โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โทนี มอร์ริสัน กับคำถามว่า ดวงตาสีฟ้าสุดฟ้า งามอย่างไร

Sarakadee Lite

อัพเดต 23 มี.ค. 2564 เวลา 06.11 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. 2564 เวลา 06.11 น. • อชิตพนธิ์ เพียรสุขประเสริฐ

โทนี มอร์ริสัน (Toni Morrison) นักเขียนหญิงผิวดำคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม (Nobel Prize for Literature) ปี 1993 พร้อมทั้งก่อนหน้าที่ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ (Pulitzer Prize) ปี 1987 จากนวนิยายเรื่อง Beloved ที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะผู้เขียนนวนิยายที่มีประเด็นผู้หญิง สีผิว และการพินิจชีวิตตัวละครอย่างมีมิติชวนค้นคิด ที่นอกจากเนื้อหาอันลุ่มลึกยังมาพร้อมวิธีการเขียนและรูปแบบการเล่าที่แพรวพราวไม่ว่าจะการจัดเรียงลำดับการเล่า การเขียนผสมกระแสสำนึก การเขียนฉากสัจนิยมมหัศจรรย์ การเขียนสร้างสรรค์ที่ขยายกรอบขอบเขตการสร้างงานวรรณกรรมออกไป

โทนี มอร์ริสัน

งามอย่างไร และทำไมต้อง “ดวงตาสีฟ้าสุดฟ้า”

“ไม่มีอะไรอื่นให้กล่าวถึงอีกจริงแท้-เว้นแต่คำว่า ทำไม แต่เนื่องจากการรับมือกับคำว่าทำไม นั้นยากนัก จึงต้องขอลี้หลบไปหาคำว่าอย่างไร”

นี่คือหนึ่งในประโยคที่นักอ่านหลายคนจดจำจากเรื่อง ดวงตาสีฟ้าสุดฟ้า (The Bluest Eye) โดย โทนี มอร์ริสัน ซึ่งโดดเด่นด้วยชั้นเชิงและวิธีเขียนชวนคิดอันช่วยเสริมความลุ่มลึกในการลำดับความคิดอ่านตั้งแต่ช่วงต้นเรื่องที่เปิดหนังสือเล่มนี้ เป็นประโยคสั้นแต่ชี้ให้เห็นว่าเมื่อจะเริ่มเข้าใจอะไรอาจต้องพินิจว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไรมากกว่าทำไมมันถึงเกิดขึ้น

The Bluest Eye หรือ ดวงตาสีฟ้าสุดฟ้า ในฉบับภาษาไทยแปลโดยจุฑามาศ แอนเนียน พิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Library House เรื่องนี้แม้จะเป็นนวนิยายเรื่องแรกของ มอร์ริสัน แต่ก็เปิดตัวมาพร้อมกับวิธีการเขียนชวนพินิจพิจารณารายละเอียดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชีวิตประจำวันของคนชนชั้นล่างที่แสนลำบากและมีผลกระทบโดยตรงต่อความสัมพันธ์ของครอบครัวอย่างเป็นเหตุเป็นผลกันหรือจะเป็นความน่าสนใจของวิธีการเล่าที่เริ่มจากจุดเล็ก ๆ ของชีวิตเพื่อขยายไปสู่การบรรยายชวนสังเกตไม่ว่าจะประเด็นผู้หญิงกับสังคม คนผิวสีกับคนผิวขาว ความรวยกับความจน เรื่องเหล่านี้มักถูกเล่าผ่านสิ่งของ บรรยากาศ รวมทั้งการบรรยายความคิดของตัวละครเช่นในเรื่อง ดวงตาสีฟ้าสุดฟ้า มีฉากที่ตัวละครเด็กหญิงในเรื่องกำลังพินิจอยู่กับการได้มาของตุ๊กตาทารกดวงตาสีฟ้าว่าทำไมพ่อแม่ของเธอถึงให้ตุ๊กตาตัวนี้ด้วยความคิดว่าเธอจะปรารถนามันทั้งที่จริงแล้วตุ๊กตาที่มีตาสีฟ้านี้กอดก็ไม่นุ่มแถมดูจะใช้งานอะไรไม่ได้นอกจากแยกชิ้นส่วนของมันออกเป็นชิ้น ๆ

“โลกทั้งโลกเห็นพ้องกันว่าตุ๊กตาผิวสีชมพู ผมเหลือง ตาสีฟ้า เป็นสิ่งที่เด็กผู้หญิงทุกคนเห็นว่ามีค่าอย่างยิ่ง ‘นี่ไง’พวกนั้นว่า นี่แหละคือสิ่งที่สวยงาม”

ประโยคดังกล่าวทิ้งคำถามสำคัญไว้ว่าอะไรที่เป็นจุดเริ่มการผลิตซ้ำคุณค่าทางสังคมอันเป็นปัญหาของสีผิว นิยามความงาม และบทบาทหน้าที่ เพราะท้ายที่สุดแล้วเด็กหญิงคนนี้ตั้งคำถามว่าทำไมพ่อแม่ไม่พูดคุยถามไถ่เธอแต่เลือกตุ๊กตาที่ต่างจากเธอมาก ๆ ตัวนี้มา และพ่อแม่ของเธอหรือผู้สร้างผู้ซื้อตุ๊กตาที่คิดว่าสวยนี้ คิด “อย่างไร” กันถึงนิยามความงาม คุณค่า ให้เด็กจดจำว่าอะไรคือความงามของสังคม และการเห็นพ้องของมติทางความงามเกิดขึ้นจากอะไร

ในนิยายเล่มนี้เราจะได้เห็นเด็กผู้หญิงสามคนที่ผจญกับความคิดและความฝันอันมาจากสิ่งของ เหตุการณ์ที่สนับสนุนความงาม คุณค่าแบบคนขาวจนมีเด็กหญิงบางคนพบกับความผิดหวังจากการไล่ตามหา ตาสีฟ้า มาประดับร่างตนจากการถูกปลูกฝังมาว่ามันงามและทรงค่า โศกนาฏกรรมครั้งนี้กระตุกเตือนคนอ่านได้ดีถึงประเด็นใหญ่ที่ไม่อยู่เพียงกรอบเพศ กรอบสีผิว แต่ตั้งคำถามว่า ความปรารถนา ทำงานและมีคุณค่ามาจากอะไรและเกิดขึ้นได้อย่างไรและหากวันหนึ่งเราอยากมีตาสีฟ้าบ้าง นิยายเรื่องนี้จะตั้งคำถามขึ้นว่าเราคิดอย่างไรถึงอยากจะมี และมันงามอย่างไร

โทนี มอร์ริสัน

Fact file :

  • นวนิยาย ดวงตาสีฟ้าสุดฟ้า (The Bluest Eye) และ บีเลิฟด์ (Beloved) ของ โทนี มอร์ริสัน ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยและจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Library House

อ้างอิง

  • ดวงตาสีฟ้าสุดฟ้า. โทนี มอริสัน เขียน. จุฑามาศ แอนเนียน แปล. สำนักพิมพ์ Library House. 2563
  • นายคำ : ตำนานนักเขียนโลก. ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ เขียน. สำนักพิมพ์ อ่าน. 2560

The post โทนี มอร์ริสัน กับคำถามว่า ดวงตาสีฟ้าสุดฟ้า งามอย่างไร appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...