โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"TPS" ลงนามร่วมทุน "ซูเพิร์บ คอมพ์" พร้อมลุยประมูลงานขนาดใหญ่ภาครัฐ-เอกชน กระแสนิว นอร์มอล ดันธุรกิจไอทีโตต่อเนื่อง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 29 มิ.ย. 2563 เวลา 08.21 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2563 เวลา 08.21 น.

นายบุญสม กิจเกษตรสถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะแพรคทิเคิลโซลูชั่น จำกัด (มหาชน) (TPS) ดำเนินธุรกิจเป็นผู้ให้คำปรึกษา ออกแบบ จัดหา ติดตั้ง และจำหน่ายผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (MOU) กับบริษัท ซูเพิร์บ คอมพ์ จำกัด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท ซึ่ง TPS ถือหุ้นในสัดส่วน 50% สำหรับการร่วมลงนาม MOU ในครั้งนี้ เพื่อเข้าร่วมประมูลในโครงการขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งของภาครัฐและเอกชน

“จุดมุ่งหมายของการร่วมทุน คือ การเพิ่มโอกาสในการเข้าประมูลงานใหม่ๆ งานที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น เป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับบริษัทในการแข่งขัน รวมถึงสามารถขยายฐานลูกค้าของบริษัทได้อีกด้วย”

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TPS กล่าวอีกว่า แผนการดำเนินงานช่วงที่เหลือของปี 2563 บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าเข้าประมูลงานใหม่ ทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานของภาครัฐซึ่งยังมีโปรเจคใหญ่ๆ อยู่ และมีการเข้าร่วมประมูลงานกับพันธมิตรด้วย นอกจากนี้ ยังมีการปรับกลยุทธ์ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง เพื่อช่วยรักษาระดับผลประกอบการของบริษัทฯ ซึ่งที่ผ่านมา แม้จะอยู่ในช่วงของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 แต่บริษัทฯ ยังสามารถรับงานด้านการจำหน่ายและวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งงานด้านบริการดูแลและบำรุงรักษาระบบภายหลังการขายได้ และมั่นใจว่า ภายหลังที่สถานการณ์คลี่คลายมากขึ้น ธุรกิจต่างๆ ก็จะกลับมาทำงานได้ตามปกติ ประกอบกับองค์กรต่างๆ มีการปรับตัวในการทำงาน ผ่านระบบ Video Conference พร้อมทั้งมีการติดตั้งและปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้ทันสมัยมากขึ้น

“เรามองว่า ธุรกิจ IT ยังมีการเติบโตที่ดี เนื่องจากปัจจุบัน หลายๆ องค์กรมีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีให้ทันสมัยมากขึ้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในการทำงานของยุค New Normal และมั่นใจว่า ธุรกิจของบริษัทฯ ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะ TPS ยังมี Backlog อยู่ในมือ 624 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ในปี 2563 เกือบทั้งหมด โดยจะช่วยหนุนรายได้ในปีนี้ให้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งในปีนี้ บริษัทฯ คาดการณ์สัดส่วนรายได้จากภาครัฐ 40% ภาคเอกชน 60%”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...