โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘หนี้ของคู่สมรส’ หย่ากันแล้ว ต้องร่วมรับผิดชอบด้วยหรือไม่

TODAY

อัพเดต 08 ก.ย 2563 เวลา 07.36 น. • เผยแพร่ 08 ก.ย 2563 เวลา 07.26 น. • workpointTODAY

สัปดาห์ก่อน คุณหนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์ ได้ออกมาประกาศว่าหย่าขาดจากภริยา คุณติ๊ก กนิษฐรินทร์ พัชรภักดีโชติ แล้วโดยโพสต์ข้อความลงอินสตาแกรมว่า

"เนื่องจากในระยะ2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีบุคคลมาตามหาคุณติ๊กที่บ้านและโทรศัพท์มาหาผมหลายครั้ง ซึ่งผมเองก็ทำงานเกือบทุกวัน จึงขอความกรุณาผู้ใดก็ตามที่ได้ทำสัญญาหรือทำธุรกรรมทางด้านการเงิน หรือด้านต่าง ๆ กับคุณติ๊ก กนิษฐรินทร์ พัชรภักดีโชติ ช่วยติดต่อกับคุณติ๊กโดยตรงและไม่ต้องมาที่บ้านผมกับลูก เพราะผมกับลูกไม่ทราบเรื่องใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะสถานภาพของเราทั้งสองได้หย่าขาดกันอย่างเป็นทางการเรียบร้อยตามวัน เวลา ดังกล่าว และคุณติ๊กก็ไม่ได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านของผมแล้ว เราสองคนต่างทำแค่หน้าที่พ่อกับแม่ของวีจิตามข้อตกลงที่ระบุตามเอกสารที่ระบุไว้เท่านั้น ขอบพระคุณครับผม"

เมื่ออ่านข้อความดังกล่าวแล้ว หลายคนคงเข้าใจว่าคุณหนุ่มต้องการสื่อสารไปถึงคู่ค้าหรือเจ้าหนี้ของคุณติ๊ก ว่าถ้าจะติดต่อหรือติดตามเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ จากคุณติ๊ก ให้ไปติดต่อกันโดยตรง ไม่ต้องมาตามที่บ้านคุณหนุ่มอีก เพราะตอนนี้คุณหนุ่มได้หย่าขาดจากคุณติ๊กเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่าในกรณีที่คู่สมรสของเราไปก่อนหนี้ใด ๆ ขึ้น เราในฐานะคู่สมรสจะต้องร่วมรับผิดชอบหนี้นั้นด้วยหรือไม่ วันนี้ผมจะพาไปไขข้อข้องใจเรื่องนี้กันครับ

เราอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า 'สินส่วนตัว' และ 'สินสมรส' กันอยู่บ้าง แต่ความจริงแล้วในเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ของคู่สามีภริยาไม่ได้มีแค่ฝั่งทรัพย์สินเท่านั้น ยังมีเรื่องของหนี้สินด้วย

โดยหนี้สินของสามีภริยานั้นจะแบ่งเป็น2 ประเภทเช่นกัน คือ หนี้ส่วนตัวของสามีหรือภริยา และ หนี้ร่วมของสามีภริยา

มาเริ่มกันที่ หนี้ส่วนตัวของสามีหรือภริยา หนี้สินในส่วนนี้กฎหมายกำหนดว่า สามีหรือภริยาที่ก่อหนี้นั้นไม่ว่าจะก่อนหรือระหว่างสมรส หากจะต้องชำระหนี้ดังกล่าวก็ต้องชำระด้วยสินส่วนตัวของฝ่ายนั้นก่อน แต่ถ้ายังเหลือหนี้อยู่ จึงค่อยชำระด้วยสินสมรสส่วนที่เป็นของฝ่ายนั้น

พูดง่าย ๆ ภาษาชาวบ้านก็คือ“หนี้ส่วนตัวของใคร คนนั้นต้องรับผิดชอบ”

ยกตัวอย่างเช่น สามีไปก่อหนี้ส่วนตัวมา2 ล้านบาท สามีมีทรัพย์สินส่วนตัว5 แสนบาท และมีสินสมรสร่วมกันกับภริยา2 ล้านบาท

เวลาใช้หนี้ เจ้าหนี้ต้องยึดเอาจากสินส่วนตัวของสามีก่อน5 แสนบาท แล้วหลังจากนั้นจึงไปยึดเอาจากสินสมรสในส่วนที่เป็นของสามี ซึ่งก็คือครึ่งหนึ่งของสินสมรส หมายความว่าเจ้าหนี้จะยึดเอาจากสินสมรสได้เพียง1 ล้านบาทเท่านั้น

เจ้าหนี้ไม่สามารถไปยึดเอาสินสมรสในส่วนที่เป็นของภริยามาใช้หนี้ส่วนตัวของสามีได้

สรุปแล้วตามตัวอย่างนี้ เจ้าหนี้จะสามารถยึดเงินส่วนตัวของสามี(5 แสนบาท) และสินสมรสในส่วนของสามี(1 ล้านบาท) ได้เท่านั้น ส่วนหนี้ที่เหลืออีก5 แสนบาท เจ้าหนี้ไม่สามารถทำอะไรได้ ต้องรอให้สามีคนนั้นหาเงินมาชดใช้เพิ่มเติมภายหลัง

มาต่อกันที่ หนี้ร่วมระหว่างสามีภริยา ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า สามี-ภริยา นั้นหมายถึงสามีภริยาที่จดทะเบียนสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น แค่เป็นแฟนกัน หรืออยู่กินกันโดยไม่จดทะเบียน ไม่ถือว่าเป็นสามีภริยากันตามกฎหมายแต่อย่างใด

เมื่อสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปก่อหนี้ใด ๆ ขึ้น กฎหมายไม่ได้บอกว่าหนี้ที่ก่อขึ้นทั้งหมดนั้นจะต้องเป็นหนี้สินที่สามีและภริยาต้องร่วมกันรับผิดชอบนะครับ

มีเพียงหนี้4 ประเภทเท่านั้น ที่กฎหมายกำหนดให้สามีและภริยาต้องรับผิดชอบร่วมกัน คือ

1) หนี้เกี่ยวกับการจัดการบ้านเรือนและจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัว การอุปการะเลี้ยงดูตลอดถึงการรักษาพยาบาลบุคคลในครอบครัวและการศึกษาของบุตรตามสมควรแก่อัตภาพ ซึ่งหนี้ที่ใช้ในการดูแลครอบครัวไม่ได้หมายถึงแค่ตัวสามีหรือภริยาเท่านั้น แต่รวมไปถึงบุคคลอื่นในครอบครัวด้วย เช่น บุตรเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาล ถ้าสามีหรือภริยาไปกู้เงินมาเพื่อใช้รักษาบุตร อีกฝ่ายหนึ่งต้องร่วมรับผิดชอบในหนี้จำนวนนั้นด้วย

2) หนี้ที่เกี่ยวข้องกับสินสมรสเช่น สามีไปกู้เงินมาซ่อมแซมบ้านที่เป็น 'สินสมรส' แบบนี้ภริยาต้องร่วมผิดชอบด้วย

3) หนี้ที่เกิดขึ้นจากการงานซึ่งสามีภริยาทำด้วยกันเช่น สามีไปกู้เงินมาสร้างตึกแถวเพื่อปล่อยเช่าในที่ดินของภริยา แบบนี้ถือว่าเงินกู้เป็นหนี้ร่วมที่ภริยาต้องร่วมรับผิดชอบด้วย

4) หนี้ที่สามีหรือภริยาก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียว แต่อีกฝ่ายหนึ่งได้ให้สัตยาบันว่าจะรับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งการให้สัตยาบันนั้นจะทำด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษรก็ได้ เช่น สามีลงชื่อเป็นพยานในสัญญากู้ยืมเงินที่ภริยาไปกู้เงินมาใช้ส่วนตัว แบบนี้สามีต้องร่วมรับผิดในหนี้ของภริยาด้วย

ดังนั้นในกรณีของคุณหนุ่ม ศรราม ที่หลายคนสงสัยว่าจะต้องร่วมรับผิดในหนี้ของคุณติ๊กหรือไม่ เราต้องไปพิจารณาก่อนว่า หนี้ดังกล่าวนั้นเป็นหนี้ร่วมหรือเป็นเพียงหนี้ส่วนตัวของคุณติ๊กแต่เพียงฝ่ายเดียว หากเป็นหนี้ร่วมคุณหนุ่มก็ต้องร่วมรับผิดชอบชดใช้ด้วย แม้ว่าจะหย่าไปแล้ว แต่ถ้าเป็นหนี้ส่วนตัวของคุณติ๊ก แบบนี้คุณหนุ่มไม่ต้องร่วมรับผิดชอบแต่อย่างใด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...