โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ร่างกายยังไหวถ้าใจบอกให้สู้ เดชดำรงค์ ลั่นขอนั่งบัลลังก์แชมป์โลกอีกสักครั้ง

Khaosod

อัพเดต 31 ส.ค. 2564 เวลา 09.30 น. • เผยแพร่ 31 ส.ค. 2564 เวลา 09.29 น.

"ครูรงค์" เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค อดีตแชมป์โลก ONE (MMA) รุ่นสตรอว์เวต หลังใช้ความเก๋าเอาชนะทีเคโอคู่ต่อสู้หนุ่มไฟแรงจากแดนมังกร “บันหม่า ตั่วจี๋” ชนิดหักปากกาเซียนระนาว ในศึก ONE: BATTLEGROUND III (วัน แบทเทิลกราวด์ 3) เมื่อ 27 สิงหาคม 2564 เจ้าตัวก็ประกาศเดินหน้าภารกิจกู้บัลลังก์แชมป์โลก ONE กลับมาเป็นของตนเองอีกสักครั้งในชีวิต

ก่อนหน้านี้เคยมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหตุใด เดชดำรงค์ หรือที่รู้จักกันดีในนาม “ครูรงค์” วัย 42 ปี ที่ผันตัวไปเป็นครูมวยที่ Evolve MMA ค่ายชื่อดังในสิงคโปร์เป็นเวลาถึง 8 ปี ซึ่งมีชีวิตที่ดีและมั่นคงอยู่แล้วถึงตัดสินใจลงศึกสู้กับนักสู้รุ่นใหม่ไฟแรงที่ดูเหมือนเหนือกว่าทุกประตูทั้งในเรื่องอายุ รูปร่าง และความแข็งแกร่ง

เดชดำรงค์ เผยว่าแรงบันดาลใจสำคัญที่เขาอยากกลับสู่สังเวียนคือการเสียตำแหน่งแชมป์โลก ONE ให้แก่ “โยชิตากะ นาอิโตะ” นักสู้จอมเก๋าจากแดนซามูไร เมื่อ 27 พ.ค.59 ต่อหน้าครอบครัวและแฟน ๆ ชาวไทยในบ้านเกิด ความพ่ายแพ้นั้นหนักหนาสาหัส และกลายเป็นบาดแผลที่กลัดหนองในใจเขาตลอดมา

ความพ่ายแพ้ในวันนั้นกลายเป็นแรงผลักดันให้เขากลับมาในเส้นทางนักสู้อีกครั้ง โดยมองไกลไปถึงการหวนคืนสู่บัลลังก์แชมป์โลก ONE รุ่นสตรอว์เวต เพื่อลบล้างความผิดหวังและสร้างความภูมิใจให้ตนเองอีกครั้งหนึ่งในชีวิต

โดยในไฟต์ล่าสุดที่ผ่านมา เดชดำรงค์ ถูกมองว่าแก่เกินวัยจนอาจไม่สามารถต้านความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้ที่อ่อนกว่าถึง 18 ปีได้ แต่เขาก็พิสูจน์ให้เห็นถึงพิษสงของเจ้าตำนานมวยไทยและนักสู้ผู้มากประสบการณ์ที่เล่นงาน บันหม่า จนต้องยอมจำนน

ชัยชนะนี้จึงเป็นการโหมไฟนักสู้ในใจของ ครูรงค์ โดยเขาเชื่อว่าแม้ร่างกายจะล่วงเลยไปตามวัย แต่หากหัวใจบอกว่ายังไหว ยังไงเขาก็ยังจะสู้ต่อจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

“ผมรู้สึกดีใจกับชัยชนะครั้งนี้มากครับ เพราะเป็นตามแผนการชกที่วางไว้ และพิสูจน์ให้แล้วว่าผมมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการกลับมาสู้อีกครั้ง ผมยอมรับสภาพร่างกายอาจทำให้ผมพลาดบ้างหรือเสียบเปรียบปบ้าง แต่ผมรู้ตัวเองดี ผมฟังหัวใจของผมมากกว่า ใจผมบอกว่ายังไหว ยังไงผมก็จะสู้ต่อจนกว่าจะถึงเป้าหมายครับ”

“ส่วนคนที่เคยสบประมาทผมก็ไม่ว่ากันครับ แล้วแต่ความคิดเห็นส่วนบุคคล แต่ผมก็ได้พิสูจน์ในเห็นแล้วว่าผมตั้งใจจริงแค่ไหน และก็อยากขอบคุณคุณที่ให้กำลังใจผมมาตลอดไม่ว่านานแค่ไหน ต่อจากนี้ ผมก็พร้อมจะสู้เต็มที่ทุกไฟต์ เพราะหัวใจบอกให้สู้ครับ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...