แนะ! 'ฉีดวัคซีนไข้เลือดออก'ควรปรึกษาแพทย์
กรมควบคุมโรค แนะผู้ที่ต้องการ 'ฉีดวัคซีนไข้เลือดออก' ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาความเสี่ยง ล่าสุดพบผู้ป่วยแล้ว48,896คน
วันนี้( 8 ธ.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่ฟิลิปปินส์สั่งระงับการฉีดวัคซีน ''ไข้เลือดออก'' หลังมีรายงานว่าจะมีผลข้างเคียงกับผู้ป่วยในบางราย ซึ่งเรื่องนี้ทางกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ได้มีการหารือในการทบทวนว่าจะระงับการใช้ด้วยหรือไม่ ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะหารือร่วมกับองค์การอนามัยโลกเกี่ยวกับข้อแนะนำการใช้วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกให้เหมาะสม เช่นเดียวกับ คณะอนุกรรมการการสร้างภูมิคุ้มกันโรค ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลวัคซีนของประเทศ จะหารือถึงทิศทางการใช้วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกของไทย
ขณะที่นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แนะนำถึงประชาชนที่แสดงความกังวลถึงความปลอดภัยกับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกหรือเดงวาเซีย ซึ่งวัคซีนตัวนี้จะมีประสิทธิภาพต่อผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไข้เลือดออกตามธรรมชาติ แต่สำหรับผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อน ควรปรึกษาแพทย์ หรือ สถานบริการก่อนตัดสินใจรับวัคซีน เพื่อพิจารณาความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกที่อาจเกิดขึ้นภายหลังการได้รับวัคซีน
สำหรับประเทศไทยได้ขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เมื่อเดือนก.ย.2559 ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ถูกบรรจุให้เป็นวัคซีนพื้นฐานที่คนไทยหรือเด็กไทยต้องได้รับ แต่ใช้เสรีได้ในโรงพยาบาลเอกชน เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายประมาณเข็มละ 3,000 บาท และต้องฉีดทั้งหมด 3 เข็ม ในช่วงอายุตั้งแต่ 9-45 ปี
ส่วนสถานการณ์การระบาดโรคไข้เลือดออกในประเทศไทย ตั้งแต่ 1 ม.ค. - 6 ธ.ค. 2560 พบผู้ป่วยไข้เลือดออกทั่วประเทศ รวม 48,896 คน มีผู้เสียชีวิต 59 คน และกรุงเทพมหานคร พบผู้ป่วยไข้เลือดออกมากกว่า 7 พันคน ขณะที่สถานการณ์ ปี 2559 พบผู้ป่วย 63,310 คน เสียชีวิต 61 คน , ปี 2558 พบผู้ป่วย 144,672 เสียชีวิต 141 คน
ด้านฟิลิปปินส์ ได้เตรียมฟ้องบริษัทสัญชาติฝรั่งเศส “ซาโนฟี ปลาสเตอร์” ผู้ผลิตวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก “เดงวาเซีย” และจะเรียกร้องให้ซาโนฟีจัดตั้งกองทุนสำรองเพื่อช่วยค่าใช้จ่ายเด็กๆที่เกิดอาการป่วยหลังจากได้รับวัคซีนด้วย หลังบริษัทซาโนฟีออกคำเตือน ว่าวัคซีนตัวนี้อาจเป็นอันตรายต่อคนที่ไม่เคยเป็นไข้เลือดออกมาก่อน พบว่าในระยะยาวคนที่เป็นไข้เลือดออกภายหลังจากได้รับวัคซีนตัวนี้ อาจมีอาการที่สาหัสกว่า และยังเตือนให้เจ้าหน้าที่ในหลายประเทศที่รับวัคซีน ''เด็งวาเซีย” ไปใช้รวมถึงสิงคโปร์ คอยตามติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด