โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“บทละครพูด” พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 6 เครื่องมือที่ทรงใช้สื่อสารกับสาธารณะ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 01 มี.ค. 2565 เวลา 04.34 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. 2565 เวลา 04.23 น.
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงฉายร่วมกับเหล่าเสือป่า (ภาพจากสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

ในบรรดาพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ของพระบาทสมเด็จพระมุงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 งานพระราชนิพนธ์เป็นพระราชกรณียกิจหนึ่งที่พระองค์ทรงใส่พระทัยยิ่ง ตลอดพระชนมายุทรงมีงานพระราชนิพนธ์มากกว่า 1,200 เรื่อง ซึ่งในจำนวนนั้นมี “บทละครพูด” งานพระราชนิพนธ์ที่เป็นที่รู้จักและแพร่หลายในรัชกาลของพระองค์

รัชกาลที่ 6 ทรงพระราชนิพนธ์บทละครพูดเป็นจำนวนมาก ทั้งบทละครที่ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นมาใหม่ และบทพระราชนิพนธ์ที่ทรงแปลหรือแปลงงานจากต้นฉบับภาษาต่างประเทศ งานนิพนธ์ประเภทละครของพระองค์ได้รับอิทธิพลจากงานประพันธ์ของกวีต่างชาติหลายคน เช่น เอมิเล่ แฟแบร์ (Émile Fabre) ในเรื่อง ตั้กแตน ซึ่งมาจากต้นฉบับภาษาฝรั่งเศส เรื่อง เลซ์ โซเตอะแรลซ์ (Les Sauterelles) หรือเรื่อง ท่านรอง ของโรเบริ์ต มาร์แชลล์ (Robert Marshall) จากต้นฉบับภาษาอังกฤษเรื่อง เซกั่น อิน คอมมานด์ (Second in Command)

วัตถุประสงค์ในการพระราชนิพน์บทละครพูด นอกจากจะใช้สำหรับเล่นละครและใช้อ่านเพื่อความเพลิดเพลินแล้ว หน้าที่สำคัญของงานบทละครพูดที่ทรงพระราชนิพนธ์คือ การถ่ายทอดแนวพระราชดำริของพระองค์ผ่านตัวละคร เพื่อสื่อสารต่อผู้อ่านหรือผู้ชม บทละครพูดที่แต่งขึ้นสามารถให้วาทกรรมเสียดสี วิพากษ์สังคมขณะนั้น, โน้มน้าวใจประชาชนให้คล้อยตาม รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ตามพระราชประสงค์

งานพระราชนิพนธ์บทละครมักปรากฏ “ทหาร” เป็นตัวละครเอกของเรื่อง หรือเป็นตัวดำเนินเรื่องที่สำคัญ ด้วยเหตุที่มีพระราชนิยมโปรดให้ผู้ชายอยู่ในสถานะนักรบ โดยมุ้งเน้นการนำเสนอภาพของความเป็นนักรบที่กล้าหาญเช่นเดียวกับอัศวินของยุโรป ลักษณะทหารในงานพระราชนิพนธ์จึงมีภาพลักษณ์กล้าหาญ สุภาพบุรุษ เสียสละ และที่สำคัญคือจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างดังต่อไปนี้

ฉวยอำนาจ รัชกาลที่ 6 พระราชนิพนธ์ขึ้นเพื่อให้เสือป่าเล่นระหว่างการซ้อมรบเสือป่า ที่ค่ายหลวงบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2466 โดยทรงใช้นามปากกาว่า “ศรีอยุธยา” ฉวยอำนาจ เป็นเรื่องราวของนายทหารกลุ่มหนึ่งซึ่งเรียกตนเองกว่า “คณะกู้ชาติคอโรเนียน” ที่พยายามเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศให้เป็นระบบสาธารณรัฐ ด้วยสมาชิกในคณะกู้ชาติต่างมีความเห็นว่า ต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการบริหารประเทศที่ผิดพลาดของพระเจ้าวิคเตอร์ที่ 6 แห่งคอโรเนีย แต่แท้จริงแล้วต้นเหตุของปัญหามาจากบรรดานักการเมืองที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว เรื่องจบลงด้วยพระเจ้าวิคเตอร์ที่ 6 อภัยโทษให้คณะกู้ชาติ ด้วยทรงเห็นว่ากระทำไปเพราะโดนยุยง

จะเห็นได้เค้าโครงเรื่อง ฉวยอำนาจ คล้าย ๆ กับเหตุการณ์ ร.ศ. 130 ด้วยมีพระราชประสงค์ให้ ฉวยอำนาจ สร้างภาพความสัมพันธ์อันดีระหว่างพระองค์กับทหาร และอธิบายถึงความล้มเหลวงของระบบรัฐสภาที่กบฏ ร.ศ.130 ต้องการนำมาใช้แทนระบอบราชาธิปไตยในเวลานั้น

หัวใจนักรบ บทละครพูดในพระราชนิพนธ์ที่รู้จักกันแพร่หลายทั้งยังถูกนำมาเล่นเป็นละครเรื่อยมา เค้าโครงเครื่องของ หัวใจนักรบ พระภิรมย์วรากร-ข้าราชการเกษียณที่มองว่า กิจการเสือป่าเป็นเรื่องเหลวไหล ผู้ที่มาเป็นเสือป่าล้วนแต่ถูกบังคับ หรือไม่ก็เข้าร่วมเพื่อหาประโยชน์ในหน้าที่ราชการ กระทั่งวันหนึ่งมีกองกำลังข้าศึกยกเข้ามา พระภิรมย์วรากรจึงได้เห็นเสือป่าป้องกันประเทศอย่างกล้าหาญ

รัชกาลที่ 6 พระราชนิพนธ์บทละครเรื่อง หัวใจรักรบ ขึ้นในปี 2456 โดยทรงมีจุดมุ่งหมายชักจูงให้คนไทยหันมาสนับสนุนกิจการเสือป่าที่พระองค์ทรงก่อตั้งขึ้นในปี 2454

นอกจากนี้ยังมีงานพระราชนิพนธ์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับกิจการทหารอื่นๆ อีก เช่น เสียสละ, ท่านรอง, มหาตมะ, ผิดวินัย ฯลฯ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ทางการทหารให้กับพระองค์ ด้วยการสร้างภาพลักษณ์ผู้นำทางทหาร และให้ความสําคัญแก่พระองค์ในฐานะจอมทัพของชาติ ผู้ที่จะนำพาชาติให้รอดพ้นจากอันตราย อริราชศัตรู

งานพระราชนิพนธ์เหล่านี้ยังถ่ายทอดภาพลักษณ์ ทหารที่ดีที่จะต้องมีความจงรักภักดี และพร้อมที่จะสละชีวิตเพื่อปกป้ององค์พระมหากษัตริย์ ทรงใช้งานพระราชนิพนธ์ประเภทบทละครในการตอบโต้ข้อวิพากษ์วิจารณ์ของบุคคลต่าง ๆ ต่อพระราชกรณียกิจทางทหารในพระองค์ทั้งเรื่องเสือป่า การเรี่ยไรเงินเพื่อซื้อเรือหลวงพระร่วง รวมทั้งยังใช้งานเหล่านี้อธิบายถึงกระแสต่อต้านจากทหารที่เกิดขึ้นกับพระองค์ในเหตุการณ์ ร.ศ. 130 ฯลฯ

งานพระราชนิพนธ์ยังถูกใช้เพื่อสนับสนุนพระบรมโชบายทางการทหารของพระองค์ เกี่ยวกับการเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 กับฝ่ายสัมพันธมิตรของสยาม ด้วยความจำเป็นที่จะต้องชักจูงให้คนไทยจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินพระราชหฤทัยของพระองค์ในการเข้าร่วมสงครามกับฝ่ายอังกฤษและฝรั่งเศส อันเนื่องมาจากภูมิหลังทางประวัติศาสตร์อันเจ็บปวดที่ทั้งสองชาติเคยกระทําย่ำยีประเทศสยาม ให้หันมาสนับสนุนพระบรมราโชบายของพระองค์ในครั้งนี้ หรืออย่างน้อยก็ไม่ลุกขึ้นมาต่อต้านพระบรมราโชบาย

รัชกาลที่ 6 ยังทรงใช้งานพระราชนิพนธ์สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างพระองค์กับบรรดาทหาร และสร้างภาพลักษณ์ทหารที่ดีตามพระราชประสงค์ของพระองค์ โดยการสร้างภาพลักษณ์ให้ทหารในงานพระราชนิพนธ์เป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์ ยุติธรรม กล้าหาญ และเสียสละไม่ว่าจะทหารของสยามหรือศัตรู และที่สำคัญที่สุดคือความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งงานพระราชนิพนธ์ประเภทบทละครพูดที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการทหารมักจบลงด้วย การกล่าวสรรเสริญพระปรีชาญาณของพระมหากษัตริย์ในฐานจอมทัพของชาติ

แม้งานพระราชนิพนธ์จะเผยแพร่กันอยู่ในวงจำกัดอย่างในกลุ่มข้าราชบริพารในพระองค์และบรรดาเสือป่า แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของพระองค์ในการสร้างภาพลักษณ์ทางการทหารผ่านงานพระราชนิพนธ์เหล่านี้

ข้อมูลจาก :

เทพ บุญตานนท์. การเมืองในการทหารไทยสมัยรัชกาลที่ 6, สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งที่ 2 มิถุนายน 2559

เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...