โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5G จะเปลี่ยนโฉมหน้าโลกอย่างไร เมื่อความเร็วที่เร็วกว่าจะฝังคำว่าอัจฉริยะลงไปในทุกสิ่ง

becommon.co

อัพเดต 15 ต.ค. 2563 เวลา 14.16 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2563 เวลา 07.16 น. • common: Knowledge, Attitude, make it Simple

วงการใดบ้างที่จะถูกเทคโนโลยี 5G ขับเคลื่อนอย่างเห็นได้ชัดที่สุด

ในอนาคตอันใกล้ เมื่อภัยธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหวเกิดขึ้นบ่อยจนเกินกว่าจะพยากรณ์ได้ หรือเหตุก่อการร้ายเองก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกมุมโลก ไม่แน่ว่าในบ่ายธรรมดาวันหนึ่งเราอาจจะต้องรีบหนีตายมองหาทางหนีไฟที่ใกล้ที่สุดในออฟฟิศ ทันทีที่ได้ยินเสียงสัญญาณนิรภัยดังขึ้น โดยไม่รู้ว่าโกลาหลจากเสียงระเบิดและไฟที่กำลังลุกไหม้เกิดจากสาเหตุใดกันแน่

หน้ากากนิรภัย Heart Photo: https://www.behance.net/gallery/89441445/H-E-A-R-T

และแทนที่จะต้องรวบรวมสติสัมปชัญญะนึกให้ออกว่าทางหนีไฟอยู่ตรงไหน ทุกคนกลับวิ่งไปที่ตู้เก็บหน้ากากนิรภัย Heart แล้วหยิบมาสวมคนละอัน เพราะนอกจากจะป้องกันการสูดควันพิษได้แล้ว Heart ยังเชื่อมต่อกับสัญญาณ 5G ช่วยนำทางผู้สวมใส่ให้เดินตามแสงไฟบอกทั้งทิศและระยะทางที่ส่องชัดเจนอยู่บนพื้น แล้วเดินไปสู่ทางออกที่ใกล้ที่สุด

Photo: https://www.behance.net/gallery/89441445/H-E-A-R-T

นี่เป็นตัวอย่างของการฝังสัญญาณ 5G ลงไปในสรรพสิ่งรอบตัวที่กำลังจะเกิดขึ้นจริง อย่างหน้ากากนิรภัย Heart เองก็เป็นผลงานของ ยัง จูน คิม (Young June Kim) ดีไซเนอร์สัญชาติเกาหลีแห่ง Fountain Studio ที่หากพร้อมใช้งานเมื่อไรก็น่าจะช่วยชีวิตผู้คนให้รอดพ้นภัยพิบัติได้อย่างเห็นผล ทั้งยังเป็นการเลื่อนขั้น IoT (Internet of Things) ไปสู่ IoA (Internet of Actions) ได้ด้วยกลไกสำคัญอย่าง 5G

ด้วยความสามารถที่เหนือชั้นกว่า 4G ที่ทั้งเร็วกว่าเดิม 20 เท่า มีความหน่วงน้อยกว่าเดิม 10 เท่า และรองรับจำนวนการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้มากกว่า 4G ถึง 10 เท่าทำให้ 5G ไม่ได้เป็นแค่สัญญาณอินเตอร์เน็ตในสมาร์ทโฟนที่เร็วและแรงขึ้นเท่านั้น แต่เมื่อทำงานร่วมกับการเรียนรู้ของ AI วิเคราะห์ด้วย Big Data ผ่านอุปกรณ์ IoT หลายล้านชิ้นกับเซ็นเซอร์อีกหลายล้านตัว ก็จะยิ่งทำให้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ มีความสามารถในการคิดคำนวณได้เองเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ เช่น หุ่นยนต์ในโรงงาน ยานยนต์ไร้คนขับ หุ่นยนต์ผ่าตัด ไปจนถึงการบริหารระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ทั้งไฟฟ้า ประปา และการสร้างเมืองอัจฉริยะ

5G

บรรดาประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยีอย่างจีน สหรัฐอเมริกา และเกาหลีใต้ ได้เปิดใช้งาน 5G ในเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา ส่วนประเทศอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนามมีแผนจะเปิดใช้ 5G งานภายในปี 2020 นี้ รวมถึงประเทศไทยเองที่ทางสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เปิดประมูลคลื่นความถี่ที่สามารถรองรับการให้บริการเทคโนโลยี 5G ไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา

ตัวอย่างของ 5G ที่ใกล้ชิดชีวิตชาวโลกมากที่สุดในตอนนี้ เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่โรคระบาดโควิด 19 เข้ายึดครองทุกหัวหาดทั่วโลก โดยได้มีการทดลองใช้หุ่นยนต์ทางการแพทย์ในการตรวจเชื้อโควิด และใช้เทคโนโลยี AI สำหรับเครื่อง CT Scan ในการตรวจปอดคนไข้โดยใช้เวลาแค่ 30 วินาที 

ดังนั้น จะโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม เรากำลังเข้าสู่ยุคที่ไม่จำเป็นต้องแปะป้ายคำว่า Smart หรืออัจฉริยะให้กับข้าวของอีกต่อไป เพราะทุกความฉลาดและความเร็วที่ถูกฝังไว้ในอุปกรณ์ใกล้ตัวกำลังกลายเป็นเรื่องธรรมดาเสียยิ่งกว่าสามัญ โดยเฉพาะใน 3 วงการต่อไปนี้ที่จะถูกเทคโนโลยี 5G ขับเคลื่อนอย่างเห็นได้ชัดที่สุด

วงการสาธารณสุข

นาฬิกาที่เคยสวมติดข้อมือเพื่อนับก้าวเดินหรือวัดคลื่นหัวใจจะทำหน้าที่มากกว่านั้น ด้วยการบันทึกข้อมูลสุขภาพของผู้สวมใส่โดยละเอียด และส่งสัญญาณเตือนเมื่อเกิดความผิดปกติในร่างกาย พร้อมที่จะให้คุณหมอดึงข้อมูลทั้งหมดไปประมวลผลเพื่อทำการวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ส่วนการเอ็กซ์เรย์ก็จะแสดงผลชัดเจนขึ้นในแบบสามมิติ และการผ่าตัดในระยะไกลก็สามารถทำได้แม่นยำยิ่งขึ้น เมื่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำงานร่วมกับหุ่นยนต์และสัญญาณ 5G เหมือนอย่างที่ ราฟาเอล กรอสแมน (Rafael Grossman) ศัลยแพทย์ อาจารย์ และนักพยากรณ์ด้านสาธารณสุข เล่าถึงความสามารถของ 5G เอาไว้ผ่านเครือข่าย T-Mobile ของสหรัฐอเมริกา

วงการค้าปลีก

การนำเทคโนโลยี AR และ VR มาใช้แสดงผลแบบสามมิติเพื่อให้เห็นว่าสวมเสื้อตัวนี้กับรองเท้าคู่นี้จะเหมาะไหม หรือโซฟาตัวนี้ต้องวางตรงมุมไหนของห้องถึงจะเหมาะ จะกลายเป็นเรื่องสามัญที่ใครๆ ก็จะทำกันจนเป็นเรื่องปกติก่อนซื้อสินค้า เหมือนอย่างที่แบรนด์หรูอย่าง Chanel, Dior, Burberry หรือ Gucci ได้ทดลองใช้งาน AR ได้พักใหญ่แล้ว

และอีกไม่เกิน 15 ปีข้างหน้า เราจะไม่ต้องขับรถไปซูเปอร์มาร์เก็ตเองอีกต่อไป เพราะข้าวของทุกชิ้นที่เราเลือกหยิบใส่รถเข็นจะฝ่าการจราจรมาส่งถึงหน้าประตูบ้านได้เอง พยากรณ์โดยกุยเลอร์โม เพดราจา (Guillermo Pedraja) หัวหน้าแผนก 5G และ IOT แห่งเครือข่าย NTT Data UK

5G

วงการบันเทิง

การถ่ายทำภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์จะใช้กล้อง 3D เท่านั้น เพื่อให้พร้อมแก่การถ่ายทอดสดแบบอินเตอร์แอ็กทีฟ และมองได้รอบทิศแบบ 360 องศา พูดง่ายๆ ว่าคนดูแทบจะเข้าไปอยู่ในฉากที่กำลังดูอยู่ได้อย่างสมจริง ซึ่งนอกจากจะเลือกดูจากองศาไหนที่ต้องการก็ได้แล้ว คนดูยังสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับตัวละครได้จริงๆ ไม่ใช่แค่กับตัว avatar อีกต่อไป

5G

เราอาจจะไม่ต้องพยายามจินตนาการอนาคตของ 5G ให้เหนื่อย เพราะรู้ตัวอีกที วิวัฒนาการต่างๆ ของปัญญาประดิษฐ์ก็ได้รุกคืบเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตโดยแทบไม่ต้องปรับตัว

อ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...