โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกม

บทความ 5 นวัตกรรมจอยเกม นินเทนโดที่ถูกค่ายอื่นเลียนแบบ

BT Beartai

อัพเดต 11 พ.ค. 2564 เวลา 07.48 น. • เผยแพร่ 11 พ.ค. 2564 เวลา 07.47 น.
บทความ 5 นวัตกรรมจอยเกม นินเทนโดที่ถูกค่ายอื่นเลียนแบบ

สำหรับคนทั่วไปหากจะพูดถึง “นินเทนโด” ถือว่าเป็นค่ายเกมที่เน้นหนักด้านสร้างนวัตกรรม หรือลูกเล่นแปลก ๆ ในการเล่นเกมมากกว่าจะเน้นที่กราฟิกสวยงามหรือสร้างเกมตามกระแสโลกมาตลอดตั้งแต่อดีต ซึ่งทำให้วงการเกมมีอะไรสดใหม่มาตลอดกว่า 40 ปีที่ปู่นินเข้ามาทำตลาดวีดีโอเกม และเป็นแนวทางให้ค่ายอื่นเอาไปเลียนแบบ หรือที่เรียกว่าเอาไปเป็นแรงบันดาลใจมาตลอด

และแน่นอนว่าหากคุณเล่นเกมมายาวนานจะรู้ว่าสิ่งที่นินเทนโดทำมาตลอด มีอยู่ในเกมคอนโซลอื่นแทบจะทุกยุคทุกสมัย วันนี้ทาง Beartai ได้รวมเอา นวัตกรรมของค่ายนินเทนโดที่ถูกค่ายอื่นเอาไปเป็นต้นแบบ ที่ส่วนมากจะเป็นตัวควบคุมหรือคอนโทรลเลอร์ ที่เชื่อว่าเวลาปู่นินเปิดตัวเครื่องเกมใหม่แฟนทั่วโลกจะสนใจตัวจอยเกมมากกว่าตัวคอนโซลด้วยซ้ำ เพราะพักหลังนินเทนโดไม่สนใจสเปกหรือความแรงของเครื่อง แต่เน้นที่นวัตกรรมที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้เล่นมากกว่า จะมีอะไรบ้างไปดูกัน แต่บอกไว้ก่อนว่าบางลูกเล่นนินเทนโดไม่ได้คิดคนแรกแต่ปู่นินเอามาใช้จนประสบความสำเร็จและเป็นแนวทางให้ค่ายอื่นเอาไปเป็นต้นแบบด้วย

D-Pad ตัวควบคุมทิศทางในตำนาน

สำหรับการควบคุมหลักของเกม ปุ่มทิศทางรูปกากบาท หรือที่เรียกว่า D-pad เป็นจุดสำคัญและใครจะรู้บ้างว่าต้นแบบมันไม่ได้อยู่บนเครื่องเกมคอนโซลแต่อยู่บนเครื่องพกพาอย่าง Game & Watch (เกมกด) ของนินเทนโด โดยมันเป็นผลงานของ Gunpei Yokoi ผู้ล่วงลับ บิดาแห่ง Game Boy ที่เป็นการใส่ปุ่มบังคับทิศทางที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยใช้ใน Game & Watch รุ่นที่มีสองหน้าจอ วางขายช่วงต้นยุค 80s

และหลังจากนั้นนินเทนโดมีการสานต่อความสำเร็จนำไปใช้งานบนจอย Famicom ที่เชื่อว่าแฟน ๆ ทั่วโลกจะคุ้นเคยกันดี เพราะความเรียบง่ายในการออกแบบ และสามารถบังคับได้ง่ายดายโดยจะบังคับตัวละครให้เคลื่อนไหวได้ 4 ทิศทาง และเหมาะมากในการควบคุมเกมที่มีความซับซ้อนขึ้น (ในตอนนั้น) เช่นเกม 2D แบบ Mario ที่ต้องใช้การบังคับที่ละเอียดมากขึ้น

และการมาของ D-Pad ทำให้จอยคอนโซลเปลี่ยนรูปร่างไปจากยุคแรกจอยเกมจะเป็นการเล่นในแนวตั้ง มาเป็นแนวนอนที่สามารถใส่ปุ่มกดเข้าไปได้ซับซ้อนมากขึ้น เล่นปุ่ม A B SELECT และ Start และเป็นแนวทางที่เปลี่ยนวงการเกมไปจนถึงปัจจุบัน ที่มีมากกว่า 50 เครื่องเกมที่ใช้ปุ่ม D-pad ในรูปแบบกากบาท แม้ว่าจะมีความแตกต่างในส่วนของรูปร่างหน้าตาและเทคโนโลยีภายใน แต่โดยพื้นฐานมันก็เหมือนกับต้นกำเนิดที่นินเทนโดใช้เป็นแนวทาง และในปัจจุบันคุณสามารถเห็นได้บนทุกเครื่องเกมคอนโซลที่วางขาย แม้แต่บนสมาร์ตโฟนที่ใช้หน้าจอสัมผัสก็มีการใช้ปุ่มจำลองรูปกากบาทมาใช้งานด้วย ซึ่งต้องขอบคุณ Gunpei Yokoi ที่คิดค้นนวัตกรรมนี้ขึ้นมา

การเรียงปุ่มแนวเฉียงและปุ่ม L R

เชื่อหรือไม่ว่าแค่การเรียงปุ่มกดก็เป็นนวัตกรรมสำคัญได้ โดยในยุคก่อนการเรียงปุ่มจะเป็นแนวนอนแบบง่าย ๆ แต่พอการเล่นเริ่มซับซ้อนมากขึ้นทำให้จำนวนปุ่มมากขึ้นกว่าเดิม แต่หากจะเรียงแนวนอนไปเรื่อย ๆ จะกดยากมากทำให้นินเทนโดได้คิดค้นการเรียงแบบเฉียงบนจอย Super Famicom ที่วางขายในปี 1990 ที่เหมือนเป็นการปฏิวัติการเล่น เพราะเราสามารถกดได้รวดเร็วเช่นการบังคับตัวละครแล้วสามารถกดเข้าเมนูได้ทันที และยังเสริมให้เพิ่มแอ็กชันใหม่เข้าไปเช่นการกระโดดหมุนตัวของมาริโอ และเพิ่มปุ่มให้แนวเกมที่ซับซ้อนมากขึ้นกว่าเดิมเช่นแนวต่อสู้ที่ต้องใช้ปุ่มจำนวนมาก

นอกจากนี้บนจอย Super Famicom ยังเพิ่มปุ่มด้านบนของตัวจอยที่เรียกว่าปุ่ม L และ R เข้ามาเสริมด้วย เพราะทางนินเทนโดคิดว่าปรกติแล้วนิ้วชี้ของเราจะวางตำแหน่งด้านบนของจอยอยู่แล้ว ดังนั้นหากใส่ปุ่มเพิ่มเข้าไปจะสามารถทำให้ผู้เล่นมีทางเลือกในการใช้งานมากขึ้น ถือว่าเป็นไอเดียที่ดีเพราะเชื่อหรือไม่ว่ามันเป็นจุดกำเนิดของปุ่มทริกเกอร์ควบคุมการยิงของจอยในปัจจุบันเลยแน่นอนว่าหลังจากนินเทนโด จัดเรียงปุ่มและเพิ่มของใหม่เข้าไปทำให้หลังจากนั้นทุกค่ายก็ทำตามหมด และการเรียงปุ่มแนวเฉียง 4 ปุ่มและปุ่ม L R ก็กลายเป็นมาตรฐานการสร้างจอยเกมคอนโซลจนถึงทุกวันนี้

แกนอนาล็อก และปุ่มทริกเกอร์

นวัตกรรม ของนินเทนโดยังคงมาต่อเนื่อง ในช่วงกลางยุค 90 ที่เกมสามมิติแท้ ๆ เริ่มเป็นที่นิยมทำให้ปู่นินต้องคิดต้นการควบคุมบังคับเพื่อรองรับโลกของเกมที่มีหลายมิติมากขึ้น และทำให้คอนโซล Nintendo 64 (N64) ที่วางขายในปี 1996 มีการใส่แกนอนาล็อกเข้ามาและยังไม่ธรรมดาเพราะจอย N64 ใส่ไว้ตรงกลางที่จอยเกมมีรูปแบบสามง่ามเหมือนกับหอกกลับหัว ที่ออกแบบมาให้ใช้ได้ทั้งแบบ D-Pad เพื่อเล่นเกม 2D และจับตรงแกนอนาล็อกเพื่อเล่นเกม 3D ถือว่าเป็นการออกแบบที่ฉลาด และทำให้ผู้สร้างและแฟนเกมปรับตัวเข้าสู่โลกสามมิติได้สมบูรณ์ต่างจากคอนโซลอื่นที่ตอนเปิดตัวยังใช้แต่ปุ่ม D-Pad อย่างเดียวทำให้ควบคุมเกม 3D แท้ ๆ ได้ไม่ถนัดเท่า N64

นอกจากนี้บนจอย Nintendo 64 ยังมาพร้อมกับปุ่ม Z ที่อยู่ด้านหลังที่มีลักษณะเหมือนไกปืน หรือที่ทุกวันนี้จะเป็นปุ่ม L2 R2 บน Playstation หรือ RT หรือ LT บน XBox ที่เหมาะมากสำหรับการใช้เล็งยิง (แม้ PlayStation 1 จะมีปุ่ม L,R มาก่อน แต่ก็ไม่เหมือนปุ่ม Z ของ Nintendo 64) เพราะการจับทำได้ถนัดมือเพราะเหมือนเราได้จับปืนแล้วเล็งยิงจริง ๆ แม้ว่าจะมาเพียงแค่ปุ่มเดียว แต่หลังจากนั้นค่ายเกมอื่นก็เอาไปใช้งานกันถือว่าเป็นสิ่งที่นวัตกรรมสำคัญมาก จริงอยู่ว่ามีหลายค่ายพยายามใช้ปุ่มด้านบนของเครื่องเพิ่มเช่น R2 L2 ของ PS1 ที่ใช้แทนปุ่มเล็งยิงได้แต่หากคุณเคยเป็นเจ้าของ N64 จะรู้ว่านินเทนโดออกแบบปุ่ม Z ออกมาได้ดีงามมากและเกิดมาเพื่อเรียกว่าปุ่มทริกเกอร์อย่างแท้จริง

ระบบจับการเคลื่อนไหว

หากใครจำได้ในปี 2006 ท่ามกลางสงครามคอนโซลที่ตอนแรกแฟนเกมจะโฟกัสไปที่ PS3 กับ Xbox360 ที่มาพร้อมกับกราฟิกระดับ HD ที่สวยงาม แต่นินเทนโดกลับคิดต่างกับการเปิดตัว Wii ที่มีสเปกพอ ๆ กับ PS2 และไม่รองรับกราฟิกแบบ HD แต่มาพร้อมกับลูกเล่นจอยจับการเคลื่อนไหวนาม Wii Mote ที่เป็นไอเดียจากคุณ Satoru Iwata อดีตประธานนินเทนโดผู้ล่วงลับ ที่มีแนวคิดจาก รีโมททีวี มาสู่จอยที่ใช้ระบบโมชั่นที่มีรูปร่างเป็นแท่ง และมีปุ่มกดเท่าที่จำเป็นเช่น D-Pad หรือปุ่มทริกเกอร์ที่ด้านหลังไว้เล็งยิง นอกจากนี้ยังเสริมด้วยจอย Nunchuk ที่เป็นที่อยู่ของแกนอนาล็อกที่ก็มีระบบจับการเคลื่อนไหวเช่นกัน

โดยหลังจากวางขายพร้อมกับ Wii Sports ถือว่าสร้างสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ให้กับวงการเกม เพราะทุกสายตาต่างจับจ้องและสนใจกับการบังคับรูปแบบใหม่ที่ทำให้การเล่นเกมสมจริงไม่ว่าจะเป็นเกมกีฬาที่เหมือนกับว่าเราได้ออกกำลังกายจริง ๆ และยังสามารถใช้ได้กับรูปแบบการเล่นทุกแนว และหลังจากเปิดตัวก็ขายดีแบบถล่มทลายแน่นอนว่าหลังจากนั้นก็มีคนเดินรอยตาม ทั้ง Sony กับจอย PS Move และไมโครซอฟท์ที่แม้ไม่ได้เลียนแบบตรง ๆ แต่ก็ออกตัวกล้อง kinect ที่จับการเคลื่อนไหวผู้เล่นได้ทั้งตัวออกวางขาย ส่วนทุกวันนี้ DNA ของระบบจับการเคลื่อนไหวก็ยังคงอยู่ใน Joy-con ของ Nintendo Switch ส่วนจอย PS Move ก็ยังคงใช้งานร่วมกับแว่น PSVR อยู่เรียกว่าเป็นอีกนวัตกรรมที่เปิดโลกใหม่ให้วงการเกมได้อีกครั้ง

คอนโซลลูกผสม

แน่นอนว่านวัตกรรมล่าสุดของปู่นินที่กำลังขายดีต่อเนื่องตอนนี้คือ Nintendo Switch คอนโซลลูกผสมที่สามารถต่อทีวีได้ และถอดออกไปเป็นเครื่องเกมพกพาได้ด้วย ที่ความจริงอาจจะไม่ใช่ของใหม่แต่การนำเสนอที่เยี่ยมยอด และลูกเล่นที่มากกว่าแค่ต่อทีวีแล้วพกพาไปเล่นนอกบ้าน ทำให้หลังจากเปิดตัววางขายในปี 2017 มันก็ทำยอดขายมากมายจนตอนนี้เกิน 84 ล้านเครื่องไปแล้ว โดยนอกจากการเป็นคอนโซลลูกผสมแล้ว Nintendo Switch ยังมาพร้อมกับการถอดเอาจอยเกมไปเล่นในโหมด แท็บเล็ตแบบวางตั้งโต๊ะได้ด้วย เรียกว่าไม่ต้องมีทีวีและอยากเล่นแบบไหนมันก็ตอบโจทย์หมด

ส่วน Joy-con ก็คือการเอาความดีงามของนินเทนโดในอดีตมารวมกันไม่ว่าจะเป็นแกนอนาล็อก ปุ่มกดแบบเรียงแนวเฉียง ระบบจับการเคลื่อนไหวก็ใส่เข้ามาขาดแค่ D-pad แต่ก็ชดเชยด้วยการที่เราสามารถใช้ Joy-con แค่ข้างเดียวก็สามารถเล่นเกมได้ ทำให้สามารถถอดเอาอีกอันแบ่งให้เพื่อนเล่นได้

แน่นอนว่าลูกแล่นดีงามและทำยอดขายถล่มทลายทำให้มีหลายค่ายพยายามเลียนแบบ แต่ไม่ได้มาจากคู่แข่งโดยตรงอย่าง Sony และ ไมโครซอฟท์ แต่มาจากหลายผู้ผลิตอุปกรณ์ที่ใช้เล่นเกมบน พีซี เช่นตัวต้นแบบของ Alienware ที่ยังไม่ได้ถูกสร้างออกมาขายจริง หรือสมาร์ตโฟนเองที่มีการออกจอยต่อเสริมที่เหมือนถอดแบบมาจาก Nintendo Switch แบบชัด ๆ ไม่อ้อมค้อม และเชื่อว่าในอนาคตจะมีการสร้างออกมาอีกเพียบ เพราะ Switch ยังคงอยู่ในกระแสแม้ว่ามันจะวางขายมามากกว่า 4 ปีแล้วก็ตาม ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสุดนวัตกรรมของปู่นินที่สร้างไว้ให้เป็นแนวทางอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...