โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกร็ดกฎมณเฑียรบาลราชสำนักพม่า เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ ทำไมต้องเรียกไปลงชื่อในวัง?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 30 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ท้องพระโรงสำหรับออกว่าราชการในพระราชวังมัณฑะเลย์

เกร็ดกฎมณเฑียรบาลราชสำนักพม่า เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ ทำไมต้องเรียกไปลงชื่อในวัง?

เกร็ดกฎมณเฑียรบาลราชสำนักพม่าที่นำมาเสนอในที่นี้ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงแปลมาจากหนังสือภาษาอังกฤษ ชื่อ Upper Burma Gazetteer เรียบเรียงเมื่อ พ.ศ. 2443 ทรงแปลเมื่อ พ.ศ. 2478 (กฎมนเทียรบาลพะม่า. โรงพิมพ์พระจันทร์, 2479) เฉพาะในหัวข้อ พระราชานุกิจ และขนบธรรมเนียมในราชสำนัก ที่น่าสนใจมีดังนี้

– กษัตริย์พม่ามีพระราชานุกิจที่ต้องทรงปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ คือ เสด็จออกขุนนางวันละ 3 ครั้ง เวลาเช้าราว 8 นาฬิกา เจ้านายและข้าราชการต้องเข้าเฝ้าโดยพร้อมเพรียงกัน ปรึกษาราชการแผ่นดิน, เวลาบ่ายราว 15 นาฬิกา ข้าราชการเข้าเฝ้า ปรึกษาราชการในพระองค์และการในพระราชฐาน และเวลาค่ำราว 19 นาฬิกา หัวหน้าข้าราชการเข้าเฝ้า ปรึกษาราชกิจในพระองค์และการในพระราชฐาน หรือทรงสนทนากับข้าราชการเฉพาะแต่บางคน

– เวลาเสวยมี 4 เวลา เวลาเช้าราว 7-9 นาฬิกา ก่อนเสด็จออกขุนนางครั้งหนึ่ง เวลาเที่ยงครั้งหนึ่ง เวลาเย็นครั้งหนึ่ง และเวลาค่ำอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเสด็จเข้าที่บรรทม มีนางกำนัลนางสนมผลัดเวรกันอยู่ยามนอกห้องพระบรรทม อ่านหนังสือ เช่น เรื่องชาดก เป็นต้น ถวายตลอดรุ่ง

– ในการเสด็จออกขุนนางเวลาเช้า หากเจ้านาย เสนาบดี ข้าราชการ หรือใครก็ตามที่มีหน้าที่ต้องเข้าเฝ้า ถ้าขาดมีเหตุไม่จำเป็น ต้องโทษขัง 3 วัน

– หากเกิดไฟไหม้ในพระนคร เจ้านายและข้าราชการต้องไปลงชื่อในพระราชวังทุกคน ถ้าขาดมีเหตุไม่จำเป็น ต้องโทษเอาตัวเปลื้องผ้ามัดตากแดด เหตุที่ต้องให้ไปลงชื่อเพราะว่า พวกกบฏมักจุดไฟเผาบ้านเรือนเป็นสัญญาณก่อกบฏ จึงตั้งข้อบังคับให้เจ้านายและข้าราชการต้องเข้าไปในพระราชวังเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ และช่วยปราบผู้ร้าย

– ประตูพระนครมีทั้งหมด 12 ประตู ปิดตั้งแต่เวลา 21 นาฬิกา ไปจนถึงรุ่งสว่างของทุกวัน จะปิดเป็นพิเศษก็ต่อเมื่อ เวลาเสด็จออกมหาสมาคม, ไฟไหม้, เกิดจลาจลในพระนครหรือใกล้พระนคร และเมื่อเวลาสำเร็จโทษเจ้านาย

– เงินส่วยและภาษีอากรที่ส่งมาจากหัวเมือง ต้องนำส่งที่ศาลาลูกขุน เมื่อลูกขุนหักจ่ายการอื่นแล้ว ส่งไปยังสำนักมุขมนตรีในกรมวัง เมื่อหักจ่ายในราชสำนักแล้ว ส่งเงินที่เหลือไปยังพระคลังมหาสมบัติ

– เจ้าประเทศราชและเจ้าเมือง ต้องมาเข้าเฝ้าปีละหนึ่งครั้งเป็นอย่างน้อย ข้าราชการที่ออกไปมีตำแหน่งอยู่หัวเมือง ต้องให้ภรรยาอยู่เป็นตัวประกันในพระนคร

– เจ้านายกับข้าราชการต้องไปลงชื่อที่ท้องพระโรง และผลัดเปลี่ยนเวรกันเข้าไปนอนประจำซองที่ในพระราชวัง ถ้าขาดมีเหตุไม่จำเป็น ต้องโทษขัง 3 วัน แบ่งเวรยามเป็น 3 ผลัด คือ ตั้งแต่เวลา 18 นาฬิกา ถึงเที่ยงคืน ตั้งแต่เที่ยงคืนถึง 3 นาฬิกา และตั้งแต่ 3 นาฬิกาถึงรุ่งสว่าง เวลากลางวันอยู่พร้อมกันทั้งหมด และเริ่มเวรใหม่ในเวลา 18 นาฬิกา ส่วนทหารที่ประจำในพระราชวังนั้นผลัดเวรกันเดือนละครั้ง

– หากกษัตริย์เสด็จประพาสนอกพระราชวัง เจ้านายกับข้าราชการต้องตามเสด็จ ถ้าไม่ตามเสด็จต้องโทษขัง เว้นแต่ผู้ที่มีหน้าที่ประจำ และต้องยิงปืนสามนัดเป็นสัญญาณแล้วปิดประตูพระนครทั้งหมด จนกว่าจะเสด็จกลับคือพระราชวังแล้วจึงเปิดอย่างเดิม

– เมื่อราษฎรมีคดีความกันในโรงศาล หากยอมตามคำพิพากษาต้องกินเมี่ยงเป็นสัญญาทั้งสองฝ่าย ว่าจะไม่รื้อคดีหรืออุธรณ์ต่อไป ใครฝ่าฝืนต้องระวางโทษ เอาตัวตระเวน เที่ยวตีฆ้อง และเฆี่ยนตีทุกมุมเมือง หากคดีถึงศาลาลูกขุน แม้คู่ความจะไม่ยอม แต่คำพิพากษาก็เป็นเด็ดขาด (ข้อนี้สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงทรงอธิบายว่า ดูไม่เกี่ยวกับกฎมณเฑียรบาล)

– โทษตระเวนแล้วเฆี่ยนตีนั้น มีต่อผู้ที่ ลอกทองพระ, ทำเงินปลอม, ลักหญิงชาววัง, วางเพลิง. ข้าราชการรับสินบน, ต้มเหล้าเถื่อน, ปล้นสดมภ์ ส่วนผู้ที่ เล่นเบี้ย, เมาเหล้า, ฆ่าโค, กินเนื้อโคเป็นนิจ ต้องโทษตระเวนแต่ไม่โดนเฆี่ยน

นี่เป็นเกร็ดกฎมณเฑียรบาลราชสำนักพม่าเพียงบางส่วนเท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่**

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 กรกฎาคม 2563

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เกร็ดกฎมณเฑียรบาลราชสำนักพม่า เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ ทำไมต้องเรียกไปลงชื่อในวัง?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...