โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พลิกโฉม ‘เวทีลุมพินี’ ทบ.ลุยล้างพนัน พิสูจน์วงการมวย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 17 มี.ค. 2564 เวลา 04.57 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. 2564 เวลา 04.57 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนเขย่าวงการมวยไทยในช่วงตลอดเดือนที่ผ่านมา เมื่อกองทัพบกซึ่งเป็นเจ้าของเวทีมวยมาตรฐานลุมพินีมีแผนปฏิบัติการ “เวทีมวยมาตรฐานลุมพินี” มี 2 ระลอกล่าสุด…

เรื่องดังกล่าวคนวงการมวยไทยสนใจอย่างมากเพราะเวทีมวยลุมพินีเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของมวยไทยมายาวนาน ทั้งในแง่ของการสืบสานอนุรักษ์มวยไทย และในแง่ของสถานที่การเล่นพนันมวยถูกต้องตามกฎหมาย

ระลอกแรก “บิ๊กบี้” พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ประกาศนโยบายปฏิรูปล้างพนันในค่ายทหาร ทั้งสนามม้า สนามมวย สั่งยกเลิก 2 สนามมวยไทย ค่ายอดิศร จ.สระบุรี และค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา รวมถึงปิดสนามม้าค่ายสุรนารี โคราช ยกเลิกแข่งม้า รวมไปถึงสนามกอล์ฟของกองทัพบกทั้งหมดให้เป็นธุรกิจเชิงพาณิชย์ เอกชนเข้ามาดำเนินการ และส่งรายได้เข้ากรมธนารักษ์

เหตุผลสำคัญคือต้องการกวาดล้างการพนัน และกลุ่มมาเฟีย โดยวางแผนจะพัฒนาให้เป็นศูนย์พัฒนากีฬาที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน เช่น สวนสาธารณะใช้เป็นที่ออกกำลังกาย

“บิ๊กติ่ง” พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก ขยายความว่า กรอบของแผนการปฏิรูปกองทัพบกในระยะ 3 ปี เพื่อปรับแนวทางให้เป็นกองทัพที่ทันสมัยตอบโจทย์ภัยคุกคามและตอบสนองนโยบายรัฐบาล ตั้งแต่ห้วงวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ถึงวันที่ 30 กันายน 2566 โดยในปี 2564 มุ่งจัดระเบียบกำหนดแผนงานให้ชัดเจน จากนั้นปี 2565 มุ่งเน้นตามแผนงาน และหลักการเพื่อปฏิรูปกองทัพในทุกมิติ และปี 2566 นำผลการปฏิบัติสู่การปรับปรุงแก้ไข “บิ๊กบี้” ไม่ต้องการให้ทหารเข้าไปเกี่ยวข้องกับการพนันและกลุ่มมาเฟียอีกต่อไป

ทันทีที่มีประกาศออกมา คนวงการมวยไทยต่างเสียขวัญอย่างมากเพราะเวทีมวยลุมพินี เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่คนวงการมวยใช้ทำมาหากินเลี้ยงปาก เลี้ยงท้องทั้งของตัวเอง และครอบครัว มาอย่างยาวนาน

แรงกระเพื่อมดังกล่าวคนวงการมวยไทยต่างออกมาค้าน หวังเปลี่ยนใจไม่ให้ “ยุบ” เวทีมวยลุมพินี

ไม่นานนัก กองทัพบกออกมาชี้แจงว่า กองทัพบกจะไม่ “ยุบ” สนามมวยลุมพินี แต่จะมีแผนพัฒนายกระดับเวทีมวยลุมพินีเพื่อให้บริการแก่ประชาชนอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงจะเดินหน้ากวาดล้างเรื่องการพนันอย่างเต็มตัว

จึงเป็นที่มาของการประกาศระลอกที่ 2 ของกองทัพบก ที่ประกาศรีแบรนด์ “สนามมวยลุมพินี” ไม่ขายตั๋วให้คนไทยเข้าชม แต่จะขายให้เฉพาะชาวต่างชาติ

ผบ.ทบ.มีแนวคิดว่า ให้เปลี่ยนชื่อสนามมวยลุมพินีเป็น “มวยไทยลุมพินี” เพื่อเป็นการอนุรักษ์ไว้ ขณะเดียวกันต้องตามวัตถุประสงค์การส่งเสริมกีฬามวยไทยและรักษาวัฒนธรรมไว้ จะไม่ให้มีการขายตั๋ว ไม่ให้มีกิจกรรมเชิงอบายมุข และใช้วิธีถ่ายทอดสด ตามมาตรการของ ศบค. โดยในอนาคตหลังจบสถานการณ์โควิด-19 จะเปิดขายบัตรให้เฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว และให้เรียนรู้ศิลปะมวยไทย

หากกองทัพบกเดินหน้าจนเป็นรูปธรรมได้จริง สังคมมวยลุมพินีจะไม่มีการพนัน

ทั้งนี้ การพนันมวย วงเงินพนันเฉลี่ยต่อนัดจะมากน้อยจะขึ้นอยู่กับรายการมวยว่าจัดสูสีมากน้อยแค่ไหน โปรโมเตอร์ผู้จัดน่าเชื่อถือเพียงใด เช่น ศึกมวยไทยนัดใหญ่ จะเล่นพนันแบบได้เสียคู่ละเป็นล้านบาท และคู่มวยที่ชกระดับไหน เป็นต้น

ส่วนสนามมวยต่างจังหวัดเล่นพนันเฉลี่ยต่อรายการ 300,000-1,200,000 บาท คนเข้าสนามมวยจะมาเล่นการพนันในสัดส่วน 90:10 คือเล่นพนัน 90% ไม่เล่น 10% และเล่นพนันมวย 5 ยก เซียนมวยและนักการพนันมักจะเป็นกลุ่มเดียวกันทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค มีพฤติกรรมเดินสายเพื่อเล่น การพนันในสนามมวย และสนามม้า

ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ประเมินไว้ว่า วงเงินการพนันมวยไทยมีมูลค่าประมาณ 14,420 ล้านบาท เมื่อปี 2558 งานวิจิยยังระบุว่า การพนันมวยไทยถูกกฎหมาย จากการประเมินของผู้วิจัย ด้วยเหตุผลและเงื่อนไขข้างต้น วงเงินการพนันมวยไทยในส่วนนี้ จะมีมูลค่าประมาณ 13,152-14,448 ล้านบาทต่อปี

สำหรับประเด็นขายตั๋วให้เฉพาะชาวต่างชาติ ปรากฏว่าบรรดาเซียนมวยต่างไม่เห็นด้วย

นายสมศักดิ์ แสนยากร อายุ 73 ปี ผู้คร่ำหวดวงการมวยไทยกล่าวว่า ยอมรับว่ารู้สึกใจหาย เพราะชีวิตค่อนชีวิตอยู่กับมวย มีชื่อเสียงก็จากมวย

“ผมมองว่าคนที่เข้ามาบริหารจัดการอาจจะยังไม่เข้าใจ อยากฝากวิงวอนกองทัพบกอยากให้มีมุมมองกับวงการมวยใหม่ อยากให้มองรอบๆ ด้าน” นายสมศักดิ์กล่าว

“มิตร นคร” นายสุเมธ ซื่อสัตตบงกช โปรโมเตอร์ศึกวันมิตรชัย เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วย เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง การที่จะไปเน้นให้ชาวต่างชาติเข้ามาชมมวยในสนามได้ แล้วไม่ให้คนไทยเข้าไปชม เวลาที่ชาวมวยเข้ามาในสนามมีทั้งเข้ามาชมเพื่อความบันเทิง เข้ามาพูดคุยธุรกิจ ไม่ได้เข้ามาเพื่อเล่นการพนันอย่างเดียว เวทีมวยก็เป็นเวทีที่สร้างอาชีพให้กับนักมวย บางคนชกมวยเพื่อเลี้ยงชีพ บางคนชกมวยเพื่อส่งตัวเองเรียนหนังสือ การไปห้ามคนไทยเข้าดูที่สนาม ในอนาคตจะทำให้นักมวยลำบากเพราะไม่มีรายได้ โปรโมเตอร์จัดมวยก็ขาดรายได้ จะหารายได้จากชาวต่างชาติอย่างเดียวก็คงไม่พอ แล้วจะหาเงินจากไหนมาจ้างนักมวย ควรให้มีแฟนมวยชาวไทยเข้าชมต่อไป เพื่ออนุรักษ์มวยไทยไว้

นายหัวมิตรกล่าวต่อว่า นโยบายนี้ไม่ทำให้รุ่นลูก รุ่นหลานสนใจเรื่องมวย เท่ากับตัดความฝันนักมวยรุ่นใหม่ เพราะไม่มีเวทีชกจะทำให้อาชีพนักมวยค่อยๆ หายไป ตอนนี้คนในวงการมวยส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้

นโยบายไม่ขายตั๋วให้คนไทย ขายตั๋วให้เฉพาะชาวต่างชาติกำลังมีการวิพากษ์วิจารณ์

ต้องดูก้าวต่อไปว่านโยบายดังกล่าวจะประสบความสำเร็จหรือไม่

เรื่องนี้คนในวงการมวยไทยกำลังสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...