โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

งานเข้าเงินปัง! ‘นุช วิลาวัลย์’ เผยความเชื่อความศรัทธา บูชา ‘แม่ฮันนี่ ศรีอีสาน’

The Bangkok Insight

อัพเดต 29 มิ.ย. 2564 เวลา 11.39 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2564 เวลา 11.39 น. • The Bangkok Insight

นุช วิลาวัลย์ อาร์สยาม หญิงสาวที่มีใจรักด้านการร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก ๆ เลยเลือกเรียนวิทยาลัยนาฏศิลป ชีวิตพลิกพลันเมื่อมาเรียนที่กรุงเทพเธอได้รับโอกาสให้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งวงโปงลางสะออน ซึ่งมีหน้าที่เป็นนางรำและนักร้องประจำวง และจุดเด่นในตัวเธอก็คือเสียงร้องที่กว้างแหบแต่น่าฟัง และการร้องที่ถ่ายทอดออกมาเป็นหมอลำแท้ ๆ จนได้รับโอกาสดี ๆ จากค่ายยักษ์ แต่ล่าสุดเธอได้ออกมาเป็นนักร้องอิสระทำงานเพลงลงทุนด้วยตัวของเธอเอง เมื่อได้มาเยือนรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 สาวนุช ได้นำเพลงใหม่ น้องพร้อมเจ็บ มาโชว์สร้างสีสันให้กับรายการ พร้อมกับเปิดเรื่องราวความเชื่อความศรัทธานับถือและเคารพบูชา ”แม่ฮันนี่ ศรีอีสาน” จนมีงานเข้าเงินปัง

ถาม ต้องบอกเลยว่าเพลงนี้ที่เพิ่งโชว์ไปเป็นเพลงแรกเลยที่เราออกมาเป็นศิลปินอิสระ

นุช วิลาวัลย์ ใช่ค่ะ เพลง น้องพร้อมเจ็บ เป็นเพลงแรกเลยค่ะ หลังจากที่เราหมดสัญญาจากต้นสังกัดเดิม สำหรับเพลงนี้ แต่งเองทั้งหมดเลยเพื่อที่จะเชฟค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุดเพราะว่าเราไม่มีต้นทุนในการลงทุนเพราะทั้งหมดคือ เราลงทุนเองเลย 100 เปอร์เซ็นต์นะคะ ร้อง ทำนอง เราทำเองหมด ส่วนดนตรีได้พี่บ๊อบบี้ สามบาทห้าสิบ ช่วยเหลือให้ราคาพิเศษในแบบพี่น้อง ส่วนในเรื่องของ MV แดนเซอร์  เราก็คิดท่าเต้นช่วยกันกับพวกน้องแดนแซอร์ค่ะ ส่วนของชุดก็จะได้พี่ที่รู้จักกันร้านศิวาลัยออกแบบให้ ซึ่งเงินที่ลงทุนกับเพลงนี้ไปประมาณแสนกว่าบาทเพราะว่าทุกคนช่วยกันด้วยค่ะ

ถาม ต้องขอเป็นกำลังใจให้เพราะว่าพอออกมาเป็นศิลปินอิสระปุ๊บ !! คือเจอกับสถานการณ์โควิดหนักเลย

นุช วิลาวัลย์ เจอเต็มๆ 3 รอบเลยค่ะ อย่างครั้งแรกเราทำงานเรามีเงินเก็บเราก็อยู่ได้ พอครั้งที่สองเราก็เริ่มตึงๆแล้วเพราะเราก็ใช้เงินที่เราเก็บมาอีก แต่พอมาครั้งที่ 3 เงินเก็บก็หมดไปแล้วเพราะว่าเราเป็นคนที่ดูแลครอบครัวคนเดียวเลยทั้งคุณพ่อ คุณแม่และพี่ชาย พอครั้งที่สามมาแบบไม่ทันตั้งตัวแล้วทุกอย่างนิ่งไปหมดเลยค่ะ หน้าร้านเปิดไม่ได้ ส่วนออนไลน์เราต้องเข้าใจผู้บริโภคด้วยว่าเขาก็ไม่มีกำลังซื้อเหมือนเราเนี่ยแหละค่ะ ก็เลยตัดสินใจพักร้านอาหารไปก่อนที่เป็นอาชีพเสริมของเราเป็นร้านอาหารอีสาน ชื่อร้าน แซ่บตาสวด คือจะมีพวกก๋วยจั๊บญวน ส้มตำ อาหารอีสานค่ะ ตอนนี้ร้านก็พักไปก่อนแล้วเราก็มาขายของออนไลน์แทนคือ ขายน้ำปลาร้า ขายน้ำยำ ขายไส้กรอกอีสาน เน้นของทานเป็นส่วนใหญ่ค่ะ

ถาม พอเราเจอสถานการณ์โควิดไม่รู้ว่าจะพูดแบบนี้ได้ไหมเราถึงขั้นที่จะต้องขายสมบัติเก่าเลย

นุช วิลาวัลย์ ขายค่ะ อันนี้เรื่องจริงเลยค่ะ เมื่อก่อนเป็นนักร้องหมอลำ นุช ได้ไปต่างประเทศบ่อยมากทั้งยุโรป อเมริกา เวลาที่เราไปเราก็ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมด้วยความชอบเราก็ได้ซื้อมาเก็บไว้หลายอย่าง มีทองบ้างอะไรบ้าง แต่พอมันถึงไม่ไหวแล้วเงินสดก็ไม่มีแล้ว แต่เพลงเราก็ต้องออกใช่ไหมค่ะ เพราะถ้าเราปล่อยให้ตัวของเรานิ่งก็จะหายไปแล้วจะกลับมายาก เพราะฉะนั้นเราก็ต้องเลือกต่อให้กระเป๋าใบนี้รักแค่ไหนเราก็ต้องขายเพิ่งเอาเงินจากที่ขายกระเป๋ามาทำเพลงแล้วก็ดูแลทุกคนในครอบครัว 

ถาม เรียกว่าได้รับผลกระทบไปเต็มๆแต่ก็ต้องถามอีกเรื่องอันนี้คือ ความเชื่อของเราตั้งแต่ที่เรามีชื่อเสียงจนมีฉายา ความเชื่อคืออะไร

นุช วิลาวัลย์ ต้องย้อนความก่อนนะคะ ว่าตอนแรกเรายังไม่ได้เชื่อต้องย้อนความก่อนนะคะ ศิลปินท่านนี้ คุณแม่ฮันนี่ ศรีอีสาน ท่านเป็นศิลปินหมอลำซึ่งตรงกับทางเราแล้วเพลง น้ำตาหล่นบนที่นอน ตั้งแต่ที่เราร้องเพลงได้เราร้องเพลงนี้ได้เลยเราชอบมาตั้งแต่เด็ก แต่พอเราโตขึ้นเราก็ลืมไปเนอะ แต่ก็มีเหตุการณ์หนึ่งที่เราได้นำเพลงของแม่ฮันนี่กลับมาร้อง ต้องบอกก่อนว่าเรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคลเป็นความเชื่อของ นุช เนอะคือได้ไปออกรายการหนึ่งแล้วได้มีโอกาสร้องเพลงนี้แล้วก่อนที่เราจะร้องเพลงมีพี่ทีมงานให้เราไปสัมภาษณ์ก่อนแล้วพี่เขาเรียกชื่อเราผิดสามสี่รอบว่า คุณฮันนี่ๆ เราก็บอกเขาไปว่าพี่หนูชื่อนุชนะ ตอนนั้นเราก็ยังไม่รู้สึกอะไรแต่พอจะร้องเพลงเราก็ขอพรนึกถึง แม่ฮันนี่ ว่าหนูจะหมดสัญญากับที่เดิมแล้วนะขอพรเปิดทางให้ลูกหน่อยได้ไหมให้แม่มาอยู่ในตัวหนูขอให้หนูทำให้เพลงแม่กลับมาดัง ขอให้เพลงแม่ทำให้หนูดังมีชื่อเสียงมีงานมีเงิน พอเราร้องเสร็จกลายเป็นไวรัลใน TikTok เลยทำให้เรามีงานมีเงินเพราะเพลงแม่เลยค่ะ แล้วหลังจากนั้นสามเดือนเราก็มีโอกาสไปกราบท่าน ซึ่งพอไปถึงศาลที่แม่ประสบอุบัติเหตุเราก็ไปร้องเพลงของแม่ฮันนี่ (ซึ่งเราก็ไปร้องที่นั่นตลอดเลยค่ะ) ตอนแรกที่ร้องก็เป็นเราแต่พอร้องไปร้องมาสักครึ่งเพลงเหมือนไม่ใช่เราตอนนั้นคือ เรารู้สึกว่าเราควบคุมตัวเองไม่ได้แต่รู้ว่าเราทำอะไรแต่แค่เราควบคุมตัวเองไม่ได้

ซึ่งตอนแรกเราก็ยังไม่เชื่อที่สุดนะคะ แต่พออีกวันมีงานเราขึ้นไปร้องเราทำอะไรไม่ได้เลยติดขัดไปหมดแล้วก็เป็นลมอยู่บนเวทีเลยค่ะ เลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วเราก็มองไปที่หิ้งพระที่เราไหว้ตอนแรกคือ มีรูปคุณแม่อยู่แล้วเราไม่เห็นตอนแรกที่ร้านที่เราไปร้อง ซึ่งพี่เจ้าของร้านเขาก็มาบอกเราว่าเหมือนมีคนจะโชว์เพลงแม่เหมือนกันแต่ไม่ได้บอกก็เล่นไม่ได้เหมือนกัน แล้วพอเราดีขึ้นแล้วเราก็ทำการขอโทษแม่ที่เราไม่เห็นไม่ได้บอกเราก็ตั้งจิตบอกท่านว่าไม่ว่าเราจะไปเล่นที่ไหนเราจะบอกท่านตลอด แล้วพอเราขึ้นไปร้องเพลงแรกที่เราร้องเหมือนไม่ใช่เราเลยทั้งการร้อง การฟ้อนคือไม่ใช่เราเลยพอเรามาดูภาพแล้วเรายังกลัวตัวเองเลย แล้วจากนั้นอีกสองสามวันเราก็ปริ้นซ์รูปของแม่ไปให้ที่ร้านที่เราไปร้องเพราะเราคิดว่าแม่คงอยากให้ทุกคนเห็น แล้วเราก็ขออีกว่าถ้าแม่อยากให้เราจัดงานให้แต่เราต้องมีเงินพอหลังจากนั้นเราก็ได้พรีเซ็นเตอร์มาสามแสนแล้วอีกตัวได้อีกหนึ่งแสนอยู่ดีๆก็มีเงินเลย ภายในวันเดียวเลยเราก็เลยจัดงานให้แม่ เราก็เลยนับถือเป็นแรงใจในการทำงานของเราเพราะแม่ก็เป็นเสมือนครูของเรา

ถาม ไม่ใช่ที่จะโชคดีแล้ว นุช ยังมีความขยันขายของมากมายทำอะไรบ้าง

นุช วิลาวัลย์ ก็จะมีเปิดร้าน ขายของออนไลน์ ตอนนี้เราก็อยากทำเพลงให้คนอื่นด้วยอย่างตอนนี้จพแต่งเพลงให้หลานค่ะ แล้วก็ทำช่องยูทูปกันไปเรื่อยๆอย่างน้อยหลานเขาก็ได้มีโอกาส เพราะเราเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงให้เขาเพราะกว่าที่เราจะได้มาเป็นนักร้องก็ค่อนข้างลำบากเพราะกว่าจะได้เป็นเราใช้เวลา 10 ปีเลย

ถาม ถึงในระหว่างนี้ยากสักนิดในการไปออกคอนเสิร์ตที่ทั้งในและต่างประเทศ แต่ก็สามารถติดตามผลงานของนุชได้ที่

นุช วิลาวัลย์ ฝากผลงาน น้องพร้อมเจ็บ และผลงานใหม่เร็วๆนี้นะคะเป็นเพลงช้า สัญญารักที่หนองหาญ แต่งเพลงทำเองหมดทุกอย่างเลยค่ะ ฝากด้วยนะคะ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...