โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“คนที่นี่ขี่จักรยานเป็นวิถีชีวิต” รู้จัก Utrecht เมืองจักรยานอันดับหนึ่งของโลก

becommon.co

อัพเดต 21 ส.ค. 2562 เวลา 17.22 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2562 เวลา 09.56 น. • common: Knowledge, Attitude, make it Simple

ยูเทรกต์ (Utrecht)คือเมืองแห่งหนึ่งในประเทศเนเธอร์แลนด์

ล่าสุด เมืองแห่งนี้ได้อันดับหนึ่ง จากผลสำรวจ ดัชนีเมืองจักรยาน 2019 (2019 Bicycle Cities Index) ที่จัดทำโดย Coya บริษัทประกันภัยสัญชาติเยอรมัน

แซงหน้าเมืองจักรยานที่หลายคนคุ้นเคยอย่างอัมสเตอร์ดัมและโคเปนเฮเกน

Stientje van Veldhoven

“เราพยายามอย่างหนักที่จะสร้างเมืองนี้ให้เป็นสวรรค์ของคนขี่จักรยาน”

Stientje van Veldhovenรองรัฐมนตรีที่กำกับดูแลด้านโครงสร้างพื้นฐานของเมืองยูเทรกต์กล่าว

ปัจจุบัน ยูเทรกต์จึงกลายเป็นเมืองที่มีจำนวนผู้ใช้จักรยานเติบโตเร็วที่สุดในเนเธอร์แลนด์ เฉลี่ย 125,000 คันต่อวัน

หรือเกือบราวๆ ครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากร 330,000 คน

ป้ายจราจรระบุว่าถนนเส้นนี้อนุญาตให้จักรยานวิ่งสวนกันได้ ขณะที่รถยนต์วิ่งได้ทางเดียว (Photo: BicycleDutch)
ที่สูบลมยางสาธารณะ (Photo: Wikimedia Commons)

“ถ้าคุณต้องการให้ผู้คนเลิกใช้รถยนต์ และใช้ขนส่งสาธารณะ คุณต้องสร้างบริการขนส่งสาธารณะที่ใช้ง่ายและสะดวกสบาย

“อย่างการมีที่จอดรถจักรยานใกล้กับสถานีรถไฟ และคุณไม่ต้องใช้เวลาหาที่จอดนานนัก”

คำพูดของผู้ดูแลเมืองอย่าง Stientje van Veldhovenทำให้รู้ว่า กว่ายูเทรกต์จะกลายเป็นเมืองจักรยานอย่างทุกวันนี้ ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ

คำถามคือ แล้วยูเทรกต์ทำอย่างไร

ในเมืองยูเทรกต์ จักรยานเป็นสิ่งธรรมดา (Photo: Wikimedia Commons)

อันที่จริง ถ้าย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ ยูเทรกต์คือเมืองแรกในเนเธอร์แลนด์ที่มีทางจักรยานตั้งแต่ปี 1885 ดังนั้น ผู้คนที่นี่จึงขี่จักรยานเป็นชีวิต

‘เฮนนี่’ชาวดัตช์แต่กำเนิด พูดถึงประเด็นนี้กับ common ผ่านไลน์ว่า ในมุมมองของเขา คนที่นี่ขี่จักรยานกันเป็นเรื่องปกติมากๆ ไม่ต่างจากการหัดพูด ว่ายน้ำ หรืออ่านหนังสือ

“เราเรียนรู้ที่จะขี่จักรยานตั้งแต่เด็กๆ”

ถึงแม้ยูเทรกต์จะดูเป็นเมืองจักรยานมานมนาน แต่การก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นเมืองจักรยานอันดับหนึ่งของโลกนั้นเกิดจากความตั้งใจ

(Photo: Pexels)

เมื่อภาครัฐและคนในเมืองเล็งเห็นว่าในอนาคตอันใกล้ ปัญหาวิกฤตสภาพอากาศและจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของเมือง

“ฉันเรียก ‘มัน’ ว่าเป็นอาวุธลับในการต่อต้านความแออัด สภาพอากาศที่เลวร้ายในเมือง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขณะเดียวกันก็ดีต่อสุขภาพกาย และเงินในกระเป๋า”

คือคำพูดของผู้ดูแลเมืองอย่าง Stientje van Veldhoven

ในปี 2011-2014 เมืองยูเทรกต์จึงเริ่มนโยบาย Utrecht – we all cycle!ที่เป็นแผนในเชิงปฏิบัติการ เพื่อขับเคลื่อนให้จักรยานเป็นส่วนหนึ่งของเมืองมากขึ้น

สโลแกนนโยบายจักรยานของเมืองยูเทรกต์
ถนนในเมืองยูเทรกต์ที่ออกแบบโดยคิดถึงคนขี่จักรยาน (Photo: yaleclimateconnections.org)

โดยพัฒนาเส้นทางจักรยานหลัก สร้างทางจักรยานทั้งบนดิน ใต้ดิน รวมถึงสะพานหรือเลนลอยฟ้า และปรับปรุงป้ายจราจรบนท้องถนนให้เอื้อกับผู้ขับขี่จักรยานมากกว่าเดิม

ทั้งนี้ การเกิดขึ้นของสิ่งต่างๆ ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างลอยๆ แต่เกิดจากการคิดและลงมือทำอย่างต่อเนื่องและจริงจังอย่างสม่ำเสมอ

สัญญาณไฟจราจรของจักรยานในเมืองยูเทรกต์ (Photo: Utrecht Action Plan 2015-2020)
การปรับถนนโดยเพิ่มพื้นที่ให้ผู้ขี่จักรยาน และลดพื้นที่สำหรับรถยนต์ (Photo: BicycleDutch)

“คุณต้องเชื่อว่าผู้คนคือเจ้าของเมือง ไม่ใช่เครื่องจักร”

Lott van Hooijdonkรองนายกเทศมนตรีเมืองยูเทรกต์ยืนยันว่า ความคิดเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย เพราะในอดีตช่วงปี 1970s ยูเทรกต์เคยถมคลองเพื่อสร้างถนนและให้ความสำคัญกับรถยนต์ ต่างจากยูเทรกต์ในวันนี้ที่พยายามหวนคืนสู่อดีต

โดยภาครัฐได้วางนโยบายอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปี 2015-2020 (Action Plan 2015-2020 in PDF) เพื่อสร้างเมืองแห่งนี้ให้รองรับจำนวนจักรยานที่เพิ่มขึ้น 

ทางเดินที่ดี เต็มไปด้วยสีเขียวชอุ่ม และทางจักรยาน คือข้อสรุปที่เมืองยูเทรกต์ยุคใหม่จะก้าวต่อไป

สภาพแวดล้อมในเมืองยูเทรกต์ (Photo: Wikimedia Commons)
สภาพแวดล้อมในเมืองยูเทรกต์ (Photo: Wikimedia Commons)

เพื่อให้เห็นผลงานที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของเมืองยูเทรกต์ชัดขึ้น ที่จอดจักรยานที่สถานีรถไฟ Stationsplein ณ ใจกลางเมือง คือสถานที่ที่ต้องพูดถึง

ที่แห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นที่จอดรถจักรยานที่ใหญ่ที่สุดในโลก จุจักรยานได้มากถึง 22,000 คัน เปิดตลอด 24 ชั่วโมง มีระบบช่วยผู้ขับขี่ค้นหาจุดจอด มีที่จอดจักรยานเฉพาะสำหรับจักรยานแบบพิเศษ เช่น จักรยานตอนยาวสองที่นั่ง หรือจักรยานที่มีแฮนด์กว้างกว่าปกติ

สถานีรถไฟ Stationsplein (Photo: Dezeen)
ภายในสถานีแบ่งเป็นทางคนเดินและเลนจักรยาน (Photo: royalhaskoningdhv.com)
ที่จอดจักรยานภายในสถานี (Photo: Dezeen)

“นักการเมืองทุกคนซีเรียสกับเรื่องจักรยานมาก” Mark Wagenbuurนักรณรงค์ด้านจักรยานชาวดัตช์เคยให้สัมภาษณ์กับ The New York Times

ถามว่าการสร้างเมืองจักรยานของยูเทรกต์ใช้งบประมาณเท่าไหร่?

ข้อมูลจาก Time ระบุว่าราว 55 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ถึงแม้จำนวนงบประมาณจะดูมหาศาล แต่ในมุมมองของรัฐบาลท้องถิ่นมองว่าคุ้มค่า เมื่อเทียบกับการประหยัดค่าใช้จ่ายจากมลพิษทางอากาศและปัญหาด้านสุขภาพที่จะตามมา ซึ่งคิดเป็นเงินราว 300 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

คน ถนน จักรยาน สภาพแวดล้อมอันร่มรื่นในยูเทรกต์ (Photo: needpix.com)

กลับมาที่ ‘เฮนนี่’ อีกครั้ง…

พอ common พูดถึงมุมมองที่เรามีต่อเมืองจักรยานอย่างยูเทรกต์อย่างตื่นใจในฐานะ ‘คนนอก’

คนในอย่างเฮนนี่กลับบอกว่า สำหรับเขา สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ

เพราะขนส่งสาธารณะที่นี่ ไม่ว่ารถเมล์ รถไฟ หรือแท็กซี่ราคาแพงมาก “ภาษีรถยนต์ส่วนตัวก็โหดหิน!”

ด้วยเหตุนี้ คนที่นี่จึงสัญจรด้วยจักรยาน และเป็นเจ้าของจักรยานมากกว่าหนึ่งคัน จนยูเทรกต์กลายเป็นเมืองที่มีจักรยานมากกว่าจำนวนประชากร

ผู้คนในยูเทรกต์ขี่จักรยานกันเป็นปกติ (Photo: Utrecht Action Plan 2015-2020)

“ที่นี่เราไม่มีระบบรถโรงเรียนรับ-ส่งแบบในอเมริกา ดังนั้นเมื่อเด็กๆ โตพอ พวกเขาจะต้องขี่จักรยานไปโรงเรียน”

วิถีชีวิตในเมืองที่ถูกออกแบบโดยให้ความสำคัญกับ ‘จักรยาน’ เป็นหัวใจหลัก เปรียบเสมือนวิชาภาคบังคับให้คนที่นี่หันมาขี่จักรยาน โดยรัฐพยายามสร้างสภาพแวดล้อมเอื้อให้คนอยากใช้ ขณะเดียวกันก็ขึ้นภาษีเป็นกำแพงเพื่อลดการเข้าถึงยานพาหนะอื่นๆ

แน่นอน ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง แต่อย่างน้อยยูเทรกต์ก็ถือเป็นหนึ่งตัวอย่างของเมืองที่แสดงให้เห็นว่า ทุกเมืองสามารถเลือกที่จะเป็นเมืองในแบบที่ตัวเองอยากเป็นได้

เพียงแค่ลงมือทำอย่างเอาจริงเอาจัง โดยมีเป้าหมายว่า

เมืองที่เราฝันนั้นเป็นอย่างไร?

คนเดินทางและขี่จักรยานในเมืองยูเทรกต์ (Photo: courtesy of Le Tour Utrecht)

อ้างอิง:

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...