โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สอว.เผยความสำเร็จ NSP เชื่อมโยงเทคโนโลยี-สื่อสารไร้สาย พัฒนาธุรกิจเลี้ยงม้า

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 มี.ค. 2562 เวลา 12.49 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. 2562 เวลา 12.47 น.

*สอว.เผยความสำเร็จ NSP เชื่อมโยงเทคโนโลยี-สื่อสารไร้สาย พัฒนาธุรกิจเลี้ยงม้า *

น.ส.ทิพวัลย์ เวชชการัณย์ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (สอว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) เปิดเผยว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ได้จับมือกับสองนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผศ.ดร.ปรกต รุ่งศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลม้าและการจัดการระบบฟาร์มม้า คณะสัตวแพทยศาสตร์ และ ผศ.ดร.เวชยันต์ รางศรี อาจารย์จากภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ พัฒนาระบบดูแลฟาร์มม้าออนไลน์ โดยนำเซ็นเซอร์และเทคโนโลยีสื่อสารแบบไร้สายมาใช้ตรวจวัดและแจ้งรายงานสภาวะแวดล้อม โดยสามารถรายงานการวัดค่าอุณหภูมิ ความชื้น และความเข้มข้นของแอมโมเนีย ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจของม้า จากนั้นข้อมูลจะถูกจัดเก็บในรูปแบบออนไลน์บน cloud server สามารถดึงข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ผ่านอุปกรณ์สื่อสารที่เชื่อมโยงกับระบบอินเทอร์เน็ต เพื่อติดตาม ตรวจสอบสภาพแวดล้อมในฟาร์ม รวมทั้งยังมีความสามารถในการแจ้งเตือนได้ทันทีเมื่อพบความผิดปกติของปัจจัยที่ทำการติดตามผล เพื่อให้ผู้ใช้งานระบบนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจดูแลจัดการแก้ปัญหาฟาร์มม้าได้อย่างทันเหตุการณ์และมีประสิทธิภาพ โดยระบบดังกล่าวสามารถลดอัตราความเสี่ยงการเกิดโรคของม้าจากความเจ็บป่วยเนื่องจากปัจจัยสภาพแวดล้อมได้มากถึง 70% และยังสามารถลดต้นทุนการนำเข้าเครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีมูลค่าสูงจากต่างประเทศได้อีกด้วย

น.ส.ทิพวัลย์ กล่าวว่า ห้างหุ้นส่วนสามัญ ชมรมขี่ม้าลัดดาแลนด์ เป็นเอกชนผู้จำหน่ายอุปกรณ์และให้บริการสำหรับการดูแลและการขี่ม้า รวมทั้งจัดการแข่งขัน ที่ได้รับบริการพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและการวิจัยผ่านโครงการ IRTC จากอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ โดยได้รับการสนับสนุนในด้านจัดหาแหล่งทุนในการช่วยสร้างผลผลิตนวัตกรรม ด้วยการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาพัฒนาการทำปศุสัตว์แบบเดิมโดยเชื่อมโยงความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน และภาคการศึกษามาสร้างนวัตกรรมเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ สอดรับกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตอบโจทย์ความต้องการให้เกษตรกรพึ่งพาตนเองได้ภายใต้แนวคิดในการพัฒนาเกษตรไทยในยุค 4.0 ทั้งนี้ จากความสำเร็จดังกล่าวยังมีแผนในการพัฒนาต่อยอดและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้เหมาะกับการจัดการฟาร์มปศุสัตว์เศรษฐกิจอื่นๆ ในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม อาทิ สุกร โคเนื้อ กระบือ โคนม แพะ แกะ และสัตว์ปีก เพื่อขยายผลปรับโฉมฟาร์มปศุสัตว์ไทยด้วยสู่สังคม Smart Farm อย่างยั่งยืน

 

ด้านนายดิษฐกร พันธาภา เจ้าของผู้ประกอบการห้างหุ้นส่วนสามัญ ชมรมขี่ม้าลัดดาแลนด์ กล่าวว่า ม้านับเป็นสัตว์ที่ได้รับความนิยมเลี้ยงและใช้งานในประเทศไทยสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเพื่อการแข่งขันและกีฬา โดยปัจจุบันนิยมนำม้าจากสายพันธุ์ต่างประเทศที่ไม่ใช่แถบร้อนชื้นเข้ามาเลี้ยงเพื่อทำการแข่งขัน ทำให้ม้าต้องปรับตัวรับกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป และหากไม่ได้รับการใส่ใจดูแลอย่างเหมาะสม อาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคและตายในที่สุด ทั้งนี้ ฟาร์มม้าลัดดาแลนด์จึงร่วมมือกับอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือและนักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่พัฒนาระบบดูแลม้าออนไลน์ขึ้นโดยระยะแรกเริ่มทดลองใช้กับฟาร์มต้นแบบที่มีลักษณะโรงเรือนแบบเปิด ซึ่งมักได้รับผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศร้อนจัดในช่วงเดือน มี.ค. -เม.ย. และสภาพอากาศร้อนชื้นในช่วงฤดูฝน เดือน พ.ค. – ก.ค.ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะหากเป็นม้าขี่เพื่อการกีฬากระโดดข้ามเครื่องกีดขวางหรือเพื่อศิลปะบังคับม้าที่ต้องการความสมบูรณ์และสมรรถภาพที่พร้อมสำหรับการแข่งขันอาการหวัดจะทำให้ม้าเหนื่อยง่าย สูญเสียเหงื่อและเกลือแร่เนื่องจากอากาศร้อน ระบบทางเดินหายใจเกิดการระคายเคืองเพราะมีการสะสมของเสียจากก๊าซแอมโมเนียจากการขับถ่ายของม้า ทำให้เกิดการระคายเคืองเยื่อบุตา จมูก หลอดลมและปอด มีการขับเมือกและหากเป็นม้ากีฬาจะมีผลต่อการแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจน ทำให้ปอดและหัวใจทำงานหนักขณะแข่งขันและหากร่างกายไม่สมบูรณ์จากปัจจัยของสภาพแวดล้อมจะส่งผลต่อประสิทธิภาพด้านการกีฬาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น การเอาใจใส่ดูแลควบคุมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมตั้งแต่อุณหภูมิ ความชื้น และปริมาณแอมโมเนียในอากาศ ผ่านการบริหารจัดการและดูแลอย่างเหมาะสม ทั่วถึง และทันท่วงที จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้เลี้ยงม้ายุคใหม่ควรรู้และเข้าใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...