โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุดช็อก! หนุ่มรับจ้าง โดนหมายศาลฟ้องล้มละลาย เป็นหนี้เกือบ 100 ล้าน

The Bangkok Insight

อัพเดต 17 ต.ค. 2563 เวลา 16.30 น. • เผยแพร่ 17 ต.ค. 2563 เวลา 16.24 น. • The Bangkok Insight

หนุ่มบุรีรัมย์ รับจ้างกรีดยาง ตัดอ้อย ค่าแรงวันละ 300 – 400 บาท แทบช็อก เจอหมายศาลส่งถึงบ้าน ฟ้องล้มละลาย มีหนี้ค้างกว่า 97 ล้านบาท วอนช่วยด่วน

นายวิชิตร์ มนปราณีต อายุ 43 ปี ชาวอำเภอแคนดง จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพรับจ้างกรีดยาง ตัดอ้อย มีรายได้แค่วันละ 300 – 400 บาท แต่ จู่ๆ ได้รับหมายจาก ศาลล้มละลายกลาง มาส่งถึงบ้าน

ทั้งนี้ ในหมายศาลดังกล่าว ระบุว่า กรมสรรพากร เป็นโจทย์ฟ้อง นายวิชิตร์ มนปราณีต ในฐานะเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นจำเลย ศาลล้มละลายกลางจึงมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยไว้เด็ดขาด เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2562

ท่านในฐานะผู้ถือหุ้นบริษัทฯ จำเลย จึงมีหน้าที่ไปให้การเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของจำเลย ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา 30 จึงมีหมายให้ท่านไปให้การสอบสวนเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สิน ณ กองบังคับคดีล้มละลาย 3 กรมบังคับคดี กรุงเทพมหานคร ภายใน 7 วัน นับแต่วันรับหมายนี้ ถ้าไม่ปฏิบัติตามหมายนี้อาจมีโทษทางอาญา

นายวิชิตร์ เล่าว่า หลังได้รับหมายศาล และอ่านเนื้อหาในหมาย ก็ตกใจมาก ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักหรือเกี่ยวข้องอะไรกับบริษัทดังกล่าวเลย จึงรีบนำหมายศาลที่ได้รับเข้าไปสอบถามและขอความช่วยเหลือ ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็แนะนำให้ไปสอบถามข้อมูลที่สรรพากร พื้นที่บุรีรัมย์ และขอความช่วยเหลือกับสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิกรณีถูกนำข้อมูลหรือเอกสารไปใช้

หลังจากไปสอบถามที่สรรพากรบุรีรัมย์ตามคำแนะนำ ทางสรรพากรทำการตรวจสอบข้อมูลในระบบ ตามที่มีชื่อตนเองกลายเป็นผู้ถือหุ้นอยู่นั้น ก็พบว่า บริษัท ภูเก็ต มอนติ คาโล จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2547 สถานะเป็นนิติบุคคล ประเภทธุรกิจ ซื้อขาย เช่าซื้อ ขายฝากที่ดินและอสังหาริมทรัพย์อื่น ทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทดังกล่าว มีข้อมูลหนี้ค้างชำระตั้งแต่ปี 2561 – 2563 กว่า 24 ล้านบาท เบี้ยปรับอีก 48 ล้านบาท เงินเพิ่มอีก 24 ล้านบาท รวมเป็นเงินที่ต้องชำระกว่า 97 ล้านบาท

ทางสรรพากรพื้นที่บุรีรัมย์จึงบอกให้นำเอกสาร ไปติดต่อที่สำนักงานบังคับคดี จังหวัดบุรีรัมย์ แต่พอไปติดต่อเจ้าหน้าที่บังคับคดีจังหวัด ก็บอกให้ไปที่กองบังคับคดีล้มละลาย 3 กรมบังคับคดี ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งตนไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน และจะต้องไปติดต่อยังไง

ที่สำคัญตอนนี้ไม่มีเงินเลย เพราะไม่ค่อยมีคนจ้างงาน ก็อาศัยแค่เงินจากบัตรสวัสดิการรัฐ ที่ให้รูดซื้อของเดือนละ 200 บาท ส่วนเงินในบัญชีก็มีแค่ 200 กว่าบาท ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนไปเป็นค่ารถ

ที่กังวลมากที่สุดคือกลัวจะตกเป็นแพะถูกจับติดคุกฟรี เพราะไม่รู้ว่ามีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่โตได้ยังไงก็พร้อมให้ตรวจสอบ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าอาจจะมีมิจฉาชีพเอาเอกสารส่วนตัวไปใช้ หรืออาจจะเกิดความผิดพลาด จึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือผู้รูกฎหมายช่วยเหลือด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...