โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตำนานเหตุอัศจรรย์เมื่ออัญเชิญ “พระแสงขรรค์ชัยศรี” มาสู่ชื่อพระราชทานจากร. 1

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 04 พ.ย. 2562 เวลา 04.14 น. • เผยแพร่ 04 พ.ย. 2562 เวลา 04.12 น.
พระแสงขรรค์ชัยศรี (ภาพจากพิชญา สุ่มจินดา, ถอดรหัวพระจอมเกล้า, มติชน 2557)

พระแสงขรรค์ชัยศรีซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์สำคัญนั้น ตามประวัติกล่าวว่า เมื่อ พ.ศ. 2327 ชาวประมงเมืองเสียมราฐได้ทอดแหในทะเลสาบเขมร และได้พระแสงขรรค์นี้ขึ้นมา เห็นว่าเป็นของโบราณที่มีความประณีตงดงามมาก เกินกว่าจะเป็นของสามัญชน กรมการเมืองเสียมราฐจึงได้นําพระขรรค์นี้ไปมอบให้กับเจ้าพระยาอภัยภูเบศร (แบน) ผู้สําเร็จราชการเมืองพระตะบองและเสียมราฐ ในขณะนั้น ต่อมาเจ้าพระยาอภัยภูเบศรจึงได้นําขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

มีตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์อัศจรรย์ของพระแสงขรรค์ชัยศรีไว้ว่า เมื่อวันที่เชิญพระแสงขรรค์มายังพระบรมมหาราชวังนั้นได้เกิดพายุอย่างหนัก มีอสนีบาตหรือฟ้าผ่าลงที่ศาลาลูกขุนใน และกล่าวกันว่ามีอสนีบาตตกในพระนคร ตามเส้นทางที่อัญเชิญพระขรรค์มาถึง 7 แห่ง

แม้กระทั่งในพระบรมมหาราชวังก็เกิดอสนีบาตตกที่ประตูวิเศษชัยศรี และประตูพิมานชัยศรีขณะที่อัญเชิญพระแสงขรรค์ผ่านเข้าไป พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจึงพระราชทานนามพระแสงขรรค์องค์นี้ว่า “พระแสงขรรค์ชัยศรี” และเนื่องด้วย “เหตุอัศจรรย์” นี้ ประตูพระบรมมหาราชวังทั้ง 2 แห่งจึงมีสร้อยนามเหมือนพระแสงขรรค์ชัยศรี

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงพระกรุณาโปรด เกล้าฯ ให้ช่างหลวงทําด้ามและฝักของพระแสงขรรค์ชัยศรีขึ้นใหม่ ทําด้วยทองคําลงยาลายเทพนมประดับอัญมณี โคนพระแสงที่ต่อกับด้ามสลักเป็นรูปพระนารายณ์ ทรงครุฑคร่ำทอง พระแสงขรรค์องค์นี้เฉพาะส่วนที่เป็นองค์พระขรรค์ยาว 64.5 เซนติเมตร เมื่อประกอบด้ามแล้วยาว 89.9 เซนติเมตร หนัก 1,300 กรัม เมื่อสวมฝึกแล้วยาว 101 เซนติเมตร หนัก 1,900 กรัม

พระแสงขรรค์ชัยศรีจึงเป็นหนึ่งในเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์อันเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงพระราชอํานาจ ความกล้าหาญ และพระราชอาญาสิทธิ์ในการปกครองแผ่นดิน

ข้อมูลจาก

ผศ. ดร. พัสวีสิริ เปรมกุลนันท์ “เครื่องประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก”, เสวยราชสมบัติกษัตรา, สำนักพิมพ์ มติชน 2562

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 4 พฤษภาคม 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...