โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อย่าทนอีกเลย...ฝาก “ออมทรัพย์” ผลตอบแทน ‘ไม่เต็มบาท’!!!

Wealthy Thai

อัพเดต 17 ก.ค. 2563 เวลา 09.58 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2563 เวลา 09.59 น. • wealthythai
เรื่องเศร้าของคนฝากเงิน โดยเฉพาะกลุ่ม “เงินฝากออมทรัพย์” ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของเงินฝากแบงก์ในปัจจุบันมีสัดส่วนสูงถึง 60.80% ของเงินฝากทั้งระบบ (ข้อมูล ณ เม.ย. 20)

เรื่องเศร้าของคนฝากเงิน โดยเฉพาะกลุ่ม “เงินฝากออมทรัพย์” ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของเงินฝากแบงก์ในปัจจุบันมีสัดส่วนสูงถึง 60.80% ของเงินฝากทั้งระบบ (ข้อมูล ณ เม.ย. 20)

           

ต้นปีฝาก 100 บาท ได้ 0.50% ว่าน้อยแล้ว ฝากมาทั้งปีได้ดอกเบี้ย ‘ไม่เต็มบาท’ แค่ 50 สตางค์เท่านั้น ความวัวไม่ทันหายความควายอย่าง ‘COVID-19’ ก็เข้ามาแทรกอีก

           

จาก ‘บัญชีเงินฝากออมทรัพย์’ ทั้งระบบกว่า 90.77 ล้านบัญชี นั้น 91.90% มีเงินฝาก ‘ไม่ถึง 1 แสนบาท’ ในจำนวนนี้มีถึง 87.88% ที่มีเงินฝาก ‘ไม่ถึง 5 หมื่นบาท’ ซึ่งคนกลุ่มใหญ่ในออมทรัพย์นี้ก็จะได้รับดอกเบี้ยในปัจจุบันเฉลี่ย 0.25% ต่อปี เท่านั้น (เห็นตัวเลขแล้วท้อกันเลยทีเดียว)

           

แต่ถ้าคุณขยับมาสู่ “กองตราสารตลาดเงิน (Money Market Fund)” ปัจจุบัน (ณ 30 มิ.ย. 20) ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 0.63-0.66% ต่อปี แม้จะน้อยแต่ก็ยังดีกว่าดอกเบี้ยออมทรัพย์กว่า 2.5 เท่าตัว

         

‘สภาพคล่อง’ ไม่ขี้เหร่ ขายวันนี้…พรุ่งนี้ได้เงิน (T+0) อย่าทนอีกเลย!!!

           

วันนี้ ‘Wealthythai’ มีข้อมูลดีๆ ที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย

 

“กองตราสารตลาดเงิน”…เสี่ยงต่ำสุดในกลุ่ม ‘กองทุนรวม’

           

เชื่อกันว่า…กลุ่ม ‘ลูกค้าเงินฝาก’ เป็นคน ‘ไม่ชอบเสี่ยง’ หรือ ‘กลัวความเสี่ยง’ ผลตอบแทนไม่มากไม่เป็นไร ขอมั่นคง สบายใจไว้ก่อน อะไรประมาณนั้น คนส่วนใหญ่ในไทยจึงมักทิ้งเงินให้นอนนิ่งอยู่ในเงินฝากแบงก์จนเกินความจำเป็น

           

เมื่อพูดถึงเรื่อง “การลงทุน” คนส่วนมากมักจะกลัว จนลืมไปว่า “การกลัวความเสี่ยง…ก็เป็นความเสี่ยงแฝงชนิดหนึ่ง” เช่นเดียวกัน เราควักเงินซื้อลอตเตอร์รี่เสี่ยงดวงได้ จ่าย 80 บาท ถ้าไม่ถูกเงิน 80 บาท เหลือ 0 บาท ถามว่า “เสี่ยงมั้ย?” (แต่คนส่วนใหญ่ไม่กลัวกัน)

           

คนที่มีบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ส่วนใหญ่กว่า 91.90% มีเงินฝาก ‘ต่ำกว่า 1 แสนบาท’ ในจำนวนนั้นกว่า 87.88% มี ‘ต่ำกว่า 5 หมื่นบาท’ จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ‘ผลตอบแทน’ และ ‘ความเสี่ยง’ มักไปด้วยกัน เมื่อเงินฝากเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนก็ต่ำไปด้วย

           

ถ้าคิดผลตอบแทนกลมๆ ปีละครั้ง เพื่อให้เห็นภาพเท่านั้น สำหรับดอกเบี้ยออมทรัพย์ 0.25% ต่อปี

 

            ฝาก 100 บาท           == > ครบปีได้  0.25 บาท

          ฝาก 1,000 บาท          == >              2.50 บาท

          ฝาก10,000 บาท        == >              25 บาท

          ฝาก 100,000 บาท      == >              250 บาท

 

                   

 

“แต่ถ้าคุณขยับไปลงทุนผ่านกลุ่ม ‘กองทุนตราสารตลาดเงิน (Money Market Fund)’ กลุ่มกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำสุดในอุตสาหกรรมกองทุน เน้นลงทุนใน ‘ตราสารหนี้ระยะสั้น’ อายุเฉลี่ยไม่เกิน 3 เดือน เรื่องของ ‘สภาพคล่อง’ ถือว่าดีมากเมื่อเทียบกับกองทุนประเภทอื่นๆ ขายวันนี้ พรุ่งนี้ได้เงิน (T+1) จะเป็นเรื่องเงินฝากออมทรัพย์ที่ถอนปุ๊บ ได้เงินปั๊บ (T+0) ตรงจุดนี้เท่านั้นเอง”

           

อย่างไรก็ตามกับ ‘สภาพคล่อง’ ที่เสียไป 1 วัน ก็แลกมาด้วย ‘ผลตอบแทนที่ดีกว่า’ อย่างชัดเจน ด้วยผลตอบแทนเฉลี่ย 0.6% ต่อปี

 

            ลงทุน 100 บาท           == > ครบปีได้ 0.60 บาท (มากกว่า 0.35 บาท)

          ลงทุน 1,000 บาท       == >              6 บาท  (มากกว่า 3.50 บาท)

          ลงทุน10,000 บาท      == >              60 บาท (มากกว่า 35 บาท)

          ลงทุน 100,000 บาท    == >              600 บาท (มากกว่า 350 บาท)

           

“อย่าหมิ่นเงินน้อย แค่บริหารพอร์ตออมทรัพย์ของคุณให้ดี อาจจะเติมบางส่วนด้วย ‘กองตราสารตลาดเงิน’ เข้ามาบางส่วน ก็จะช่วยเพิ่มตอบแทนให้กับคุณได้มากขึ้น ทุก 1,000 บาท ก็ได้เพิ่มมาอีก 3.50 บาท ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว ซึ่งผลตอบแทนของกองทุนตราสารตลาดเงินปกติแล้วจะเคลื่อนไหวไปกับดอกเบี้ยนโยบาย (R/P 1 วัน) ของแบงก์ชาติเป็นสำคัญ ในจังหวะที่ดอกเบี้ยขึ้น ผลตอบแทนก็จะวิ่งขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน”

 

อย่าปล่อยให้เงินเก็บของคุณต้องหลับใหลอยู่ใน “เงินฝากออมทรัพย์” มากเกินความจำเป็น เมื่อก่อนไม่รู้ ไม่เป็นไร แต่วันนี้คูรรู้แล้วว่ายังมี ‘ทางเลือก’ ที่สามารถตอบโจทย์เรื่องสภาพคล่องและผลตอบแทนได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือกลุ่ม “กองทุนตราสารตลาดเงิน” นั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...