โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เช็คเงื่อนไขโอนเงินเยียวยานักเรียน 2,000 บาท/คน ยันพร้อมจ่ายภายใน 3 วัน

The Bangkok Insight

อัพเดต 21 ส.ค. 2564 เวลา 06.31 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2564 เวลา 02.35 น. • The Bangkok Insight

เช็คเงื่อนไขโอนเงินเยียวยานักเรียน 2,000 บาท/คน ย้ำ!! ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนนักเรียนของโรงเรียนเท่านั้น พร้อมจ่ายเงินภายใน 3 วันหลังจากได้รับจัดสรรเงิน

นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ มีมาตรการลดภาระทางการศึกษาให้แก่นักเรียนและผู้ปกครอง โดยการจ่ายเงินเยียวยานักเรียนคนละ 2,000 บาทนั้น ทั้งนี้ การจ่ายเงินเยียวยา 2,000 บาท จะจ่ายตามจำนวนนักเรียน เช่น หากผู้ปกครองมีบุตรหลานเรียนอยู่ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (อนุบาล-ม.6) จำนวน 1 คน ก็จะได้รับเงินเยียวยา 2,000 บาท แต่หากมีบุตรหลานเรียนอยู่ จำนวน 3 คน ก็จะได้รับเงินรวม 6,000 บาท

เงื่อนไขโอนเงินเยียวยา

โดยคนที่จะรับเงินเยียวยาคือ "ผู้ปกครอง" หากนักเรียนอยู่กับพ่อแม่ ผู้ปกครองก็คือพ่อแม่ แต่หากนักเรียนอยู่กับญาติ ผู้ปกครองก็คือญาติที่นักเรียนอาศัยอยู่ด้วย ซึ่งครูประจำชั้นต้องรู้ข้อมูลในส่วนนี้ แต่หากเด็กอยู่กับมูลนิธิ หรืออยู่บ้านพักเด็ก ทางโรงเรียนก็สามารถจ่ายเงินเยียวยาให้กับนักเรียนโดยตรงได้ โดยต้องระบุได้ว่า เด็กคนนี้อยู่บ้านพักเด็กที่ไหน หรืออยู่กับมูลนิธิอะไร เพื่อเป็นการยืนยันว่าเด็กอยู่กับใคร และเงินถึงมือเด็กหรือไม่

ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนนักเรียน

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญ คือ นักเรียนที่จะได้รับเงินเยียวยา ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนนักเรียนของโรงเรียนที่ได้ลงข้อมูลไว้ ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2564 เท่านั้น เมื่อมีรายชื่อเป็นนักเรียนอยู่ที่ไหน สพฐ. ก็จะจัดสรรเงินไปตามรายชื่อของนักเรียนที่อยู่ในโรงเรียนนั้น โดยโรงเรียนจะจ่ายเงินให้เฉพาะนักเรียนที่มีตัวตนจริง

ส่วนนักเรียนที่ไม่มีชื่อในทะเบียนในวันที่ 25 มิถุนายน 2564 แต่มาเรียนเพิ่มเติมในโรงเรียนนั้น นักเรียนจะยังมีชื่ออยู่ที่โรงเรียนเดิม ทางโรงเรียนใหม่ก็ต้องเพิ่มชื่อนักเรียนเข้าไป แล้วรายงานไปยังสำนักงานเขตฯ ในส่วนนี้ทางโรงเรียนยังไม่สามารถจ่ายเงินได้ จนกว่าสำนักงานเขตฯ จะเคลียร์ข้อมูลให้เรียบร้อยจึงจะอนุมัติการจ่ายเงินได้

"ทุกโรงเรียนต้องสำรวจรายชื่อนักเรียนของตนเอง ว่ายังมีชื่ออยู่ในโรงเรียนครบถ้วนหรือไม่ และยังมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ หากมีครบไม่ได้ย้ายออกไปไหนถือว่าจบไม่มีปัญหา แต่หากมีย้ายออกไปก็ให้โรงเรียนกรอกข้อมูลเข้ามาว่าเด็กย้ายไปอยู่ที่ไหน หรือหากมีเด็กย้ายเข้ามาก็ให้กรอกข้อมูลว่ารับย้ายมาจากที่ไหนด้วย" นายอัมพร กล่าว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ในช่วงระหว่างการเตรียมการ เมื่อเงินลงมาถึงโรงเรียนแล้ว เราอยากให้เงินถึงผู้ปกครองภายใน 3 วัน โดยให้โรงเรียนถือปฏิบัติตามแนวทางในหนังสือฉบับใหม่ที่ได้ส่งไปเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2564 ซึ่งได้แจ้งว่าในส่วนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้องเปิดบัญชีใหม่เพื่อรองรับ

เงื่อนไขโอนเงินเยียวยา

เตรียมออกแนวทางปฏิบัติภายในสัปดาห์นี้

ส่วนโรงเรียนจะมีการซักซ้อมวิธีปฏิบัติเพื่อให้เข้าใจตรงกันอีกครั้งหนึ่ง แต่สิ่งที่เราห่วงมากที่สุดก็คือ ฐานข้อมูลของนักเรียน และการเตรียมการวิธีจ่ายเงินให้กับผู้ปกครองนักเรียน โดยจะมีแนวปฏิบัติแจ้งออกไปให้ทราบอีกครั้งภายในสัปดาห์นี้

"เมื่อ สพฐ. ได้รับเงินจัดสรรเมื่อใดก็จะโอนเงินไปยังบัญชีของสำนักงานเขตฯ ภายในวันเดียวกันนั้น และให้เขตฯโอนต่อไปยังโรงเรียนภายใน 3 วัน เมื่อถึงบัญชีโรงเรียนแล้ว ขอให้โรงเรียนโอนเงินหรือจ่ายเงินถึงมือผู้ปกครองภายใน 3 วันเช่นเดียวกัน โดยรวมแล้วทั้งกระบวนการขอให้จบภายใน 7 วัน" นายอัมพร กล่าว

แนวทางการจ่ายเงินมี 2 ประเด็น ดังนี้

  • หากผู้ปกครองมีบัญชีธนาคารก็สามารถโอนเงินเข้าบัญชีผู้ปกครองได้โดยตรง
  • หากใช้วิธีโอนเงินไม่ได้ จะให้โรงเรียนบริหารจัดการผ่านครูประจำชั้น ในการออกแบบการจ่ายเงินสดให้ผู้ปกครอง

เช่น นัดหมายผู้ปกครองเข้ามารับเงินสดที่โรงเรียน แต่ต้องเป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคของ ศบค. โดยให้ผู้ปกครองลงลายมือชื่อพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาทะเบียนบ้าน เพื่อเป็นหลักฐานในการจ่ายเงิน

ทั้งนี้ ขอให้ทางโรงเรียนสื่อสารกับผู้ปกครองให้เข้าใจตรงกันว่า ในขณะนี้ สพฐ. ยังไม่ได้รับเงินจัดสรรจากกระทรวงการคลังมาถึงกระทรวงศึกษาธิการ จึงยังไม่มีเงินลงไปถึงโรงเรียน ซึ่งเมื่อใดที่เงินลงไปถึงโรงเรียนแล้ว ก็จะดำเนินการจ่ายเงินให้กับผู้ปกครองภายใน 3 วัน

วิธีการวิธีเช็คสิทธิ์เงินเยียวยานักเรียน มีดังนี้

สำหรับวิธีการวิธีเช็คสิทธิ์เงินเยียวยานักเรียน 2,000 บาท/นักเรียน 1 คน โดยระบุว่า มาแล้ว ช่องทางการตรวจสอบสิทธิ์ตามมาตรการให้ความช่วยเหลือภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ปกครอง 2,000 บาท/นักเรียน 1 คน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มจ่ายได้ช่วงสิ้นเดือนสิงหาคม-กันยายน 2564

เงื่อนไขโอนเงินเยียวยา

สำหรับนักเรียนในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. สามารถตรวจสอบสิทธิ์ได้ที่เว็บไซต์ https://student.edudev.in.th หรือ คลิกที่นี่ โดยจะต้องกรอกเลขประจำตัวประชาชน และเลขประจำตัวนักเรียน

เงื่อนไขโอนเงินเยียวยา

ส่วนนักเรียนโรงเรียนเอกชน สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ https://regis-test.opec.go.th/ หรือ คลิกที่นี่ หรือเช็คที่แอปพลิเคชัน สช. On mobile โดยนักเรียนไทยให้กรอกเลขประจำตัวประชาชน และนักเรียนต่างชาติหรือนักเรียนที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียน ให้ใช้รหัส G-Code จาก รร. ที่ศึกษาอยู่

ทั้งนี้ สำหรับขั้นตอนการตรวจสอบเมื่อเข้าสู่เว็บไซต์ให้กรอกข้อมูล ดังนี้

  • กรอกเลขประจำตัวนักเรียน
  • กรอกรหัสให้ตรงตามรูปที่กำหนด
  • จากนั้นกดปุ่มค้นหาเพื่อตรวจสอบข้อมูล

ข้อมูลการมีตัวตน ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2564 จากระบบนักเรียนรายบุคคล (Data Management Center: DMC) ศูนย์พัฒนาระบบข้อมูลทางการศึกษา สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ.

ขณะที่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สามารถตรวจสอบได้โดยใช้รหัส G-Code ที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด สามารถขอทราบรหัส G-Code ได้ที่โรงเรียนที่นักเรียนศึกษาอยู่ สามารถตรวจสอบข้อมูลได้แล้ว บน 'Application สช. On Mobile' สามารถดาวน์โหลด "Application สช. On mobile" ในระบบแอนดรอยด์ และระบบ iOS ดังนี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...