“กอง KTSUK-A”...กองทุนผสมแบบเสี่ยงต่ำ...ตอบโจทย์ ‘คนไม่ชอบเสี่ยง’ !!!
Wealthy Thai
อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 22.15 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2564 เวลา 06.30 น. • กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดาในบางครั้งตัดสินใจการลงทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งก็เป็นเรื่องยากที่จะตัดสินใจด้วยปัจจัยพื้นฐานของสินทรัพย์ที่อาจจะแตกต่างกันออกกันอย่างสิ้นเชิง
ทำให้การจะเข้าใจถึงปัจจัยที่จะมีผลต่อสินทรัพย์ให้มูลค่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงจำเป็นจะต้องใช้เวลามากในการศึกษาเพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถวางแผนการลงทุนได้ตามเป้าหมายแต่ละบุคคล
จึงมีนักลงทุนไม่น้อยที่ใช้โอกาสการลุงรูปแบบ“กระจายการลงทุน(Asset Allocation)” ในหลากหลายสินทรัพย์ที่ในตลาดได้มีตัวเลือกอย่าง“กองทุนรวมผสม(Allocation Fund)” ที่สามารถกระจายลงทุนหลากสินทรัพย์ไปจนถึงกระจายลงทุนในหลากกองทุนได้ภายในกองทุนเดียวด้วยเช่นกัน
วันนี้ทาง‘Wealthy Thai’ จึงอยากเอาใจนักลงทุนสายกลางดังกล่าวโดยการเสนอข้อมูล“กองทุนเปิดกรุงไทยสุขใจ(ชนิดสะสมมูลค่า)” หรือ“KTSUK-A” ที่ได้รับการจัดอันดับจาก“มอร์นิ่งสตาร์5 ดาว” มาแชร์ให้แก่ผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้
“กองKTSUK-A” ไม่เสี่ยงมาก….โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่ตั้งกองทุนกว่า3 ปี2.56% ต่อปี
“กองทุนผสม(Allocation Fund)” จริงๆแล้วเป็นทางเลือกที่“สำเร็จรูป” ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มคนที่ไม่ชื่นชอบความเสี่ยงเช่นกลุ่มลูกค้าเงินฝากแต่ไม่อยากทนรับดอกเบี้ยต่ำต่อไปอยากจะขยับไปหาทางเลือกอะไรที่ได้ผลตอบแทนดีขึ้นมาหน่อยแต่ไม่เสี่ยงมากเกินไปสไตล์คน“ไม่ชอบเสี่ยง”
หรือนักลงทุนที่ไม่อยากเสี่ยงเกินไปเหมือนความเสี่ยงลงทุนในหุ้น100% ก็สามารถขยับปรับลงมาลงทุนกับ“กองทุนผสม(Allocation Fund)” ได้เช่นกันเรียกว่า…ไม่อยากเสี่ยงมากเท่าหุ้นแต่ผลตอบแทนดีๆก็ยังอยากได้กองทุนผสมนี้ก็ตอบโจทย์
เพียงแต่…จะเสี่ยง‘มาก’ หรือ‘น้อย’ ขึ้นกับ“สัดส่วนของหุ้น” ที่ผสมไว้ในกองทุนผสมแต่ละประเภทด้วยนั่นเอง
สำหรับ“กองทุนรวมผสม” ประเภท‘Fund of Funds’ ที่จะมาพูดถึงกันในครั้งนี้มาจาก‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) กรุงไทยจำกัด(มหาชน)’ โดยกองทุนดังกล่าวมีชื่อว่า“กองทุนเปิดกรุงไทยสุขใจ(ชนิดสะสมมูลค่า)” หรือ“KTSUK-A” ที่ได้จัดตั้งขึ้นในวันที่29 มีนาคม2561 ซึ่งจนถึงปัจจุบัน(ณวันที่30 เมษายน2564) มีมูลค่าสินทรัพย์อยู่ที่1,875,691,130 บาทและมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่10.88 บาทต่อหน่วย
“ตัวนโยบายการลงทุนของกองนั้นอย่างที่กล่าวไว้ว่าเป็นกองทุนผสมประเภท‘Fund of Funds’ ยังเป็นกองที่สามารถลงกองทุนรวมอื่นภายใต้บลจ.เดียวกัน(Cross Investing Fund) จึงทำให้การลงทุนทั้งในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานหรือกองทุนproperty (กองทุนปลายทาง) ทั้งในและต่างประเทศตั้งแต่2 กองทุนขึ้นไปโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนโดยกองทุนปลายทางดังกล่าวมีนโยบายลงทุนทั้งในตราสารทุนตราสารหนี้ทรัพย์สินทางเลือกและหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดตามที่กฎหมายที่ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) กำหนด”ทั้งนี้กองทุนจะลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งไม่เกิน79% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนโดยสามารถปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนได้ตามความเหมาะสมนอกจากนี้กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์(REITs) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการในสัดส่วนไม่เกิน100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนโดยสิ้นเดือนมี.ค.64 กองทุนลงทุนใน
-หน่วยลงทุนตราสารหนี้75.04%
-หน่วยลงทุนตราสารทุน14.60%
“ซึ่งผลการดำเนินงานของ‘กองทุนKTSUK-A’ ตั้งแต่จัดตั้งกองนั้นเฉลี่ยอยู่ที่2.56% ต่อปีในขณะที่ดัชนีชี้วัดที่เฉลี่ยอยู่3.00% ต่อปีขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินนั้นเฉลี่ยอยู่ที่2.07%ต่อปีโดยสูงกว่าดัชนีชี้วัดที่อยู่ที่0.12% ต่อปีส่วนผลขาดทุนสูงสุดในรอบ5 ปีอยู่ที่-4.65% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับไม่สูงตามนโยบายการลงทุนที่เน้นลงทุนผสมแบบไม่เสี่ยงมากนั่นเอง”เงื่อนไขการลงทุนขั้นต่ำของ‘กองทุนKTSUK-A’ ในครั้งแรกและครั้งถัดไปอยู่ที่1,000 บาทขณะที่มูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำนั้นไม่กำหนดโดยระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะได้ภายใน5 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน
ส่วนช่องทางการซื้อขายของกองนั้นสามารถทำได้ผ่านธนาคารกรุงไทยและตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นรวมไปถึงช่องทางออนไลน์ผ่านระบบInternet Trading : KTAM SMART TRADE (www.ktam.co.th)
“นักลงทุนที่สนใจจะกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์โดยส่วนผสมไม่มีรสจัดจ้านจนเกินไปมีส่วนผสมของ‘หุ้น’ เพียงเล็กน้อยพอจะอัพผลตอบแทนให้ขึ้นมายืนเหนือเงินฝากได้อย่างโดดเด่น‘กองทุนKTSUK-A’ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเลือกที่จะใช้พิจารณาที่แม้ว่าผลตอบแทนอาจจะไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับกองประเภทอื่นแต่ด้วยเม็ดเงินลงทุนที่ใช้ไม่สูงมากก็สามารถกระจายลงทุนได้หลากหลายก็อาจจะตอบโจทย์นักลงทุนเฉพาะกลุ่มได้เป็นอย่างดี”