โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แจ้งจับ 5 นร.ชายอนาจารในห้องเรียน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 02 ต.ค. 2563 เวลา 09.44 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2563 เวลา 09.06 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กทม.3 พ.ย.- ปวีณา ฯ พาแม่และเด็กหญิง วัย 13 ปี แจ้งดำเนินคดี หลังถูก 5 นักเรียนชาย ม.2 รุมอนาจารในห้องเรียน ย่านปิ่นเกล้า

เมื่อเวลา 13.30 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเด็กและสตรี พามารดา พี่สาว และ ด.ญ. มิลค์ อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม. 2 โรงเรียนมัธยมมีชื่อแห่งหนึ่ง ย่านสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.เฉลิมศักดิ์ สุขสำราญ รอง ผบก.น.7 รรท.ผกก.สน.บาง ยี่ขัน เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นักเรียนชายร่วมห้อง 5 คน ซึ่งก่อเหตุร่วมกันกระทำการอนาจารภายในห้องเรียน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา

ด.ญ.มิลค์ เล่าว่า เวลา13.00น.วันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่เข้าห้องรอเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ โดยตนนั่งโต๊ะหน้าห้อง ได้มีนายเอ อายุ17 ปี เพื่อนร่วมห้อง ที่เรียนซ้ำชั้นอยู่หลายปี และยังเป็นหัวโจกประจำห้อง พร้อม ด.ช.บี ด.ช.ซี ด.ช.ดี และด.ช.อี อายุระหว่าง13-14 ปี เข้ามาช่วยกันจับแขนจับขาและปิดปากไม่ให้ร้องขอความช่วยเหลือก่อนพาไปหลังห้องพยายามล่วงละเมิดทางเพศ แต่ดิ้นรนจนหลุดออกมาได้ แล้วมานั่งร้องให้อยู่ที่โต๊ะหน้าห้องเรียน ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงที่อาจารย์เดินไปนอกห้อง ต่อมากลุ่มของนายเอ ก็กลับมาช่วยกันตน ไปที่หลังห้องเรียนเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งขณะนั้นมีนักเรียนอยู่ในห้องประมาณ35คน แต่ก็ไม่มีใครกล้าช่วยเพราะกลัวนายเอ ที่มีอายุมากสุด และคงคิดว่าเป็นการล้อเล่นกัน โดยพยายามร้องให้เพื่อนช่วยอยู่หลายครั้ง แต่กลุ่มนายเอได้ช่วยกันจับแขนขาตนและเอามือปิดปาก 2 ในกลุ่มผู้ต้องหาได้ใช้มือล้วงเข้าไปในกางเกงพละ และใช้นิ้วแหย่เข้าไปในอวัยวะเพศ ถกเสื้อชั้นในดูดหน้าอก แต่ได้ดื้นรนขัดขืนจนหลุดมาได้อีกครั้ง แต่ทั้งหมดก็ยังไม่เลิกราตามมาอุ้มฉุดกระชากไปที่หลังท้องเรียนเป็นครั้งที่ 3 และคราวนี้ลากเข้าไปในห้องเก็บของที่อยู่สึกเข้าไปอีก ตนกรีดร้องสุดชีวิต ก่อนที่เพื่อนในห้องจะวิ่งมาดูเห็นสภาพตน ถูกจับกอดกางเกงพละและกางเกงในนอนเปลือยกายท่อนล่างอยู่แล้วกลุ่มของนายเอก็ได้แยกย้ายกันไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ด.ญ.มิลค์ เผยต่อไปทั้งน้ำตาว่าต่อมาตนพร้อมเพื่อนสนิทพากันไปแจ้งกับอาจารย์ฝ่ายปกครองให้ทราบก่อนที่อาจารย์จะเรียกนักเรียนชายทั้ง 5 คน มาสอบถามพร้อมเรียกผู้ปกครองทั้ง 2 ฝ่ายมารับทราบเรื่อง ซึ่งนักเรียนชายทั้ง 5 คน รับสารภาพ โดยโรงเรียนพยายามจะเกลี้ยกล่อมให้ฝ่ายตนตกลงไม่ดำเนินคดีกับฝ่ายผู้ปกครองของนักเรียนชายทั้ง5 คน เนื่องจากเกรงว่าโรงเรียนจะเสื่อมเสียชื่อเสียง

ด้าน มารดา ด.ญ. มิลค์ กล่าวว่า นักเรียนชาย กระทำการ โดยไม่เกรงกลัวอาจารย์ และเพื่อนนักเรียนที่อยู่ในห้องกว่า 30 คน โดยคาดว่าทั้ง 5 คน อาจจะคูคลิปโป๊จนเกิดอารมณ์ทางเพศและเห็นว่าลูกสาวตัวเล็กที่สุดในห้องคงจะไม่มีเรี่ยวแรงและไม่กล้าขัดขืนจึงกล้าก่อเหตุขึ้นดังกล่าวต่อมาวันที่28 ต.ค. ทางโรงเรียน ได้นัดผู้ปกครองทั้ง 2 ฝ่ายไปเจรจากัน โดยตนไม่รู้ว่าทางโรงเรียนได้เตรียมข้อบันทึกตกลงที่มีข้อความระบุว่านักเรียนชายทั้ง 5 คน ให้การรับสารภาพ และฝ่ายนักเรียนชายพร้อมผู้ปกครองทั้ง 5ครอบครัวจะนำพวงมาลัยดอกไม้มากราบขอขมากับตนแลกกับการไม่ดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา

ส่วนทางโรงเรียนจะทำการหักคะแนนความประพฤตินักเรียนชายทั้ง 5 คนคนละ 35 คะแนน พร้อมทำทัณฑ์บนหากมีการกระทำความผิดเพิ่มเติมโรงเรียนจะดำเนินการย้ายสถานศึกษาโดยน.ส.มิ้ง พี่สาว ถูกกดคัน จนต้องเซ็นชื่อรับทราบเรื่องดังกล่าวด้วยโดยในบันทึกข้อความดังกล่าวมีผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นพยานเซ็นรับทราบข้อความทั้งหมด
ตนสงสารลูกสาวมาก ทุกคนทำเหมือนลูกสาวไม่ใช่คน แค่ดอกไม้มาขอขมาแล้วจบกลัวว่าจะเสียชื่อเสียงของโรงเรียนตนจึงตัดสินใจมาขอให้มูลนิธิปวีณาฯช่วยพาเข้าแจ้งความ ขอความเป็นธรรมเพื่อจะได้ไม่เกิดเรื่องเลวร้ายกับนักเรียนหญิงคนอื่นอีก

นางปวีณา กล่าวว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ของสังคมบ้านเราในปัจจุบันดังนั้นจำเป็นที่จะต้องมีมาตราการป้องกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ไม่ใช่ปกปิดปัญหาก็จะไม่จบ โดยทางโรงเรียนจะต้องรายงานไปยังกระทรวงศึกษาธิการให้ลงมาแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีกและในวันนี้ได้ประสานไปยัง ผู้แทน กระทรวงศึกษา ดร.ชนะ สุ่มมาตย์ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน สพฐ.เพื่อให้ด.ญ.มิลค์ และผู้ปกครอง เข้าพบรับทราบเรื่องและตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวเพื่อแก้ปัญหาและป้องกันเหตุการล่วงละเมิดทางเพศเด็กในโรงเรียน

ด้าน พ.ต.อ.เฉลิมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเรื่องของเยาวชน ซึ่งจะต้องประสานนักจิตวิทยา สหวิชาชีพ ร่วมสอบสวนเด็กทั้งหม ดส่งผู้เสียหายไปตรวจร่างกาย และเชิญตัวผู้ปกครองของทั้ง2ฝ่ายมาสอบสวน ส่วนเอกสารที่ทางโรงเรียนให้พี่สาวของด.ญ.ผู้เสียหายเซ็นนั้นก็เป็นหลักฐานที่สำคัญในการรรับสารภาพรับว่ามีเหตุการนั้นได้เกิดขึ้นจริงอีกด้วย - สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...