โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เทียบฟอร์ม ‘ 3 หุ้นวัสดุก่อสร้าง’ HMPRO – DOHOME – GLOBAL

The Bangkok Insight

อัพเดต 10 พ.ค. 2564 เวลา 02.58 น. • เผยแพร่ 10 พ.ค. 2564 เวลา 02.53 น. • The Bangkok Insight

เทียบฟอร์ม 3 หุ้นวัสดุก่อสร้าง HMPRO - DOHOME - GLOBAL  ยังเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างมีพื้นฐานมั่นคงอยู่ ปัจจุบันหุ้นกลุ่มวัสดุก่อสร้างมีส่วนแบ่ง Market Cap. ในตลาดหุ้นไทยประมาณ 18%

จะเห็นว่าช่วงนี้กระแสการลงทุนในหุ้นวัฏจักรเริ่มกลับมาอีกครั้ง เพราะทิศทางเศรษฐกิจที่ดูจะเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น ขณะเดียวกันการประกาศตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของเดือนเมษายน ก็พลิกกลับมาเป็นบวกในรอบ 14 เดือนนับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 ขยายตัวอยู่ที่ 3.41% ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่บอกว่ากำลังซื้อคนในประเทศเริ่มกลับมาแล้ว

หุ้นกลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจตอนนี้ก็คือ "กลุ่มวัสดุก่อสร้างและซ่อมแซมบ้าน" เนื่องจากจะได้รับประโยชน์จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และยังเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างมีพื้นฐานมั่นคงอยู่แล้ว ปัจจุบันหุ้นกลุ่มวัสดุก่อสร้างมีส่วนแบ่ง Market Cap. ในตลาดหุ้นไทยประมาณ 18%

วันนี้เลยอยากจะพาเทียบฟอร์มโครงสร้างรายได้ 3 หุ้นวัสดุก่อสร้างใน Segment ค้าปลีก โดยมีด้วยกัน 3 หุ้นใหญ่ที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันดี ได้แก่ HMPRO บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน), DOHOME บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) และ GLOBAL บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)

โครงสร้างรายได้ของธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง มาจากสองส่วนหลักๆ คือ รายได้การบริการซ่อมแซม และรายได้จากการขายสินค้า ทั้งนี้ในพาร์ทของการขายสินค้าก็ยังแยกย่อยได้เป็นสินค้าของแบรนด์อื่นที่บริษัทรับมาขายต่ออีกที ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องการความน่าเชื่อถือจากผู้บริโภค

ส่วนอีกประเภทจะเป็นสินค้า House Brand ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่บริษัทเป็นผู้ผลิตเอง และสินค้า House Brand สามารถทำมาร์จินได้สูงกว่า โดยให้อัตรากำไรขั้นต้นราว 30 - 35% มากกว่าสินค้าทั่วไปที่อยู่ประมาณ 15% เท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นความยากของสินค้า House Brand คือการทำการตลาดนั่นเอง

ลองมาดูกันว่า HMPRO, DOHOME และ GLOBAL มีสัดส่วนรายได้จากสินค้า House Brand และสินค้าทั่วไป เป็นอย่างไรบ้าง
- GLOBAL : สินค้า House Brand 20% สินค้าทั่วไป 80%
- HMPRO : สินค้า House Brand 19.5% สินค้าทั่วไป 80.5%
- DOHOME : สินค้า House Brand 16.5% สินค้าทั่วไป 83.5%

จะเห็นว่าจากสัดส่วนการขายสินค้า House Brand ค่อนข้างสอดคล้องกับอัตรากำไรที่แต่ละบริษัททำได้ทีเดียว นั่นเพราะว่า HMPRO และ HMPRO มีอัตรากำไรที่สูงกว่า DOHOME แบบชัดเจนจากสัดส่วนสินค้า House Brand ที่มากกว่า

- HMPRO อัตรากำไรขั้นต้น 25.45% อัตรากำไรสุทธิ 8.35%
- GLOBAL อัตรากำไรขั้นต้น 23.76% อัตรากำไรสุทธิ 7.14%
- DOHOME อัตรากำไรขั้นต้น 15.22% อัตรากำไรสุทธิ 3.84%

เกมการแข่งขันในการพัฒนาสินค้า House Brand ของตัวเองให้เป็นที่ยอมรับของตลาดและผู้บริโภค ดูจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะมาผลักดันการเติบโตด้านรายได้ และกำไรของธุรกิจขายสินค้าวัสดุก่อสร้างในปัจจุบันเลยก็ว่าได้ เพราะเราเห็นโมเดลความสำเร็จมาแล้วจากแบรนด์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ อาทิ IKEA และ Index Living Mall

อย่างไรก็ดี ยังมีอีกปัจจัยหนึ่งก็คือการสร้างการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (Same Store Sales Growth : SSSG) เพราะในช่วงนี้อาจจะไม่ใช่เวลาที่เหมาะแก่การขยายสาขาใหม่เท่าไหร่นัก ดังนั้น สิ่งที่จะตัดสินว่าใครมีความสามารถแข่งกันได้ดีกว่ากัน คงหนีไม่พ้นการต่อยอดของที่ตัวเองมีอยู่ให้ดีขึ้นนั่นเอง ซึ่งเมื่อผลประกอบการไตรมาสแรกของปีนี้ออกมา เราคงได้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นของ HMPRO, DOHOME และ GLOBAL

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...