โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สิ้น “สุลต่านกาบูสแห่งโอมาน” กษัตริย์ผู้ครองราชย์ยาวนานที่สุดแห่งโลกอาหรับ

Khaosod

อัพเดต 11 ม.ค. 2563 เวลา 17.31 น. • เผยแพร่ 11 ม.ค. 2563 เวลา 13.29 น.
Reuters สุลต่านกาบูสปกครองประเทศโอมานเป็นเวลาเกือบ 5 ทศวรรษ

สิ้น “สุลต่านกาบูสแห่งโอมาน” กษัตริย์ผู้ครองราชย์ยาวนานที่สุดแห่งโลกอาหรับ

สุลต่านกาบูส บิน ซาอิด อัล ซาอิด แห่งโอมาน กษัตริย์ผู้ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดแห่งโลกอาหรับ เสด็จสวรรคตแล้วขณะที่มีพระชนมายุได้ 79 พรรษา

ทางการโอมานไม่ได้แถลงถึงสาเหตุของการสวรรคต แต่ก่อนหน้านี้ทรงเข้ารับการตรวจรักษาพระโรคที่เชื่อกันว่าน่าจะเป็นโรคมะเร็ง ที่ศูนย์การแพทย์แห่งหนึ่งในประเทศเบลเยี่ยมเมื่อเดือนที่แล้ว โดยทรงเข้ารับการรักษาเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์

ราชสำนักโอมานออกแถลงการณ์สั้น ๆ ระบุว่า “ด้วยความโศกเศร้าอย่างใหญ่หลวงและความทุกข์ระทมอันหาที่สุดมิได้ ราชสำนักขอถวายความอาลัยแก่สมเด็จพระราชาธิบดี สุลต่านกาบูส บิน ซาอิด ซึ่งเสด็จสวรรคตในวันศุกร์ที่ 10 มกราคม”

ภาพจากสื่อท้องถิ่นเผยให้เห็นผู้คนจำนวนมากรวมตัวกันหน้ามัสยิดหลวงสุลต่านกาบูส ซึ่งคาดว่าเป็นสถานที่ตั้งหีบพระศพและประกอบพิธีละหมาดในกรุงมัสกัต เมืองหลวงของโอมาน

ทางการระบุว่า เจ้าชายไฮทาม บิน ทาริก อัล ซาอิด พระญาติใกล้ชิดของสุลต่านกาบูส ได้เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นสุลต่านองค์ใหม่ในทันที หลังจากที่ทรงร่วมประชุมหารือกับสภาพระราชวงศ์แล้ว

สุลต่านพระองค์ใหม่ทรงเคยดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีวัฒนธรรมและมรดกของชาติมาก่อน และทรงมีสิทธิในการสืบราชสมบัติ เนื่องจากสุลต่านกาบูสไม่มีพระโอรส ทั้งไม่ได้ทรงแต่งตั้งผู้ใดไว้ในตำแหน่งพระรัชทายาท

กษัตริย์อาหรับผู้ทรงยึดถือนโยบายที่เป็นกลาง

สุลต่านกาบูสทรงขึ้นครองราชย์ ในปี 1970 ขณะมีพระชนมายุ 29 พรรษา หลังทรงทำรัฐประหารโค่นอำนาจของพระราชบิดา โดยมีรัฐบาลอังกฤษเป็นผู้สนับสนุน และไม่มีการสู้รบเสียเลือดเนื้อเกิดขึ้นแต่อย่างใด

ทรงเป็นผู้นำโอมานเข้าสู่เส้นทางแห่งการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยใช้ประโยชน์จากความมั่งคั่งมหาศาลที่ได้จากการค้าน้ำมัน

ทรงเป็นที่นิยมชมชอบในหมู่ประชาชนอย่างกว้างขวาง แม้จะทรงเป็นกษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่มีอำนาจเด็ดขาด และผู้คนไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์พระองค์อย่างเปิดเผยได้

สุลต่านคือผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดของโอมาน โดยนอกจากจะเป็นกษัตริย์แล้ว สุลต่านยังทรงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, รัฐมนตรีกลาโหม, รัฐมนตรีคลัง และรัฐมนตรีการต่างประเทศไปด้วยในคราวเดียวกัน

ทรงเป็นผู้นำการพัฒนาประเทศโอมาน โดยใช้ประโยชน์จากความมั่งคั่งมหาศาลที่ได้จากการค้าน้ำมัน

สุลต่านกาบูสปกครองประเทศโอมานเป็นเวลาเกือบ 5 ทศวรรษ โดยประชากรถึง 43% เป็นชาวต่างชาติที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาประกอบอาชีพหรือลงทุนทำธุรกิจ ทรงเป็นผู้นำความทันสมัยมาสู่ดินแดนที่เคยตกอยู่ภายใต้ระบอบการปกครองเคร่งอนุรักษ์นิยมของพระราชบิดา ซึ่งในยุคนั้นมีการออกกฎห้ามฟังวิทยุและสวมแว่นกันแดดด้วย

เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ สุลต่านกาบูสทรงมีพระราชดำรัสในทันทีว่า มีพระประสงค์จะจัดตั้งรัฐบาลที่มีความเป็นสมัยใหม่ และใช้เงินจากการค้าน้ำมันมาพัฒนาประเทศ ซึ่งในเวลานั้นโอมานมีถนนลาดยางที่ยาวเพียง 10 กิโลเมตร และมีโรงเรียนเพียง 3 แห่งเท่านั้น

ผู้คนจำนวนไม่น้อยมองว่า สุลต่านกาบูสทรงเป็นผู้มีบารมีและมองการณ์ไกล ทรงเลือกใช้นโยบายที่มีความเป็นกลางในกิจการระหว่างประเทศ โดยทรงเคยทำหน้าที่เป็นสื่อกลางจัดการเจรจาลับระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านในปี 2013 ซึ่งนำไปสู่การทำข้อตกลงนิวเคลียร์ครั้งประวัติศาสตร์ในอีกสองปีต่อมา

อย่างไรก็ตาม สุลต่านกาบูสทรงใช้อำนาจปราบปรามผู้เห็นต่างอย่างรุนแรง เช่นเหตุชุมนุมในประเทศระหว่างเกิดเหตุการณ์อาหรับสปริง เมื่อปี 2011 ซึ่งในตอนนั้นผู้ชุมนุมต่างเรียกร้องให้ขึ้นค่าแรง เพิ่มตำแหน่งงาน และปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน

รัฐบาลมีคำสั่งให้ทหารยิงสลายการชุมนุมโดยใช้ทั้งกระสุนยางและกระสุนจริง มีการจับกุมและดำเนินคดีผู้เห็นต่างจำนวนมากในข้อหา “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพขององค์สุลต่าน” รวมทั้งมีการดำเนินนโยบายปิดกั้นสื่อที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและทำร้ายนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งยังคงดำเนินต่อมาจนถึงทุกวันนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...