โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปรมชัย กรรณสูต สตอรี่ธุรกิจอิตาเลียนไทย ส่งต่อทายาทคุมอาณาจักร 6 แสนล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 03 พ.ค. 2562 เวลา 14.00 น.

ยักษ์ใหญ่ “บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์” รับเหมาก่อสร้างเบอร์หนึ่งของประเทศไทยใต้ปีก “ตระกูลกรรณสูต” มี “เปรมชัย กรรณสูต” เป็นผู้กุมบังเหียนในปัจจุบัน

จากมรสุม “คดีเสือดำ” แม้จะไม่ทำให้อาณาจักรที่ก่อตั้งมา 60 ปีมีทรัพย์สินร่วมแสนล้านสั่นคลอน เพราะยังมีงานใหญ่เข้ามาในมือไม่ขาดสาย แต่ก็บั่นทอนความเชื่อมั่นจากสังคมไปบ้างไม่มากก็น้อย

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “เปรมชัย” บอสใหญ่อิตาเลียนไทยฯ วัย 65 ปี ในวันที่ปรากฏตัวเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นบริษัท เพื่อทำหน้าที่รายงานผลการดำเนินงานปี 2561 ท่ามกลางที่มีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมบางตา

Q : ภาพรวมของอิตาเลียนไทยฯในปัจจุบัน

ยังมีงานเข้ามาอย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้นทุกปี อย่างน้อยปีละ 10% ปัจจุบันมีงานในมือในประเทศและต่างประเทศ มูลค่ารวม 317,854 ล้านบาท ในนี้มีงานรอเซ็นสัญญา 282,072 ล้านบาท รวม ๆ แล้วก็ร่วม 600,000 ล้านบาท

ผลประกอบการในปี 2561 ที่ผ่านมาสามารถมี turnover ได้มากกว่า 60,000 ล้านบาท มีรายได้รวม 61,703 ล้านบาท โดยกว่า 70% มาจากโครงการรัฐ และนับว่าเป็นรายได้ที่สูงสุดอีกปีหนึ่ง และยังเป็นบริษัทที่ครองส่วนแบ่งในตลาดสูงสุด 31.04%

ขณะที่โครงการต่างประเทศคิดเป็น 27.8% ของรายได้รวมบริษัท และคิดเป็น 38.7% ของมูลค่างานในมือ มีโครงการใน สปป.ลาว เมียนมา กัมพูชา อินโดนีเซีย เวียดนาม บังกลาเทศ อินเดีย มาดากัสการ์ ออสเตรเลีย โมซัมมิก และไต้หวัน

นอกจากนี้ยังสามารถประมูลงานขนาดใหญ่ได้ตามเป้าเพิ่ม เช่น โครงการวัน แบงค็อก ในส่วนโครงสร้างใต้ดินมูลค่า 8,250 ล้านบาท รถไฟฟ้ามหานครธากา 6,996 ล้านบาท ท่าเทียบเรือและสถานีรับจ่ายก๊าซธรรมชาติของพีทีที 5,349 ล้านบาท

งานใหญ่ที่รอเซ็นสัญญา เช่น ก่อสร้างทางยกระดับต่อขยายถนนธนบุรี-ปากท่อ สัญญาที่ 3 วงเงิน 2,398 ล้านบาท รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่บริษัทถือหุ้น 5% ร่วมกับกลุ่ม ซี.พี.ประมูลโครงการ เฉพาะงานก่อสร้างในส่วนที่บริษัทรับผิดชอบมีมูลค่ากว่า 117,000 ล้านบาท คาดว่าโครงการจะได้รับการเดินหน้า

รวมถึงโครงการพัฒนาสนามบินและเมืองการบินอู่ตะเภาที่บริษัทร่วมกับซี.พี.เข้าประมูล ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อเสนอ คาดว่าจะสรุปได้ในเร็ว ๆ นี้ ทั้ง 2 โครงการนี้หากได้เซ็นสัญญาจะเป็นโครงการหลักของอิตาเลียนไทยฯในปีนี้ ซึ่งทั้งรถไฟความเร็วสูงและสนามบินอู่ตะเภา เราเข้าร่วมรูปแบบ EPC คือออกแบบจัดซื้อและจัดหา เราน่าจะมีโอกาสทั้ง 2 โครงการ และเป็นโครงการที่น่าจะมีกำไรสูง

Q : โปรเจ็กต์ร่วมกับ ซี.พี.ที่มาที่ไป

ผมก็คุยกับเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์เอง เพื่อเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ทางอิตาเลียนไทยฯจะลงทุนได้ไม่เกิน 5% และเราก็มีผลงานก่อสร้างหลากหลายทั้งรถไฟฟ้า อาคาร สนามบิน

Q : เป้าหมายต่อไป

ใน 1-4 ปีนี้จะร่วมประมูลงานภาครัฐที่เริ่มทยอยออกมา เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของธุรกิจและรักษาส่วนแบ่งการตลาดเบอร์หนึ่งไว้ เช่น ทางด่วนสายพระราม 3-

วงแหวนฯ รถไฟไทย-จีน ท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 สนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 รถไฟทางคู่เฟส 2 รถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย เช่น สายสีแดง สายสีม่วงใต้ สายสีส้มตะวันตก

Q : สภาพตลาดรับเหมา

ตลาดประมูลยังมีโครงการทยอยออกมา ทั้งที่อนุมัติไปแล้วและยังไม่ได้รับการอนุมัติก็เตรียมเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี เชื่อว่ารัฐบาลจะผลักดันการประมูลโครงการขนาดใหญ่ ๆ ออกมาได้เร็วที่สุด

ถึงงานจะออกมามาก แต่ราคาก็ไม่ค่อยดี และที่ผ่านมามีผู้รับเหมาต่างชาติเข้าร่วมเยอะอยู่ โดยเฉพาะผู้รับเหมาจีนที่เข้ามาบุกเต็มที่ มีการฟันราคาในตลาดค่อนข้างมาก ทำให้การแข่งขันสูง ที่เพิ่งประมูลไปมีรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-โคราช จำนวน 2 สัญญา ซึ่งเราไม่ได้ ก็ทำดีที่สุดแล้ว เราก็ต้องสู้ต่อไปเพราะเป็นอาชีพ

สิ่งที่เราอยากทำจริง ๆ คือ โครงการที่มีรายได้ออกมาและเป็นรายได้ที่ดี จึงเข้าไปทำสัมปทานเหมืองโปแตช เพราะคิดว่าจะทำให้มีรายได้มาจุนเจือบริษัทในระยะยาว ตอนนี้มีความคืบหน้าไปด้วยดี

Q : ความคืบหน้าโครงการทวาย

หลังเมียนมามีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเมื่อปี 2559 ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายชุดใหม่อย่างเป็นทางการ กำกับดูแลและบริหารงานของโครงการระยะแรกเป็นนิคมอุตสาหกรรม พื้นที่ 27 ตร.กม.ให้ดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง

ที่ผ่านมาเราลงทุนไปแล้ว 7,000 ล้านบาท สร้างอินฟราสตรักเจอร์ 400-500 ไร่ เช่น ถนน 2 เลนที่ให้รถสามารถวิ่งไปได้ ยังเหลือถนนลาดยาง โรงไฟฟ้า ระบบน้ำประปา ท่าเรือ ซึ่งเราจะลงทุนเองทั้งหมด ส่วนการพัฒนานิคมร่วมกับบริษัทสวนอุตสาหกรรมโรจนะ

ตอนนี้รออนุมัติกรอบสัญญาเช่าที่ดิน ถึงจะนำไปขอไฟแนนซ์โครงการจากแบงก์และพัฒนาโครงการ เพื่อเปิดขายพื้นที่นิคมได้ ซึ่งทางเมียนมารอความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน เช่น รายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ตอนนี้มีผู้ประกอบการอุตสาหกรรมของไทยสนใจจะไปลงทุนตั้งโรงงานในนิคมทวายหลายราย

นอกจากนี้โครงการยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย เห็นชอบหลักการและเงื่อนไขเกี่ยวกับเงินกู้แบบผ่อนปรนให้รัฐบาลเมียนมากู้วงเงิน 4,500 ล้านบาท ก่อสร้างถนน 2 เลน เชื่อมต่อพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและชายแดนไทย-เมียนมา ที่บ้านพุน้ำร้อน

โดยจ้างบริษัทที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมแล้วเมื่อเดือน ก.พ. 2562 ที่ผ่านมา คาดว่าอีก 3-5 เดือนนี้จะได้รับการอนุมัติเปิดประมูลก่อสร้าง ถือเป็นความคืบหน้าของการร่วมมือระหว่างทั้ง 2 รัฐบาลในการสนับสนุนโครงการ ยังไงโครงการนี้จะต้องเกิด

Q : จะมีการส่งไม้ต่อธุรกิจให้กับทายาทเมื่อไหร่

ก็คงต้องถึงเวลาแล้ว แต่คงไม่ใช่ในวันนี้พรุ่งนี้ แต่ผมวางมือแน่ ๆ อีก 1 ปี (2563) ตอนนี้กำลังเตรียมอะไรให้เขา ส่วนจะเป็นใครก็ต้องดูตามความเหมาะสม แต่ก็เตรียมไว้ มีทั้งลูก ๆ ตอนนี้ลูกชายคนเล็ก (ธรณิศ กรรณสูต) ก็เข้ามาช่วยงานทั้งหมด ยังมีวิศวกรที่เป็นมืออาชีพอยู่กับเรามานาน ก็มีโอกาสทั้งนั้น แต่ผมก็ยังคงคอยให้คำแนะนำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...