ลงทุนง่ายๆ ไปกับ ‘ส่วนผสมที่ลงตัว’ กับ...“K-FIT” หรือ “มั่ง-มี-ศรี-สุข”
Wealthy Thai
อัพเดต 08 ส.ค. 2566 เวลา 05.43 น. • เผยแพร่ 08 ก.ย 2564 เวลา 16.35 น. • กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดาการเลือกลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ผ่าน“กองทุนรวม” ถือเป็นสิ่งที่นักลงทุนหลายๆ คนจะตัดสินใจได้ยากพอสมควรหากจะเลือกลงทุนกองทุนรวมสักหนึ่งกองทุน
ซึ่งยังไม่รวมกับการที่จะต้องวางแผนการลงทุนให้มีการ “กระจายการลงทุน” ในหลากหลายสินทรัพย์หรือถ้าเป็นหุ้นก็ต้องมีการกระจายในหลากหลายภูมิภาค
ทำให้ผลิตภัณฑ์การลงทุนอย่าง “กองทุนรวม” ได้มี “กองทุนรวมสำเร็จรูป” เกิดขึ้น ที่จะมีการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ หรือกองทุนรวมหลายๆ ประเภทเข้าไว้ด้วยกัน “จบครบอยู่ในกองทุนเดียว” นั่นเอง
ทั้งนี้ ก็เพื่อให้การลงทุนของนักลงทุนนั้น “ง่ายขึ้น” และ “สะดวกสบาย” ขึ้น เพียงเลือกกองทุนที่ตรงกับความต้องการของตัวเองเท่านั้น ที่เหลือก็ปล่อยให้ “ผู้จัดการกองทุน” ดูแลบริหารจัดการให้
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงมีข้อมูล “กองทุนรวมสำเร็จรูป” ที่น่าสนใจจาก 2 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) มาแชร์ให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้
ฟิตพอร์ตให้สุขภาพดีไปกับ “K-FIT” สูตร S-M-L-XL…กับผลตอบแทนคาดหวัง 3.0, 3.5, 7.5 และ 10.0% ต่อปี
กลุ่ม “กองทุนสำเร็จรูป” นี้ มีบลจ.หลายแห่งนำเสนอออกมาตอบโจทย์ให้กับนักลงทุนอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งทาง ‘ทีมงาน Wealthythai’ จะทยอยนำออกมาเสนออย่างต่อเนื่องเพื่อประโยชน์ของนักลงทุน
โดยบลจ.แรก ที่เราจะนำมาให้ได้รู้จักกันคือ “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด” ที่ได้มีการเปิดกองทุนรวมผสมสำเร็จรูปในชื่อซีรี่ย์อย่าง “K-FIT” มาพร้อมกับภาพลักษณ์ของการออกกำลังกายเพื่อฟิตหุ่นให้ดูดี ฟิตพอร์ตการลงทุนให้เข้มแข็งนั่นเอง
“K-FIT เป็นการเชื่อมภาพของการลงทุนมาสะท้อนผ่านพอร์ตที่แข็งแรงแบบคนที่ต้องการฟิตร่างกาย โดยมีการแบ่งระดับความเข้มข้นของส่วนผสมของสินทรัพย์ต่างๆ ออกมาเป็น 4 สูตรความฟิตด้วยกัน ได้แก่ S, M, L และ XL แต่นี่ไม่ใช่ไซส์ของเสื้อผ่าแต่ประการใด แต่เป็นไซส์ของความเข้มข้นของระดับ ‘ความเสี่ยง’ และ ‘ผลตอบแทน’ จากส่วนผสมที่ออกแบบมาในแต่ละพอร์ต ตั้งแต่น้อยไปหามาก ที่มีให้เลือกถึง 4 ระดับ”
สำหรับทั้ง 4 กอง เป็นกองทุนผสมที่มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมทั้งในและต่างประเทศ (Fund of Funds) ที่ลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ อาทิ หุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือก โดยจะลงทุนในกองทุนรวมภายใต้การบริหารของ “บลจ.กสิกรไทย”
ซึ่งกองแรกจะเริ่มที่ “กองทุน K-FITS” โดยจะเน้นลงทุนในกองทุนตราสารหนี้เป็นส่วนใหญ่และมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ และสินทรัพย์ทางเลือกต่างๆ ไม่มากนัก จึงเหมาะกับผู้ลงทุนที่ ‘รับความเสี่ยงได้ต่ำ’ และคาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ยซึ่งอ้างอิงกับเกณฑ์มาตรฐานอยู่ที่ 3.0% ต่อปี
ถัดมา “กองทุน K-FITM” จะเน้นลงทุนในกองทุนตราสารหนี้เป็นส่วนใหญ่ แต่จะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหุ้นบางส่วนเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น เหมาะกับผู้ลงทุนที่ ‘รับความเสี่ยงได้ต่ำถึงปานกลาง’ และคาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ยซึ่งอ้างอิงกับเกณฑ์มาตรฐานอยู่ที่ 5.5% ต่อปี
“กองทุน K-FITL” จะลงทุนในกองทุนตราสารหนี้และกองทุนหุ้นในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน และเพิ่มการกระจายการลงทุนต่างประเทศ เหมาะกับผู้ลงทุนที่ ‘รับความเสี่ยงได้ปานกลางถึงค่อนข้างสูง’ และคาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ยซึ่งอ้างอิงกับเกณฑ์มาตรฐานอยู่ที่ 7.5% ต่อปี
และสุดท้าย “กองทุน K-FITXL” จะเน้นลงทุนส่วนใหญ่ในกองทุนหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ เหมาะกับผู้ลงทุนที่ ‘รับความเสี่ยงได้สูง’และคาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ยซึ่งอ้างอิงกับเกณฑ์มาตรฐานอยู่ที่ 10% ต่อปี
ลงทุนให้เฮงๆ แบบ “มั่ง-มี-ศรี-สุข”…กับผลตอบแทนคาดหวัง 9, 7, 5, และ 3% ต่อปี
อีกหนึ่งบลจ.ที่เราจะมาแนะนำให้รู้จักคือ “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน)” ที่ได้มีการเปิดกองทุนรวมที่เน้นการจัดสรรเงินลงทุน (Asset Allocation) กระจายในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก และเป็นการลงทุนแบบ Fund of Funds ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัท
“โดยมากับธีมแห่งความเป็นมงคลในชื่อว่า ‘มั่ง-มี-ศรี-สุข’ เชื่อมการลงทุนให้พอร์ตเป็นมงคลตามความหมายที่เป็นมงคลของชื่อกองทุนในซีรีย์นี้ โดยมีการผสมสูตรการลงทุนที่เป็นส่วนผสมเฉพาะออกมาทั้ง 4 แบบให้เลือกตามระดับของ ‘ความเสี่ยง’และ ‘ผลตอบแทนคาดหวัง’เช่นเดียวกัน”
โดยกองทุนในซีรีย์“มั่ง-มี-ศรี-สุข” แยกได้เป็นทั้งหมด 4 กองทุน เริ่มจาก “กองทุนเปิดกรุงไทยมั่งคั่ง (KTMUNG)” เหมาะกับนักลงทุนที่ ‘รับความเสี่ยงได้สูง’ เข้าใจและยอมรับในความผันผวนของสินทรัพย์ต่างๆ ในระยะยาวได้ ซึ่งจะมีสัดส่วนการลงทุนเน้นตราสารทุน 75%, ตราสารหนี้สัดส่วน 15% และตราสารทางเลือก 10% ส่วนเป้าหมายหรือความคาดหวังของผลตอบแทนจะอยู่ที่ 9%ต่อปี
ถัดมาจะเป็น “กองทุนเปิดกรุงไทยมีทรัพย์ (KTMEE)” ที่จะมีการปรับลดน้ำหนักการลงทุนในตราสารทุนหรือหุ้นลดลงมาจากกองข้างต้นหรือมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนอยู่ที่ 50%, ตราสารหนี้สัดส่วน 40% และตราสารทางเลือก 10% จึงเหมาะกับนักลงทุนที่ ‘รับความเสี่ยงได้ตั้งแต่ปานกลางถึงสูง’โดยเป้าหมายผลตอบแทนคาดหวังจะอยู่ที่ 7%ต่อปี
“กองทุนเปิดกรุงไทยศรีสิริ (KTSRI)” จะเป็นกองทุนที่เหมาะกับนักลงทุนที่ ‘รับความเสี่ยงได้ปานกลาง’ สัดส่วนการลงทุนจึงจะมีความแตกต่างจาก 2 กองทุนก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิงหรือจะมีการลงทุนอยู่ในตราสารหนี้มากถึง 65%, ตราสารทุน 25% และตราสารทางเลือก 10% ซึ่งเป้าหมายผลตอบแทนคาดหวังของกองทุนจะอยู่ที่ 5%ต่อปี
สุดท้ายจะเป็นกองทุนที่เหมาะกับนักลงทุนที่ ‘รับความเสี่ยงได้น้อย’ แต่ต้องการผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ “กองทุนเปิดกรุงไทยสุขใจ (KTSUK)” จึงเป็นกองที่จะมาตอบโจทย์กับนักลงทุนดังกล่าวโดยจะเน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ ความผันผวนน้อยหรือมีสัดส่วนการลงทุนกับตราสารหนี้มากที่สุด 80%, ตราสารทุน 10% และตราสารทางเลือก 10% เป้าหมายของผลตอบแทนคาดหวังของกองจึงไม่สูงมากเช่นกันหรืออยู่ที่ 3% ต่อปี
“กองทุนรวมผสม เป็นอีกหนึ่งทางเลือกการลงทุนสำหรับคนที่ไม่ต้องการความยุ่งยากการจัดพอร์ตการลงทุนด้วยการต้องมานั่งคัดสรรกองทุนทีละหลายกองทุน ซึ่ง ‘กองทุนรวมสำเร็จรูป’ ของแต่ละบลจ.ก็จะมีการกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์หรือหลากหลายกองทุนเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าความคาดหวังของผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นสิ่งที่ผู้ลงทุนจะต้องตัดสินใจ เลือกให้เหมาะกับตัวเองและเป้าหมายการลงทุนของตัวเองเป็นสำคัญ ยังไงกองทุนประเภทนี้ก็ช่วยให้การลงทุนของคุณง่ายขึ้นอยู่แล้ว”