็บเกี่ยวได้ แต่ถ้าถูกฝนจะใช้เวลานานถึง 90 วัน  หากอากาศไม่ดีก็ปลูกลำบาก ถ้าอากาศหนาวดีทำได้ตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตามถ้าหนาวและเกิดฝนตกจะเกิดเชื้อรา

ส่วนปุ๋ยจะใส่สูตร 15-15-15 ตอนอายุได้ 15 วัน พอ 25 วันใส่สูตร 13-13-21 ปีที่แล้วราคาขายส่งตกก.ก.ละ 8.50 บาท  ซึ่งถ้าราคาไม่ดีอยู่ไม่ได้ ถ้าจะให้อยู่ได้ต้องก.ก.ละ 25 บาทขึ้นไป สาเหตุที่ราคาตกเพราะผลผลิตออกพร้อมกัน

เรื่องสายพันธุ์นั้น ผู้ใหญ่เจริญชัย ระบุว่า พันธุ์หอมและกระเทียม จะคัดเลือกหัวที่มีขนาดใหญ่ ภาคอีสานหลายจังหวัดก็ปลูกหอมกระเทียมกันเยอะ แต่ผลผลิตของบ้านหินเหิบมีจุดเด่นตรงที่ว่า เป็นกระเทียมและหอมที่เก็บได้ทั้งปีไม่มีฝ่อ กระเทียมจะมีความฉุนดี เรียกว่าเป็นกระเทียมและหอมที่มีคุณภาพว่างั้นเถอะ ด้วยเหตุนี้เองจึงมีพ่อค้ามารับไปส่งขายถึงประเทศอินโดนีเซีย

“หอมเราปัจจุบันส่งไปขายไกลถึงอินโดนีเซียมีพ่อค้าคนกลางดำเนินการทั้งหมด ที่เขามาซื้อที่นี่เพราะเป็นแหล่งใหญ่สุดรองจากจังหวัดศรีษะเกษ  และเกษตรกรจากประเทศลาวเขายังมาดูงานมาหาความรู้ เขาถามถึงวิธีการปลูก เราก็พาลงพื้นที่ปลูก ซึ่งพื้นที่จะทำพืชพวกนี้ จะต้องมีดินดีและน้ำดี ของเราดินอุดมสมบูรณ์ น้ำของเราก็ดีเป็นน้ำซับไหลมาจากจังหวัดเพชรบูรณ์และชัยภูมิ ไหลตลอดทั้งปี ที่นี่จะใช้ระบบน้ำสปริงเกอร์ และระบบน้ำหยด”

เป็นระบบการเกษตรแบบที่ทันสมัยจริงๆ แม้ว่าจะอยู่ในชนบทก็ตาม พวกเราบางคนยังไม่อยากจะเชื่อว่าตามบ้านนอกอย่างนี้จะมีสปริงเกอร์ เห็นแล้วยังทึ่ง แสดงว่าน้ำที่นี่อุดมสมบูรณ์จริงๆ

ผู้ใหญ่เจริญชัยเล่าว่า การปลูกพืช 3 ชนิดนั้น จะได้กำไรในแต่ละปีแตกต่างกัน แล้วแต่ผลผลิตของพืชแต่ละชนิด ไม่สามารถบอกได้แน่นอน แต่ถ้าเทียบกับพืชตัวอื่น 3นี้จะได้เงินเร็วกว่าพืชอื่น ปีหนึ่งๆ ได้กำไรไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาท ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับอากาศด้วย การปลูกหอม กระเทียม และพริกของชาวบ้านที่นี่ สมัยก่อนมีปัญหาเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขาดเงินลงทุน และผลผลิตออกมาเยอะ ไม่มีตลาดบ้าง พระราชภาวนาวราจารย์  เจ้าอาวาสวัดผาเกิ้ง และรองเจ้าคณะจังหวัดชัยภูมิ เห็นปัญหาที่ชาวบ้านประสบพบเจอ จึงได้จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือ และบางปีก็รับซื้อผลผลิตของญาติโยม ทำให้เกษตรกรสามารถลืมตาอ้าปากได้

“ทางรองเจ้าคณะจังหวัดมาช่วยหลายปีแล้ว โดยการรับซื้อผลผลิตของเราในราคาสูงกว่าพ่อค้า เพื่อให้ชาวบ้านอยู่ได้ บางครั้งท่านซื้อไปเก็บและก็มีขายบ้าง”

สนใจศึกษาดูงานติดต่อผู้ใหญ่เจริญชัยได้ที่เบอร์ 08-5134-1109

……………………………………………

เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เมื่อวันเสาร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ.2561

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...