โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาคย์ธนา ปรีดาวิภาต CEO โลกใหม่ ภาพัฒน์ พร็อพเพอร์ตี้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ธ.ค. 2563 เวลา 09.26 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2563 เวลา 10.20 น.

สัมภาษณ์พิเศษ

เล้าเป้งง้วนในรุ่นพ่อ-แม่ที่เติบโตจากการค้าเหล็ก จวบจนรุ่นลูกเจน 2 ที่เข้ามาสานต่อกงสีของครอบครัว หลังจากชิมลางลงทุนอสังหาริมทรัพย์ 17 ปี มีพอร์ตโครงการสะสม 2.5 หมื่นล้านบาท ล่าสุดตกผลึกเป็นการสร้างเครือข่ายอาณาจักรธุรกิจภายใต้แบรนด์เรือธง “ภาพัฒน์ฯ” ชื่อย่อมีที่มาจาก “คุณแม่วิภากร” กับ “คุณพ่อพิพัฒน์” ถือว่าเริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “กล้า-ภาคย์ธนา ปรีดาวิภาต” ทายาทธุรกิจเล้าเป้งง้วนที่ได้รับฉันทามติจากบอร์ดครอบครัวให้นั่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ภาพัฒน์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในวัย 29 ปีกับสูตรการลงทุนโลกทัศน์ใหม่ของผู้บริหารคนรุ่นใหม่

แผนธุรกิจภาพัฒน์ฯ

เล้าเป้งง้วน หรือ LPN เราทำธุรกิจที่อยู่อาศัยตั้งแต่ปี 2546 ในนามของธนาพัฒน์ พร็อพเพอร์ตี้ฯ คนบุกเบิกจริง ๆ คือ เฮียฮ้อ (ดร.ดลพิวัฒน์ ปรีดาวิภาต) การต่อยอดและเป้าหมายต้องการให้กลุ่มภาพัฒน์เป็นเรือธงลำใหม่ที่จะสร้างการเติบโตต่อไปในอนาคต

ปัจจุบันผมพัฒนาโครงการมาแล้ว 4 ปี ทำจริง ๆ ตอนอายุ 24 ปี ทยอยเริ่มทำตั้งแต่โครงการในทำเลประชาอุทิศ พัฒนาการ ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ มีโพเทนเชียลสูง ก่อนขึ้นโครงการเราก็มั่นใจว่าดีมานด์มีกำลังซื้อจริง ๆ จับตลาดลูกค้ากลุ่มบี-บีบวก มองแล้วด้วยสภาวะเศษฐกิจเริ่มดูไม่ค่อยดีแล้ว ถ้าเราจับลูกค้ากลุ่มกู้ไม่ผ่านจะมีปัญหา ก็เลยจับนิชมาร์เก็ตอย่างเดียว

พอร์ตภาพัฒน์ฯสินค้าทาวน์เฮาส์ ราคา 7-22.5 ล้าน บ้านเดี่ยวยังไม่เคยทำ คอนโดมิเนียมก็ยังไม่เคยเปิด (ยิ้ม)

บิสซิเนสโมเดล 1.เราพยายามจบโครงการให้ได้ภายใน 2 ปีครึ่ง 2.บางครั้งเราเลือกขึ้นโครงการเข้ากับดีมานด์ที่มี เราทำงานบนดาต้าที่มี เรามองว่าในกลุ่มภาพัฒน์ 20-30 หลัง ภายใน 3 ปีจบแน่นอน 3.ขนาดที่ดินโครงการละ 8-12 ไร่ สไตล์การทำธุรกิจจะคอนเซอร์เวทีฟ

คำนวณคร่าว ๆ ที่ดิน 1 ไร่ เท่ากับทาวน์เฮาส์ ไร่ละ 10 หลัง บ้านเดี่ยว ไร่ละ 6 หลัง มูลค่าโครงการ 500-1,000 ล้าน อย่างนี้ยั่งยืนกว่าซื้อที่ดิน 30 ไร่ รันโครงการ 5 ปี ซึ่งไม่สามารถจบเร็วได้เพราะดีมานด์ไม่ได้ และถ้าทำอย่างนั้นต้องไปแข่งกับเอพี (ไทยแลนด์), พฤกษา เรียลเอสเตท ซึ่งผมมองว่ายังไม่ถึงเวลา

ผมชอบทำประมาณอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ มากกว่า จนทำให้เรามีความแข็งแกร่ง ที่สำคัญไม่จำเป็นต้องไปแข่งกับใคร ที่ผ่านมา 4 ปีพอร์ตสะสมของภาพัฒน์ฯมี 1,050 ล้าน ปัจจุบันมี 3 โครงการ กำลังขึ้นโครงการที่ 4

โครงการแรกเปิดตัวปี 2560 มูลค่า 150 ล้านบาท มียอดขายแล้ว 90% ถือว่าปิดโครงการแล้วก็แล้วกัน ถัดมาต้นปี 2562 เปิดตัวแบรนด์ชิเซน ถนนพัฒนาการตัดใหม่เสร็จพอดี เชื่อมไปรามคำแหงกับอุโมงค์ไปพัฒนาการ เสร็จพร้อมกันเมื่อกลางปี เราซื้อที่ดินตั้งแต่ปี 2561 มูลค่าโครงการ 500 ล้าน ขายแล้ว 70% คาดว่าปิดการขายปีหน้า

โครงการที่ 3 SHO พัฒนาการ 32 บนที่ดิน 8 ไร่ มูลค่าโครงการ 500 ล้าน ปี 2564 มีแลนด์แบงก์เตรียมไว้แล้ว ยังไม่สรุปว่าจะเป็นบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮาส์

เรานำความชำนาญทาวน์เฮาส์พระราม 3 มาต่อยอด

ใช่ครับ หลัก ๆ เป็นเรื่องการใช้พื้นที่ เราพยายามสร้างทาวน์เฮาส์ให้เหมือนอยู่บ้านเดี่ยว เป็นทาวน์เฮาส์ฟังก์ชั่นดับเบิลวอลุ่ม เข้าบ้านแล้วโปร่ง โล่ง สบาย เปิดประตูมาเจอฟังก์ชั่นนี้ทุกไทป์เทียบกับปกติต้องเจอในบ้านเดี่ยว ราคา 10 ล้าน

พิมพ์เขียวทาวน์เฮาส์จะมี 3 ไทป์ เรียกว่า S M L รุ่น S ที่ดิน 18 วา 170 ตร.ม. 4 นอน 3 น้ำ 2 จอดรถ หน้ากว้าง 5.5 เมตร ราคา 3.8-4.5 ล้าน แพงหัวมุม/ที่ดิน 3.5 หมื่น

รุ่น M ที่ดิน 21 วา 210 ตร.ม. 4 นอน 4 น้ำ 2 จอดรถ 7.8-8.5 ล้าน และรุ่น L ที่ดิน 30 วา 345 ตร.ม. 4 นอน 5 น้ำ 4 จอดรถ จอดได้สองแถว เริ่ม 22.5 ล้าน ราคาโดดเพราะอยู่ที่ทำเล สามารถค้าขายได้เพราะมีฝั่งหนึ่งติดถนนใหญ่

กลยุทธ์การแข่งขัน

เรายอมให้มาร์จิ้นน้อย เราเสียเปรียบในส่วนนี้แทน กรอสมาร์จิ้นคนอื่นมากกว่าเรา 3-4% เราได้ 27-28% แต่บรรทัดสุดท้ายเน็ตมาร์จิ้นอยู่ที่ 10-12% แม้แต่ปีนี้ซึ่งเป็นปีที่มีสถานการณ์โควิดกำไรสุทธิเราก็ยัง 2 ดิจิต ซึ่งเหตุผลที่ทำได้ต้องเข้าใจว่าบริษัทเราไม่ได้ใหญ่ ทำให้ค่าใช้จ่ายส่วนกลางน้อยกว่าคนอื่น ภาพรวมของเราเอง บรรทัดสุดท้ายเราทำกำไรไม่ด้อยกว่าคนอื่น ในตัววอลุ่มหลักล้านบาท

ที่เหลือหลัก ๆ เราศึกษาคู่แข่งทั้งหมด ไม่ได้ทำอะไรแตกต่างจากเขามาก แค่เน้นคำว่าความคุ้มค่า พื้นที่เราจะใหญ่กว่า มีความคุ้มค่ามากกว่า ในราคาเท่ากัน อย่างน้อยสเปซเราใหญ่กว่า 10-15% แน่นอน หรือถ้าพื้นที่เท่ากันแต่เราจะมีฟังก์ชั่นที่มากกว่า 1 ห้อง เช่น ห้องน้ำมากกว่า 1 ห้อง เรียกว่า plus one ทั้งหมด

อย่าลืมว่าสิ่งหนึ่งที่เราไม่สามารถสู้รายใหญ่ คือ แบรนดิ้ง และเราคงไม่สามารถเอาเงินหลักสิบล้านร้อยล้านไปสร้างแบรนด์ได้ แต่สิ่งที่เราทำได้ คือ สร้างตลาดของเราเอง ตลาดของเราที่ลูกค้ารู้สึกว่าซื้อเราแล้วได้มากกว่าคนอื่น ซื้อเราแล้วดูแลดีไม่แพ้คนอื่น ฟังก์ชั่นเราไม่น้อยกว่าคนอื่น หรือเหนือกว่าด้วยซ้ำไป เราจะสร้างจากตรงนี้และต่อไปให้เขา (ลูกค้า) บอกต่อกันเอง

ผมเชื่อมั่นว่าสินค้าที่อยู่อาศัย แบรนด์จะแข็งแรงด้วยการที่ลูกค้าบอกต่อ หรือ word of mouth นี่คือสิ่งที่ภาพัฒน์ฯจะสร้างต่อไปในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...